สวัสดีครับญาติมิตรทุกท่าน
วันนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปแลกเปลี่ยนบทความว่าด้วย ทำไมต้องเรียนเขียนโปรแกรม? ของคุณ พัชระ นาเสงี่ยม ซึ่งเป็นอะไรที่โดนใจผมเหมือนกัน เพราะผมก็เป็นมีวิญญาณเสี้ยวหนึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่เหมือนกันครับ
โปรแกรมเมอร์นั้น ต้องคุยกับคอมพ์ให้รู้เรื่องอย่างเดียวแล้วนั้น ไม่พอนะครับ ต้องคุยกับคนและคุยกับธรรมชาติให้รู้เรื่องด้วยครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องยากเช่นกันครับ
ที่ผมเคยเจอคือ หากมีน้องคนหนึ่งถามว่าพี่เรียนอะไร ผมตอบไปว่า เรียนคณิตศาสตร์ประยุกต์ หลายๆ คนไม่อยากคุยด้วยสักเท่าไหร่ อิๆๆ ด้วยความว่ากลัวว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง กลัวว่าจะคุยกันคนละภาษา
จริงๆ แล้วการเขียนโปรแกรมนั้น มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้คือ
การเปิดใจเราแล้วโหลดสิ่งที่ต้องการจะเขียนเข้าสู่สมองเรา โดยถามว่าเราจะทำอะไร ทำเพื่ออะไร ทำอย่างไร
จากนั้น ก็บ่มปัญหาในระบบคิด ผ่านการคิดแล้วทบทวนเป็นแนวทางหนึ่งในการคอมไพล์กระบวนขั้นตอนวิธีในการคิดเอาไว้ในสมอง หากคิดได้ว่าทำได้ด้วยแนวทางตรรกศาสตร์ ได้กระบวนการตามที่คิดไว้จนถึงคำตอบแล้ว
ต่อมาก็คือ การเอาใจคอมพ์มาใส่ใจเรา ว่าคอมพ์ต้องคำนวณอะไรอย่างไร มีการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างไร แล้วเข้าใจเราได้อย่างไร เราจะเข้าใจเค้าอย่างไร เอาใจคอมพ์มาใส่ใจเรานั่นเอง
ต่อมากคือ สื่อ ว่าเราจะสื่อสารกับคอมพ์ ผ่านโปรแกรมภาษาอะไรเพื่อคุยภาษาเดียวกันให้ได้ เราเข้าใจภาษาคอมพ์นั้น แล้วคอมพ์เข้าใจภาษานั้นด้วย
-
แล้วตามด้วย การลงมือเขียนบทของการสื่อสารถึงคอมพ์ตามที่ได้วางแผนเอาไว้ตามขั้นตอนวิธี ด้วยภาษากลางนั้น ที่เราเรียกว่า Implementation
จะเห็นว่า เรามี ผู้ส่งสาร (ตัวเรา) ผู้รับสาร(ตัวคอมพ์) และสื่อ (ตัวภาษาคอมพ์ และใจของเรา) และเมื่อเขียนแล้ว ผู้รับสารจะ่ส่งคำตอบให้กับเราผ่านสื่อการแสดงผล เราก็จะเป็นผู้รับสาร และคอมพ์จะเป็นผู้ส่งสาร สลับกันไป
การเขียนโปรแกรมคอมพ์นั้น เป็นอะไรที่สอนเราได้เยอะมากๆ เลย แน่ๆ เราต้องมีเหตุผลก่อน มีที่มาที่ไป มีลำดับขั้นตอน ที่จะเดินหมาก เดินเกมส์ ทำงานตามขั้นตอนที่คอมพ์เข้าใจได้ แล้วก็จะได้สัจธรรมเกี่ยวกับธรรมชาติ มากมายจากคอมพ์
พล่ามไปนิดเดียวกลายเป็นยาวเลยครับ จริงๆ ไม่อยากจะไปแตะตัวนั้นเท่าที่ควร แต่อยากจะเขียนในเชิงทั่วไปว่า
เราจะเขียนโปรแกรม ด้วยภาษาใจ ได้อย่างไร? โดยเราสามารถจะใช้ภาษาใจนี้ นอกจากคอมพ์พิวเตอร์แล้วเราจะประยุกต์ใช้กับสิ่งต่อไปนี้ได้ เช่น
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงใจคน ในแบบต่างๆ
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงชุมชนหรือสังคมต่างๆ
