ขอรักนั้น เช่นดินเช่นฟ้า

Kati
ความเรียง จากความประทับใจในบทเพลง เจ้นดินเจ้นฟ้า ของ สุนทรี เวชชานนท์ และภาพยนตร์ไทย ชั่วฟ้าดินสลาย จากบทประพันธ์ของ เรียมเอง ในมุมมองและคำถามของความรักอันนิรันดร์

ขอรักนั้น  ไม่ผันแปร

เช่นดินเช่นฟ้า

เจ้นดินเจ้นฟ้า    

อ้างอิง - โปสเตอร์ ใบปิดหนัง ภาพยนตร์ไทย เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย 2498 บทประพันธ์ของ เรียมเอง - อ้างอิง จากมูลนิธิหนังไทย

5 ธันวาคม 2547  

ความฮักเอย ฮักเอยใฝ่หา

ดินฟ้าเอย ข้าเคยไขว่คว้า

เทิดทูนบูชา ปรารถนาเคียงคู่  อยู่สองครองเข้าใจ๋  

แดนแคว้นใด  ได้เคยฮ่วมฝัน

เคยฮักมั่น สัญญา บ่คลาย

สุดสิ้นสลาย พรากหายตายจาก

บ่พรากฮักนี้มีไว้

โอ้ ละเน้อ ขอดินฟ้ามาเป็นพยาน

อันความฮักข้านี้ ตึงบ่มิสิ้นเจ้นดินสลาย

ขอความฮักมั่นมิคลาย   ตราบเต้าสายน้ำยังไหลริน

ขอความฮักนี้บ่สิ้น เจ้นดินเจ้นฟ้า

ความฮักเอย แม้ใครใฝ่หา

ความฮักมาแนบสรวง ห่วงใย

ทิดทูนไว้ มั่นใจ๋ฮักแต้ บ่ผันแปรเจ้นดินเจ้นฟ้า

เทิดทูนไว้ มั่นใจ๋ฮักแต้ บ่ผันแปรเจ้นดินเจ้นฟ้า                   

              บทเพลงนี้เริ่มต้นความงดงาม ในค่ำคืนของงานลอยโคมยี่เป็ง ปี 2546 

              ค่ำคืนลมหนาวสว่างไสวขึ้นพร้อมบทเพลง ด้วยเสียงร้องของ สุนทรี เวชชานนท์ ขับกล่อมบทเพลงงดงาม จากเสียงเอื้อนเอ่ยสำเนียงเมือง ให้ใจได้สั่นไหวอย่างประหลาด สู่ความหมายบางประโยคในท่อนเพลง ทำน้ำตาได้หน่วงๆคลอๆ กับเรื่องราวบางอย่าง  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>              ด้วยเรื่องธรรมดาที่ผู้คนต่างปรารถนา ถึงอธิษฐานให้ความรักไม่ผันแปรเช่นดินเช่นฟ้า   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>               ให้มั่นคงผูกพันเรื่องราวจากใครสักคนในห้วงความรัก หรือจากค้นหาใครสักคนหนึ่ง ไว้เคียงคู่ความนิรันดร์ของรัก ตราบเท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ หรืออาจเพียงให้ได้อยู่ร่วมยาวนานที่สุด ทั้งหมดล้วนมาจากผู้คนที่ต่างลิ้มรสนามแห่งรัก ซึ่งต่างปรารถนาถึงนิรันดร์เช่นนั้น</p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>               แต่จะมีสักกี่คู่สามารถเดินทางผ่านคำตอบเหล่านี้ได้   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                ทำเช่นไรคำขอให้ ความรักมั่นมิคลายนั้น จะเป็นจริงได้  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                ด้วยเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านซึ่งจ๊อยซอ เคียงคู่ท่วงทำนองกีตาร์งดงาม ไม่เพียงสะกดด้วยเนื้อเรื่อง และบทบรรยายเพลงแห่งความจริง ที่เราทุกคนต่างเรียกร้องไขว่คว้า</p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                 แต่บทเพลงในการรวบรวมชุดนี้ กลับเหมือนบทบันทึกช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นในท่ามกลางการเดินทางจากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่  เมื่อค่ำคืนลอยโคมยี่เป็ง ปี 2546</p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                  ในท่ามกลางคำถามของงาน ของชีวิต ของความรัก</p><p>                  