สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ไม่ได้เป็นมุมมองที่แตกต่างแต่อย่างไร แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ การช่วยเหลือและเยียวยาเด็กรายนี้
การจัดการกับกรณีที่เกิดขึ้น เนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้น เด็กถูกปล่อยปละละเลย อยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตราย ทำให้ เจ้าหน้าที่ รปภ. ตำรวจ เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นกับเด็ก ไม่ทราบว่าจะจัดการอย่างไร
กรณี เด็กลักขโมย... จับได้ ผู้เสียหายร้องทุกข์
.ได้สิ่งของแล้วปล่อยเด็กไป
เด็กวนเวียน กลับมา ขโมยของนิสิต ในมหาวิทยาลัยเช่นเดิม
ในส่วนที่ผู้ดูแล นำรูปเด็กไปปิดประกาศ หรือประจาน นั้น ถ้าครอบครัวของเด็กเอาเรื่อง มีความผิด ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ 2542 ตาม ม.26 เพราะทำให้เด็กเสื่อมเสีย (ไม่ทราบเรื่องด้วย)
ผู้ใหญ่ควรจะระวังในการการปฎิบัติต่อเด็กด้วยเช่นกัน
สำหรับกรณีที่ พี่ เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เพราะ ต้องการหาแนวทางร่วมกับผู้ปกครอง ที่จะช่วยเหลือเด็กรายนี้อย่างจริง จึง..ได้ยกสาย...ปรึกษากับ พมจ.มหาสารคาม เมื่อมีผู้ร้องขอ จึงได้เรียกเด็กรายนี้มาพูดคุย
ที่สำคัญจะทำอะไรจะต้องตระหนักถึงสิทธิเด็กอยู่แล้ว ครอบครัวจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ต้องมีปารประเมินครอบครัวของเด็กก่อนทุกครั้ง
จึงทำให้ทราบปัญหาของเด็กมากมาย และเด็กขอร้องให้ไปเยี่ยมที่บ้าน จึงได้นำทีมไปเยี่ยม เมื่อไปเยี่ยมมีแม่ของเด็กออกมาต้อนรับ และได้เล่าปัญหาความทุกข์ที่ไม่สามารถจะดูแลลูกรายนี้ได้ต่อไปเพราะ
.......ไปโรงเรียน...ยังมีพฤติกรรมลักขโมย
......อยู่บ้าน....ลักขโมยทรัพย์สินของญาติๆๆ
....มาเที่ยว มหาวิทยาลัยฯ....ลักขโมยสิ่งของต่างๆ
.....กลับไปบ้านถูกพ่อแม่ทำร้าย....เพราะ...ปัญหาลักขโมย
จากปัญหาข้างต้น จึงได้เสนอแนวทางออกว่าให้กับพ่อแม่ ว่าคิดอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ถ้ามีหน่วยงานที่จะรับลูกไปอบรม ขัดเกลา และปรับพฤติกรรม ในการรับไปดูแลลูกชั่วคราว
...ผู้ปกครองของเด็ก....ตอบว่า ขอบคุณมาก...และไม่สามารถที่จะดูแลลูกได้ในขณะนี้
.....จึงได้แจ้ง....ให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่....ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อส่งนักสังคมสงเคราะห์ ไปเยี่ยมบ้านของเด็กอีกครั้ง และพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็ก เมื่อพ่อแม่ยินยอม จึงจะต้องเป็นขั้นตอนการเช็นเอกสาร ในการส่งเด็กเข้าสถานค้มครองสวัสดิภาพเด็ก เพื่อการขัดเกลา และเยียวยาเด็ก เมื่อเด็กมีความพร้อมแล้ว ครอบครัวสามารถที่จะไปรับเด็กกลับเข้าสู่ครอบครัวตามเดิม...
ขอบคุณค่ะ