จงทำดี..ให้เหมือนกับกินข้าว....คุณพ่อสอนไว้  

คำสอนของบุพการี  ของใคร  ก็ย่อมจะนิยมชมชอบไปด้วยกันทั้งนั้น  เพราะท่านเกิดก่อน  เรียนรู้เรื่องราวทั้งดีและไม่ดีมาก่อน....ที่เรียกว่า...อาบน้ำร้อนมาก่อน  

ในยามที่ตัวเองเริ่มเข้าสู่วัยชรา   มีจำนวนลูกมากขึ้น   ก็คือ...ลูกเขย  บางคนก็มีลูกสะใภ้ 

หรือเลยไปกว่านั้น...บางคนมีหลานแล้ว  

คำสอนที่คุณพ่อคุณแม่เคยบอกเคยสอนนั้น...ก็จะนำมาใช้ล่ะ  แต่บางคนก็คิดเอง..จากประสบการณ์ของตนเอง  

แต่สำหรับครูอ้อย...คุณพ่อคุณแม่...  สอนมาว่า..ให้ทำดี  เหมือนกับการกินข้าว..  นำมาใช้กับตัวครูอ้อยเอง  และนิยมที่จะให้ลูกๆ  นำไปใช้ด้วยเสมอ....

อีกสิ่งหนึ่ง...ที่ครูอ้อยได้รับการฝึกอบรม  และนำมาฝึกอบรมลูกๆนั้น  ก็คือ...ระเบียบวินัย 

ระเบียบ  ต้องตามมาด้วย  วินัย   เพราะครูอ้อยเป็นลูกทหาร    ถึงแม้ว่าท่าน....จะไม่ใช่ลูกหลานทหาร   ก็ต้องมี  เรื่องระเบียบวินัย   เสมอในชีวิตของตนเอง  ตลอดทั้ง  หน้าที่การงาน 

ครูอ้อย  โชคดี  ที่คุณพ่อคุณแม่  สั่งสอนแบบสั่งสม  ให้ครูอ้อยมีระเบียบไปจนถึง...ความคิด   มีความละเอียดอ่อน...นึกถึงใจผู้อื่นเสมอ 

ดังนั้น  เมื่อ  ถูกคำพูด  หรือกิริยา  ที่ไม่ดีมากระทบ...ครูอ้อยจะอ่อนไหวไปได้ง่าย...ไม่เข้มแข็ง  หรือกระโชกโฮกฮาก    นี่คือ  จุดอ่อนของครูอ้อย...ครูอ้อยรู้จุดอ่อนของตนเอง   และพยายามอุดรอยรั่วของจุดอ่อนของครูอ้อย...ด้วยความหนักแน่น   และครูอ้อยมีความหนักแน่น...เก็บไว้ในสโตร์ของครูอ้อยมากมาย  

สิ่งเหล่านี้  ครูอ้อยสอนสั่งลูกๆของครูอ้อยเสมอ    เลยไปถึง  ลูกศิษย์ของครูอ้อยด้วย...ความมีระเบียบวินัย..ไม่ใช่แค่  โต๊ะทำงานที่ต้องสะอาดเท่านั้น    ต้องมีเข้าไปถึงจิตใจ   การกระทำ  ออกมาเป็นความประพฤติ    

 เพราะโต๊ะทำงานนั้น  ได้มีคนงาน  หรือ  เลขาฯมาจัดให้อยู่เสมอ  เมื่อหน้าที่การงานใหญ่โตขึ้น   เป็นเจ้าคนนายคน   เรื่องระเบียบวินัย   ต้องเลยเข้าไปถึงจิตใจ   ไม่มีใครเข้าไปจัด หรือ ทำความสะอาดให้ได้  ไม่เหมือนโต๊ะทำงาน  

ครูอ้อยมีเรื่องราวจะเขียนมากมาย..อย่างที่รู้  ครูอ้อยเป็นคนที่อยู่ในระบบ   ทำอะไรต้องมีระบบ  

ระบบกับระเบียบนั้นต่างกัน.....ครูอ้อยจะอธิบายจาก  ประสบการณ์ที่ประสบมา   ระบบเป็นเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตามกติกา  กฎ  ที่กำหนดให้  หรืออาจจะเป็นระเบียบที่ต้องปฏิบัติ...

แต่ระบบนี้   จะเข้าไปอยู่ในจิตใจใครได้สักกี่คน   บางคนบอกว่า..มีระบบ  ปฏิบัติตามระบบ   แต่เมื่อทำจริงๆ  ก็ปีนระบบออกมา  กลายเป็นพวกแอบอ้างในระบบ  แต่เป็นคนอยากอยู่นอกระบบ   เป็นพวก  หัวมงกุฎท้ายมังกร   ..วาย..ว่าใครอีกแล้ว...ไม่เกี่ยวกันนะ   เรื่องราว  และตัวหนังสือ  มันพาไป..

.เมื่อได้ไป KMเชียงใหม่  กลับมา  ...  ก็ยังมีเสียง  ประกบตามมาว่า...ไม่ยินดีให้ไป  

ครูอ้อยจะคิดอะไรต่อไปล่ะ  ก็แค่คิดว่า...อ้อยเข้าปากช้าง   หรือช้างเข้าปากอ้อย.....ก็เท่านั้นเอง...

ตะเลง เตรง  เตร๊ง....ใครจะคิดอะไร  ก็คิดกันเอง