จะมีสิ่งใดมากมายไปกว่าปริศนาชีวิต ที่เราต้องการถามหมอดู และถามใจตัวเองอีกเล่า  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                   การขับรถของเพื่อนของพี่จากกรุงเทพฯ คือหนึ่งในบทปล่อยใจของค่ำคืนนั้น เพียงปรารถนาขับรถไปลอยกระทงเชียงใหม่ เพื่อขับรถกลับเท่านั้น  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                   เมื่อการเดินทางผ่านความงามของสายลมหนาวได้เริ่มขึ้น หลังพ้นลำปางเข้าสู่ลำพูน  ในช่วงหัวค่ำ กระทั่งต้องเปิดบานกระจกรถรับลมหนาว ในงานรื่นเริงที่ผู้คนต่างปลดปล่อยตัวเองพร้อมแสง จากพลุไฟ  และงานรื่นเริง  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    เปิดกระจกรถเพื่อปลดให้ใจได้ล้อลมหนาวและแสงไฟเล่น</p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    แม้จะรู้ว่าค่ำคืนไม่ยาวนาน  แต่เราก็ต้องการช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้  เพื่อเติมเต็มชีวิตทั้งที่เราเองก็ไม่แน่ใจ  ว่าค่ำคืนอันหนาวเย็นจะจบสิ้นอย่างรวดเร็วเมื่อใด เพียงแค่รับรู้ว่า  ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้ออกเดินทาง และเดินทางไปท่ามกลางเรื่องราวค้างคาในใจมากมาย   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                      เพลงชุดนี้ถูกเปิดวนไปมา  ตามระยะขาขึ้นกว่า 700 กิโลเมตร  รวมขาล่องที่วนเพลงเปิดฟังความงามของคำ  ที่ฝังใจไว้กับการเดินทางภายนอกรถ เดินทางไกลไปพร้อมเรื่องราวภายในใจเราเอง ด้วยบางสิ่งที่ทำให้ผมต้องใช้เวลา    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                       นานกว่าจะรับรู้ถึงความละเอียดอ่อน ซึ่งพาให้ใจซึมทุกครั้งที่เพียงได้ยิน</p><p>            </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                      กว่าจะได้ตั้งสติเพื่อมองดูผู้คนที่ต่างปรารถนารักนิรันดร์  รักที่พร้อมจะพรากไปจากกาย ด้วยความอ่อนไหวอย่างยิ่ง แต่ไม่อยากให้พรากจากใจ   แม้เมื่อวันเวลาอันหมดสิ้น จะได้เพียรบอกกล่าวด้วยความจริงในข้อจำกัด แม้ภายใต้ความคาดหวังปรารถนาเหล่านี้  จะบอกจำกัดของสินค้าว่า เรายังไม่มีเครื่องมือที่จะสามารถเก็บรักษาความรักได้ยาวนานก็ตาม แต่เราก็ยังเพียรถาม</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                      บางคนได้รับคำตอบ มากกว่าต้องเริ่มต้นค้นหาครั้งใหม่กับใครคนอื่น   บางคู่ได้เรียนรู้รักนิรันดร์ บางคนล้มแล้วล้มอีก ออกเดินทางค้นหาทุกครั้งที่เจ็บปวด บางคนเดินไปเดินมา จนบอกกับตนเองว่า ไม่ต้องหาและไม่คิดจะหาอีกแล้ว และบางคนก็มีคำตอบอันมากมาย  จนไปถึงคำตอบสุดท้าย ที่ยากจะมีใครปฏิเสธ    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                      ใช่ว่าทุกคนจะมีคำตอบในรักเช่นเดียวกัน</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                      ความเหมาะสมของชีวิตจากจังหวะของสายลม แสงแดด  และความรัก  เป็นสิ่งที่เราไม่อาจคาดเดา   ยากต่อการเรียนรู้เพียงเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจร่วมกัน  หรือได้รับคำตอบพร้อมกัน</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                     