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงธรรมชาติ
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงสิ่งมีชีวิต
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงสิ่งไม่มีชีิวิต (อันนี้ก็มีใจฝังอยู่ด้วยนะครับ มองให้ออกนะครับ)
การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เพื่อเข้าถึงตัวเอง
และอื่นๆ
สรุปหลักๆ ก็คือ การเขียนโปรแกรมนั้นเป็นการสื่อสารระหว่างผู้สื่อสาร ไปยังผู้รับสาร ผ่านสื่อที่เข้าใจตรงกัน แล้วตอบรับกันอย่างเกื้อกูลถึงกัน
ตราบใดที่เราเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ เข้าไม่ถึงตัวเอง
เข้าไม่ถึงธรรมชาติ
เข้าไม่ถึงชุมชน
เข้าไม่ถึงสิ่งมีชีวิต
เข้าไม่ถึงสิ่งมีชีวิต
เข้าไม่ถึงใจของอีกฝ่ายหนึ่ง
ทุกอย่างก็ล้มเหลว.... เพราะสื่อสารกันไม่ได้ และไม่เข้าใจตรงกัน ภาษาใจที่สื่อสาร อาจจะมีหัวใจคนละเบอร์กัน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อจูนภาษาใจให้เข้ากันได้แล้วหลายๆ อย่างจะตามมาในทางที่ดี
-
โปรแกรมต่างๆ ที่เราเขียนเพื่อเอาไปใช้กับผู้อื่นนั้น หากไม่สอดคล้อง ไม่สอดรับกัน ใจถึงใจ ไม่เกิดก็ไม่ครบวงจร
-
เขียนโปรแกรมภาษาคอมพ์ ก็ต้องเข้าใจภาษาคน และเข้าถึงภาษาธรรมชาติของคอมพ์และคนด้วยครับ แล้วทุกอย่างจะลงตัว แบบใจถึงใจได้
และสิ่งอื่นๆ ก็เช่นกันครับ หากใช้ภาษาใจ ไขหัวใจของอีกฝ่ายได้ ทุกอย่างก็จะลงตัวแล้วสื่อสารกันได้ ต่อให้คุยกับปลาก็รู้เรื่อง คุยกับก้อนหินก็รู้เรื่อง คุยกับต้นไม้ ใบหญ้า เข้าใจธรรมชาติของสิ่งนั้นๆ มากขึ้น
-
มีใครเคยโดนสุนัขบ้า..วิ่งไล่ตามมาเพื่อจะมากัดบ้างไหมครับ คุณจะเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ อย่างไรครับ เพื่อจะเข้าถึงหัวใจหมา...จนท้ายที่สุดแล้ว หมาตัวนั้นก็นิ่งเงียบแล้วกระดิกหาง เข้ามาเป็นมิตร
-
เห็นไหมครับ ว่าผมลากจาก คอมพ์ มาสู่คน ธรรมชาติ ท้ายที่สุดมาลงที่สุนัข ได้อย่างมั่วจริงๆ ด้วยโปรแกรมภาษาใจ
-
เชิญแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ขอบพระคุณมากครับ
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
บทความนี้อ่านแล้วโดนใจจริงๆครับ
แนวความที่ให้เห็นถึงความบริบูรณ์คือสิ่งศาสตร์ต่างๆต้องการนำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องดีถ้าเมืองไทยมองโลกให้มันจริงขึ้นกว่านี้
แล้วมองการเรียนรู้ให้ได้รอบทิศแบบนี้
พวกเราคงได้เจออะไรเจ๋งๆในประเทศนี้แน่ๆครับ ยังไงก็ขอเอาบทความนี้ไปให้เด็กๆได้ค้นคว้ากันนะครับ
ดีใจมากครับ ที่ได้คุยด้วยครับ
ขอบอกว่าสุดยอดจริงๆครับพี่
</ul>
หวัดีครับพี่เม้ง!!
</ul>
แอบเข้ามาตอนเย็นๆ ไม่ได้เคาะประตู หุหุ
เริ่มต้น
</ul>
... อย่าใช้ ใจ เปลืองนักสิค๊ะ ท่านพี่เม้ง..
... เก็บเอาไว้บ้าง เผื่อ คนแถว ๆ นี้ก็ได้ค่ะ...
"JasmiN"
</ul>