คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ ?
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียน แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้
องค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
-
เสนอสิ่งเร้าให้กับผู้เรียน
ได้แก่ เนื้อหา ภาพนิ่ง คำถาม ภาพเคลื่อนไหว
-
ประเมินการตอบสนองของผู้เรียน
ได้แก่ การตัดสินคำตอบ
-
ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการเสริมแรง
ได้แก่ การให้รางวัล หรือ คะแนน
-
ให้ผู้เรียนเลือกสิ่งเร้าในลำดับต่อไป
รูปแบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
-
เพื่อการสอน
(Tutorial
Instruction)
วัตถุประสงค์เพื่อ การสอนเนื้อหาใหม่แก่ผู้เรียน มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วยย่อย มีคำถามในตอนท้าย ถ้าตอบถูกและผ่าน ก็จะเรียนหน่วยถัดไป โปรแกรมประเภท Tutorial นี้มีผู้สร้างเป็นจำนวนมาก เป็นการนำเสนอโปรแกรมแบบสาขา สามารถสร้างเพื่อสอนได้ทุกวิชา -
ประเภทการฝึกหัด
(Drill and
Practive)
วัตถุประสงค์คือ ฝึกความแม่นยำ หลังจากที่เรียนเนื้อหาจากในห้องเรียนมาแล้ว โปรแกรมจะไม่เสนอเนื้อหา แต่ใช้วิธีสุ่มคำถามที่นำมาจากคลังข้อสอบ มีการเสนอคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อวัดความรู้จริง มิใช่การเดา จากนั้นก็จะประเมินผล -
ประเภทสถานการณ์จำลอง
(Simulation)
เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติกับสถานการณ์จำลอง ที่มีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อฝึกทักษะและเรียนรู้ โดยไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียค่าใช้จ่ายมาก มักเป็นโปรแกรมสาธิต(Demostration) เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงทักษะที่จำเป็น -
ประเภทเกมการสอน
(Instruction
Games)
ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน มีการแข่งขัน เราสามารถใช้เกมในการสอน และเป็นสื่อที่ให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้ ในแง่ของกระบวนการ ทัศนคติ ตลอดจนทักษะต่างๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้มากขึ้นด้วย -
ประเภทการค้นพบ
(Discovery)
เพื่อให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสทดลองกระทำสิ่งต่างๆ ก่อน จนกระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง โปรแกรมจะเสนอปัญหาให้ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูก และให้ข้อมูลแก่ผู้เรียน เพื่อช่วยผู้เรียนในการค้นพบนั้น จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด -
ประเภทการแก้ปัญหา
(Problem-Solving)
เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิด การตัดสินใจ โดยจะมีเกณฑ์ ที่กำหนดให้แล้วผู้เรียนพิจารณาตามเกณฑ์นั้นๆ -
ประเภทเพื่อการทดสอบ
(Test)
ประเภทนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสอน แต่เพื่อใช้ประเมินการสอนของครู หรือการเรียนของนักเรียน คอมพิวเตอร์จะประเมินผลในทันที ว่านักเรียนสอบได้หรือสอบตก และจะอยู่ในลำดับที่เท่าไร ได้ผลการสอบกี่เปอร์เซ็นต์
ประโยชน์ของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ดังนี้
-
สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้
-
ดึงดูดความสนใจ
โดยใช้เทคนิคการนำเสนอด้วยกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง
สวยงามและเหมือนจริง
-
ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้เร็ว ด้วยวิธีที่ง่ายๆ
-
ผู้เรียนมีการโต้ตอบ
ปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ และบทเรียนฯ มีโอกาสเลือก ตัดสินใจ
และได้รับการเสริมแรงจากการได้รับข้อมูลย้อนกลับทันที
-
ช่วยให้ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้สูง
เพราะมีโอกาสปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง
ซึ่งจะเรียนรู้ได้จากขั้นตอนที่ง่ายไปหายากตามลำดับ
-
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความสนใจ
และความสามารถของตนเอง บทเรียนมีความยืดหยุ่น
สามารถเรียนซ้ำได้ตามที่ต้องการ
-
ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อคนเอง
ต้องควบคุมการเรียนด้วยตนเอง มีการแก้ปัญหา
และฝึกคิดอย่างมีเหตุผล
-
สร้างความพึงพอใจแก่ผู้เรียน
เกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน
-
สามารถรับรู้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ได้อย่างรวดเร็ว เป็นการท้าทายผู้เรียน
และเสริมแรงให้อยากเรียนต่อ
-
ให้ครูมีเวลามากขึ้นที่จะช่วยเหลือผู้เรียนในการเสริมความรู้
หรือช่วยผู้เรียนคนอื่นที่เรียนก่อน
-
ประหยัดเวลา
และงบประมาณในการจัดการเรียนการสอน
โดยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้ครูที่มีประสบการณ์สูง
หรือเครื่องมือราคาแพง เครื่องมืออันตราย
-
ลดช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนในเมือง
และชนบท เพราะสามารถส่งบทเรียนฯ
ไปยังโรงเรียนชนบทให้เรียนรู้ได้ด้วย
ข้อเสียของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การนำคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แม้จะมีประโยชน์มาก อย่างไรก็ย่อมมีข้อเสีย ได้แก่
-
การพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
-
ต้องอาศัยความคิดจากผู้ชำนาญการ
หรือผู้เชี่ยวชาญ จำนวนมากในการระดมความคิด
-
ใช้เวลาในการพัฒนานาน
-
การออกแบบสื่อ
กระทำได้ยาก และซับซ้อน