บ่อยครั้งที่ความจริงสอนเรา    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            </p>                    ครั้งแรกที่ฟังบทเพลงนี้  เหมือนกระตุ้นความทรงจำวัยเด็ก ทำให้ผมนึกถึงตำนานของภาพยนตร์ที่ฝังใจผมมากว่า 20 ปี เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                   ด้วยภาพยุคสมัยของพระเอกรุ่น วิฑูรย์ กรุณา ด้วยเรื่องฝังใจในบรรยากาศของปางไม้เมืองเหนือ ในยุคสมัยที่ลูกผู้ชายเดินทาง  ตามหาชีวิตบุกเบิกและถากถางเส้นทาง  อันไม่มีใครก้าวผ่าน </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    จากเรื่องราวของพ่อเลี้ยงซึ่งอธิบายความลับบางอย่าง ผ่านพระเอกที่เป็นคนนอกปางไม้ ที่เข้ามาเยี่ยมชม  ผู้เห็นความจริงอันซับซ้อนของใจ  หลายปีต่อมากว่าจะรู้ว่าเป็นผลงานเขียนอันยิ่งใหญ่ของ ครูมาลัย ชูพินิจ จนตามอ่านงานประพันธ์ชิ้นเต็ม ทุกอย่างจึงแทบจะเติมเต็มสิ่งที่หายไปหลายปีของชีวิต</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    เนื้อเรื่องบอกกล่าวถึงชายเสียสติที่วิ่งพล่านทั่วปางไม้  ว่าเป็นหลานชายของพ่อเลี้ยงพระเอกที่ไม่รู้ความจริง  ด้วยภาพของผู้ศรัทธาพ่อเลี้ยงตั้งแต่แรกเห็น   เป็นผู้เผยภาพที่ทุกคนต่างต้องการลืมเลือน  ผู้เหยียบย่างเข้าปางไม้กลายเป็นผู้เปิดความจริงของรัก  หลังจากความฝันในการท่องเที่ยวป่า  กลายเป็นภาพจริงของชีวิต เมื่อชีวิตไม่ใช่เพียงค้นหาตัวตนภายใน  แต่ยังกลายเป็นการค้นหาตัวตนของผู้อื่น</p><p>    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                     เรื่องราวคลี่คลาย ว่าชายหนุ่มที่บ้าคลั่งซึ่งวิ่งไปวิ่งมาพร้อมกับโซ่ติดข้อมือ  คืออดีตชายหนุ่มรูปหล่อ  ที่จบโรงเรียนป่าไม้อังกฤษจากเมาะละแหม่ง  เพื่อมาทำงานกับลุงซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงในปางไม้</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    ลุงผู้เป็นทั้งพ่อและแม่ในชีวิต  กระทั่งวันเวลาเล่นตลกกับชีวิตให้พบรักกับเมียสาวของพ่อเลี้ยง   ในฐานะป้าสะใภ้ของชายหนุ่ม   ที่ทุกคนต่างรับรู้เมื่อความจริงของรักแอบซ่อน อาจดูงดงามและน่าจะจบลงด้วยการเดินทางครั้งใหม่ของคนสองคน  เมื่อพ่อเลี้ยงให้โอกาสทั้งคู่ในคืนหนึ่งหลังพบความจริงว่าทั้งคู่แอบคบหากัน</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    โอกาสที่พ่อเลี้ยงหยิบยื่น  คืออนุญาตให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจนชั่วฟ้าดินสลาย   และจะไม่มีใครมาพรากคนทั้งคู่ออกจากกันได้  คืนนั้นพ่อเลี้ยงใช้โซ่คล้องข้อมือคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน   พร้อมกล่าวว่า เมื่อทั้งคู่รักกัน</p><p>                     สิ่งเดียวที่จะพรากคนทั้งสองได้  จึงมีเพียงความตายเท่านั้น  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            </p><p>                     วันคืนที่ทั้งคู่อยู่ร่วมกันโดยมีโซ่คล้องข้อมือ  นำพาให้ความรักเดินทางไปสู่ความหมายบางอย่าง   ความเปลี่ยนแปลงคือเรื่องจริงที่วิ่งผ่านชีวิตคนทั้งคู่   ชายหนุ่มไม่สามารถต้านลมในใจตัวเอง    