เรื่องของเด็ก...แต่ไม่เล็กอย่างที่คิด

วันนี้ในขณะที่เข้าร่วมงาน  อบรมอาสาสมัครผลิตสื่อสำหรับผู้มีความพกพร่องทางการมองเห็น   จัดโดยคุณหนิง DSS-MSU   ณ กองกิจการนิสิต  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ช่วงเวลาใกล้เที่ยง  และได้พบเด็กชายคนหนึ่ง  หน้าตามอมแมม   ได้วิ่งเล่นกับเด็กๆ ลูกของเจ้าหน้าที่ บริเวณห้องจัดอบรม 

 จึงได้เรียกพูดคุยด้วย  ชื่อ  "มี" นามสมมุติ  พ่อแม่มีอาชีพรับจ้าง   กำลังเรียนชั้นป.3  อายุ 9  ขวบ  มีพฤติกรรมชอบลัก..เล็ก..ขโมยน้อย   จะดำเนินการช่วงหลังเลิกเรียน และ ช่วงเสาร์-อาทิตย์  มักจะเข้ามาเดินเล่นภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม    เมื่อมีโอกาสก็จะหยิบฉวย  กระเป๋าสตางค์  เงิน,  ของมีค่า  เป็นของนิสิต และเจ้าหน้าที่  ตามอาคารบริการกลาง พลาช่า    โรงอาหารกลาง   ตามตึกต่างๆ   แหล่งที่มีคนเดินไป มาพลุกพล่าน    เงินที่ได้มาจะนำไปเล่นเกมส์  ค่าขนม  นม  ต่างๆ  จะทำคนติดเป็นนิสัย

 จะมีพฤติกรรมอยู่อย่างนี้บ่อยๆ    พฤติกรรมดังกล่าว นำความวุ่นวาย หรือปวดหัวมาให้  จึงมีผู้ตั้งชื่อว่า "บุคคลอันตราย"  จากผู้รักษาความปลอดภัย และงานสวัสดิภาพนิสิต  ในมหาวิทยาลัยฯ    เมื่อทาง รปภ.จับได้ว่าเด็กขโมยเงินของนิสิต   มักจะส่งเด็กเข้าสถานีตำรวจ(ย่อย) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   

จากนั้นนำทางตำรวจจะนำเด็กส่งให้กับผู้ปกครอง  ทำให้เด็กจะวนเวียนกลับเข้ามาก่อเหตุ ภายในมหาวิทยาลัยเช่นเดิม

และช่วงบ่ายๆ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์  ว่าเด็กคนเดิมได้หยิบเงินของนิสิตไปจำนวนหนึ่ง  ในโรงอาหารกลางไป   จึงได้พูดคุยกับเด็ก ทำให้ทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมชอบขโมยมานานแล้ว  ขาดความรักความอบอุ่น  พ่อแม่ชอบทำร้าย  เรียกร้องความสนใจ   ครอบครัวปล่อยปละละเลย   เวลาตอนกลางคืนเด็กจะหายออกจากบ้าน   พ่อแม่ได้ออกไปตามหา  และเมื่อไม่พบลูกชายก็จะกลับบ้านก่อนทุกครั้ง  เด็กจะเข้าบ้านประมาณหลังเที่ยงคืนทุกครั้ง

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความช่วยเหลือกับเด็กชายคนนี้ อย่างจริงจัง  เพราะเด็กเป็นเหยื่อจากครอบครัว   และกลายไปเป็นผู้ก่อเหตุให้กับบุคคลอื่น

ปัญหาดังกล่าวทำให้ทุกคน  ได้รับผลกระทบ  ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง    จากนั้นทั้งทีมร่วมกับงานสวัสดิภาพนิสิต  จึงได้ลงเยี่ยมบ้านของเด็ก  ร่วมกับนักจิตวิทยา  ทำให้ทราบว่า พ่อแม่มีความลำบาก  ยากจน    พ่อมีอาชีพ รับจ้างก่อสร้าง   ส่วนแม่เลี้ยงลูกเล็กๆอยู่ที่บ้านกลางทุ่งนา  ลักษณะของบ้านเป็นกระท่อม  ชั้นเดียว  ปลูกอยู่กลางทุ่งนา

เมื่อถามถึงการดูแลลูกชาย  รู้สึกเหนื่อยมาก  เพราะแต่ละวันจะมีคนมาบอกว่าลูกไปขโมยของคนอื่นมา  ทำให้เครียด  ต้องทำร้ายลูก หนักใจมาก ไม่สามารถที่จะอบรมลูกได้ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร   อยากจะให้เจ้าหน้าที่อบรมลูกให้เหมือนกัน  แล้วแต่เจ้าหน้าที่จะจัดการ   ยินดีให้ความร่วมมือ  เพราะคิดว่าครอบครัวหมดความสามารถที่จะดูแลลูกรายนี้แล้ว

เมื่อประเมินครอบครัวแล้ว คงไม่สามารถที่จะดูแลลูกได้ จะทำให้เด็กเกิดปัญหาต่างๆตามมา  จึงได้ประสานงาน กับหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม  เพื่อประสานส่งต่อ เด็กรายนี้   เพื่อเข้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดขอนแก่น  ในการเข้ารับการบำบัดและให้การดูแล ช่วยเหลือเด็กรายนี้ต่อไป