จนวันหนึ่งเมื่อหญิงสาวท้องแก่เริ่มทะเลาะกับชายหนุ่ม</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                      ผมจำไม่ได้ว่าเขาเริ่มต้นฆ่าเธอก่อนหรือหลัง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                      แต่สิ่งที่ฝังใจผมคือ   เขาตัดสินใจตัดข้อมือหญิงสาว</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                     หลังจากนั้นผมก็ไม่แน่ใจในเรื่องราวของเนื้อหามากนัก  ได้แต่นึกถึงภาพชายหนุ่มวิ่งพล่านไปทั่วปางไม้   พร้อมกับสายโซ่ที่มีมือของคนรักติดอยู่  มีสิ่งที่ผมเข้าใจ  คือความจริงอันฉาบเคลือบชีวิตไว้นั้น  ไม่อาจสร้างให้เราเข้าใจ ถึงบางสิ่งที่แอบซ่อนเหมือนสัตว์ป่าในกายเรา  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    จนวันหนึ่งที่มันจะแสดงตัวออกมาเท่านั้น</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                    จนกว่าการรับรู้ของเราจะได้เห็นสายตาคู่นั้น ซึ่งหยาบกระด้าง ได้ปรากฏตัวออกมา                           </p><p>                    ผมไม่อาจจดจำความรู้สึกตอนเด็ก เมื่อดูภาพยนตร์เรื่องชั่วฟ้าดินสลายจบลงได้ แต่ผมจำความรู้สึกของตัวเองได้เด่นชัด   หลังจากอ่านบทประพันธ์ฉบับที่สมบูรณ์จบลง  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                    ความหมายอันเจ็บปวดของคำมั่นสัญญา  เช่นคืนวันอันนิรันดร์เฉกเช่น  ชั่วฟ้าดินสลายว่าจะไม่คลายรักจากกัน กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์  ผู้เหมือนถูกสาปแช่งจากฟ้าดินในยามที่เราไม่อาจเข้าใจ  ถึงสิ่งซึ่งซ่อนอยู่ในใจเรา  <p>                 ช่วงเวลานั้นผมเข้าใจถึงความดำมืดในใจ ที่น่าหวาดกลัว           </p><p>                 ไม่มีใครตอบปริศนาของชีวิตได้ดีเพียงพอ</p><p>                  สำหรับการเรียนรู้เพื่อบอกร้อนหนาวของชีวิตเรา   หรือนำเป็นบทเรียนของคนอื่น เพื่อบอกในแต่ละความรู้สึกของชีวิตจากวันที่เราเริ่มต้นเดินทาง  จนวันที่เราเห็นความจริงของชีวิตอันแอบซ่อนหลายด้วยตนเอง    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                   หลายครั้งที่เราโหยหาและเดินทางตามหาหัวใจอีกดวง   เพื่อนำกลับมาเติมเต็มในใจเรา  เราไม่อาจปฏิเสธคืนวันอันสุขสมนั้นได้   เราต่างรับรู้เมื่อได้ลิ้มลองรักอันแสนหวาน  เราต่างเข้าใจความหมายอันแอบซ่อน   เพราะเราคิดเสมอว่ายังไม่ถึงวันที่เราจะพรากจากกัน   หลายคนอาจพบเจอกับความหมายอันเจ็บปวดมามากมาย    จนเรียนรู้ที่จะตอบคนอื่นว่าไม่ยึดติดกับความเจ็บปวดด้วยการเผื่อใจไว้ให้กับโอกาส  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            </p><p>                  แม้ผมจะเข้าใจถึงอารมณ์แห่งโศกนาฏกรรมแห่งรัก  แต่สิ่งที่ผมพยายามบอกเล่ากับตัวเอง กระซิบทุกครั้งในแต่ละก้าวชีวิต  บอกกับตัวเองว่า มีเพียงพลังในใจซึ่งเราไม่ควรละเลย ให้ละลายไปกับความแห้งแล้งของชีวิตอันเจ็บปวด</p><p>                  ผมไม่รู้ว่าผู้คนต่างมองโลกกันเช่นไร  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                  สำหรับผมแล้ว   โลกมีกรอบสองด้าน   จากความแห้งแล้งและความชุ่มชื่น   ผสมผสานกันไว้ด้วยความหวังและความฝันในการเดินทางอยู่เสมอ ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงสิ่งที่รอเราเลือกหยิบจับ  เมื่อก้าวขาย่างเหยียบในดินแดนแห้งแล้งเหนื่อยอ่อน   สิ่งสำคัญมีเพียงความสามารถส่วนตัว   ในการสร้างสรรค์ความหวังจากสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาหรือกำหนดไว้มองโลก   ในด้านที่ยังคงเหลือความงดงาม  ไม่ใช่การเดินทางท่ามกลางความหลัง  ที่ยังต้องแบกความทุกข์ระทมจนสิ้นวันตาย</p><p>                     เพราะความเชื่อมั่นส่วนตัวของผม ก็คือเสียงกระซิบที่บอกว่า ศรัทธาที่เราบูชาในความงดงามของรัก   คือสิ่งอันประเสริฐ    ที่ผลักให้เรามีชีวิตในแต่ละวันได้อย่างเป็นสุข  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                      เป็นโอกาสในการได้ดื่มความชุ่มชื่นจากดวงใจ  </p><p>                       เพื่อรอคอยวันพรุ่งนี้ได้อย่างสงบ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>                       เพียงเพื่อกระซิบกับตัวเอง  และร้องเพลงด้วยประโยคสั้นๆ  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>                        เทิดทูนไว้มั่นใจรักแท้ ไม่ผันแปรเช่นดินเช่นฟ้า</p><p></p><p></p><p></p><p></p><p>ฟังบทเพลง เจ้าดินเจ้นฟ้า บทเพลงลำดับที่ 0355 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">http://www.cm77.com/song_online/song.php</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p></p>ชั่วฟ้าดินสลายจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ชั่วฟ้าดินสลาย กำกับ มารุต อำนวยการสร้าง รัตน์ เปสตันยี บทภาพยนตร์ บทประพันธ์เรียมเองบทภาพยนตร์ทวี ณ บางช้างวิจิตร คุณาวุฒิ นักแสดงนำ ชนะ ศรีอุบลงามตา ศุภพงษ์เอม สุขเกษมประจวบ ฤกษ์ยามดี เพลงประกอบ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ กำกับภาพ รัตน์ เปสตันยี ตัดต่อ จุรัย เกษมสุวรรณ จัดจำหน่าย หนุมานภาพยนตร์ วันที่เข้าฉาย ธันวาคม พ.ศ. 2498 ความยาว 117 นาที ประเทศ ไทย ภาษา ไทย   ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2498 สร้างโดยบริษัท หนุมานภาพยนตร์ จากนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย ของมาลัย ชูพินิจ (เรียมเอง) [1] กำกับการแสดงโดยครูมารุต โดยมีรัตน์ เปสตันยี เป็นผู้อำนวยการสร้าง และกำกับภาพ บันทึกเสียงโดย ปง อัศวินิกุล ในพิธีมอบรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2500 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับ 3 รางวัลสำเภาทอง ในสาขาบทประพันธ์ยอดเยี่ยม บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม ประเภทฟิล์ม 35 ม.ม. ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงประกอบที่มีความไพเราะมาก คือเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ประพันธ์คำร้องโดย ครูมารุต ผู้กำกับภาพยนตร์ ทำนองโดย แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ขับร้องโดย พูลศรี เจริญพงษ์ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงเงินพระราชทาน [2] 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นามนั้นสำคัญไฉน

คำสำคัญ (Tags)#บทเพลง#ความเรียง#ภาพยนตร์ไทย#มุมมองต่อความเปลี่ยนแปลง#ชั่วฟ้าดินสลาย#เจ้นดินเจ้นฟ้า#สุนทรี เวชชานนท์

หมายเลขบันทึก: 122217, เขียน: 26 Aug 2007 @ 20:11 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 18:17 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

Kati
เขียนเมื่อ 
ชั่วฟ้าดินสลายจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ชั่วฟ้าดินสลาย กำกับ มารุต อำนวยการสร้าง รัตน์ เปสตันยี บทภาพยนตร์ บทประพันธ์เรียมเองบทภาพยนตร์ทวี ณ บางช้างวิจิตร คุณาวุฒิ นักแสดงนำ ชนะ ศรีอุบลงามตา ศุภพงษ์เอม สุขเกษมประจวบ ฤกษ์ยามดี เพลงประกอบ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ กำกับภาพ รัตน์ เปสตันยี ตัดต่อ จุรัย เกษมสุวรรณ จัดจำหน่าย หนุมานภาพยนตร์ วันที่เข้าฉาย ธันวาคม พ.ศ. 2498 ความยาว 117 นาที ประเทศ ไทย ภาษา ไทย   ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2498 สร้างโดยบริษัท หนุมานภาพยนตร์ จากนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย ของมาลัย ชูพินิจ (เรียมเอง) [1] กำกับการแสดงโดยครูมารุต โดยมีรัตน์ เปสตันยี เป็นผู้อำนวยการสร้าง และกำกับภาพ บันทึกเสียงโดย ปง อัศวินิกุล ในพิธีมอบรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2500 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับ 3 รางวัลสำเภาทอง ในสาขาบทประพันธ์ยอดเยี่ยม บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม ประเภทฟิล์ม 35 ม.ม. ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงประกอบที่มีความไพเราะมาก คือเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ประพันธ์คำร้องโดย ครูมารุต ผู้กำกับภาพยนตร์ ทำนองโดย แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ขับร้องโดย พูลศรี เจริญพงษ์ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงเงินพระราชทาน [2]  [แก้] เรื่องย่อระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้ มีการกล่าวถึง เนื้อเรื่อง หรือฉากจบ  ชั่วฟ้าดินสลายเป็นโศกนาฏกรรมรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย นายห้างพะโป้ (เอม สุขเกษม) เป็นชายชราเจ้าของปางไม้ เพิ่งแต่งงานใหม่กับ ยุพดี (งามตา ศุภพงษ์) สาวสวยทันสมัยจากในเมือง พะโป้พายุพดีมาอาศัยที่ปางไม้ห่างไกลผู้คน ณ ที่นี้เธอได้พบกับ ทิพย์ (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) คนสนิทของนายห้าง และ ส่างหม่อง (ชนะ ศรีอุบล) หลายชายหนุ่มฉกรรจ์ของพะโป้ ยุพดี ชอบเข้ามาหยอกล้อเล่นหัวกับส่างหม่อง ตามแบบหนุ่มสาว จนเกิดลักลอบเล่นชู้ จนรู้กันไปทั่วทั้งที่ทิพย์ก็พยายามตักเตือนแล้ว ในที่สุดนายห้างก็เห็นพิรุธ จับได้คาหนังคาเขาที่บังกะโลกลางป่า พะโป้ออกปากยกยุพดีให้แก่ส่างหม่อง มีข้อแม้ว่า ถ้าพวกเอ็งอยากจะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน อยากอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ข้าก็จักให้พวกเอ็งได้สมมาตรปรารถนา จับทั้งคู่ล่ามโซ่คล้องแขนไว้ด้วยกันตลอดเวลา เมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน รักที่หวานชื่นก็ขมขื่น ยุพดีเล่นเปียโนและร้องเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ให้ส่างหม่องฟังด้วยอารมณ์โรแมนติค ถึงความรักที่ไร้สถานะ ไร้กาลเวลา ยั่งยืนชั่วฟ้าดินสลายเหมือนอย่างในเพลง ฝ่ายส่างหม่อง ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้าน โดยไม่ได้ออกไปทำงาน เขาก็หมดความอดทน สิ้นรัก เมื่อนายห้างพะโป้เสนอทางออกให้ด้วยความตาย ส่างหม่องก็ยอมรับทางเลือกนั้น  [แก้] อ้างอิงhttp://filmsick.exteen.com/20070621/entry http://www.thaifilm.com/supportDetail.asp?id=60 http://www.pisutshop.com/webboard_detail.asp?TopicID=1200 http://www.faylicity.com/book/book1/eternity.html http://www.thaipost.net/index.asp?bk=tabloid&post_date=26/Dec/2547&news_id=100050&cat_id=220300  [แก้] แหล่งข้อมูลอื่นเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย บรรเลงโดย ไหมไทย  ข้อมูลอ้างอิง ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นงานการสร้างของบริษัท หนุมานภาพยนตร์ โดยคุณรัตน์ เปสตันยี ที่ได้หยิบเอาบทประพันธ์ เรื่องเยี่ยมของ เรียมเอง มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เข้าฉายครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2498 ที่โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุงและโรงภาพยนตร์นิวโอเดียน ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นผลงานที่ ชนะ ศรีอุบล พระเอกของเรื่องนี้ชื่นชอบเป็นอย่างมากนับแต่เล่นหนังมา และยังสร้างชื่อให้กับนางเอกของเรื่องคือ งามตา ศุภพงษ์ อีกด้วย จนเป็นที่รู้จักของผู้สร้างในยุคนั้น นอกจากนี้เรื่องนี้ยังได้สร้างดาวร้ายผู้น่ารักเข้ามาประดับวงการอีกคนนั่นคือ  ประจวบ ฤกษ์ยามดี ด้วยฝีมือการกำกับของ ครูมารุต บรมครูแห่งวงการภาพยนตร์  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลสำเภาทอง จากงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2500 ถึง 3 รางวัล ได้แก่ บทประพันธ์ยอดเยี่ยม โดย มาลัย ชูพินิจ หรือ เรียมเอง บันทึกเสียงยอดเยี่ยมในระบบ 35 มิลลิเมตร โดย ปง อัศวนิกุล และถ่ายภาพ 35 มิลลิเมตร ยอดเยี่ยม โดย รัตน์ เปสตันยี (ขอขอบคุณ : ศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทย)