มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวเพียงลำพังได้ ต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เริ่มตั้งแต่ 2 คน เป็นอย่างน้อย ค่อยทยอยหลายคนขึ้นไป เป็นกลุ่ม เป็นชุมชน เป็นตำบล ฯลฯ ตามลำดับ
        โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม ถือว่าเป็นสังคมหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสังคมที่มีขนาดใหญ่กว่าสังคมหนึ่ง นั่นคือสังคมนาหนองทุ่ม ประกอบด้วยชุมชน   5 ชุมชนด้วยกัน ได้แก่ หมู่ 3 , 9 , 11 , 12 และ หมู่ 14 (เขตบริการของโรงเรียน)
        การช่วยเหลือแบ่งปันกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในชุมชน เช่น บ้าน วัด โรงเรียน สถานีอนามัย เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น ต่างมีความสัมพันธ์ สมัครสมานสามัคคีกันดีเยี่ยม และการช่วยเหลือ การให้ความร่วมมือมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์ กำลังกาย และกำลังใจ ไหว้วานกันได้ทุกเมื่อ   ในส่วนของโรงเรียน ก็ได้ช่วยเหลือแบ่งปันทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ และพลังความคิด หลายๆ อย่างด้วยดีและด้วยความเต็มใจเสมอมา เช่น การเข้าร่วมประเพณีในท้องถิ่น การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนโดยร่วมเป็นคณะกรรมการต่างๆ เป็นพิธีกร เป็นที่ปรึกษา ฯลฯ การช่วยเหลือที่เด่น ๆ เป็นที่อบอุ่น เป็นที่ปลาบปลื้ม ของผู้ได้รับบริการคือ การเป็นพิธีกร ถ้าเป็นการทำบุญอุทิศถึงผู้ตาย สู่ขวัญทุกประเภท เป็นผู้นำขึ้นบ้านใหม่(พราหมณ์) ผู้ที่รับหน้าที่นี้คือ นายหนูพันธ์ จันทะปะทัด (ปัจจุบันถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นปราชญ์ชาวบ้าน) แต่ถ้าเป็นงานที่มีเวที มีมหรสพ เช่นงานลอยกระทง งานฉลองงานมงคลสมรส งานเกษียรอายุราชการ ฯลฯ ผู้ที่มักจะได้รับเชิญไปเป็นพิธีกรให้ก็คือผู้เขียน (บุญร่วม ผาจ้ำ) และนางสุภาพร คุณอนันต์(ถ้าเป็นคู่)
         อีกกิจกรรมหนึ่งที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งที่โรงเรียนให้ความช่วยเหลือชุมชน คือการช่วยงานศพ วิธีเข้าไปช่วยเหลือในงานนี้คือ โรงเรียนจะส่งวงดุริยางค์ของนักเรียนไปช่วย เราอยากจะแบ่งเบาความโศกเศร้าจากท่านบ้าง เพราะการสูญเสียครั้งนี้ ไม่มีครั้งไหนที่ใหญ่กว่าตายจากกันอีกแล้ว  คนนาหนองทุ่มมีจิตใจงาม เป็นบุญเป็นกุศล มีความสำนึกในบุญคุณ มีความกตัญญู กตเวที ทุกครั้งเจ้าภาพจะบริจาคให้วัด 2 วัด โรงเรียน 2 โรง และสถานีอนามัย 1 แห่ง ....ตามที่ผู้เขียนสังเกต ชาวบ้านคงคิดว่า หน่วยงานดังกล่าวมีบุญคุณกับพวกเขา วัดเป็นสถานที่รวมจิตใจ พระสอนให้เขาเป็นคนดี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตายก็มาเผาที่นี่ โรงเรียนสอนให้เขาและลูกหลานมีความรู้ และเป็นคนดี ส่วนสถานีอนามัย เป็นสถานที่ปฐมพยาบาล เมื่อเขา,ลูกหลานเขา,หรือผู้คนทั่วไป ไม่สบาย ทำให้หายจากการเจ็บป่วยต่างๆ ....พวกเราชาวโรงเรียนบ้านนาหนองทุ่มยึดมั่นในการบริการชุมชน โดยทุกศพ ไม่ว่ายาก ดี มี จน เราจัดให้สมเกียรติเท่าเทียมกัน ดังนั้นจึงเป็นที่อบอุ่นใจ เป็นที่ปลื้มปีติของเจ้าภาพที่ได้รับบริการจากเรา (หลายครั้งคณะพิธีกรยังได้รับเชิญไปช่วยในต่างถิ่นนอกเขตบริการ ด้วย)

             ขั้นตอนการฌาปนกิจศพ(ที่เราจัด) เมื่อเคลื่อนศพถึงวัดแล้ว ญาติจะนำศพขึ้นสู่เมรุ(ฌาปนสถาน) พิธีการจะเริ่มดังนี้
1. ไหว้พระรับศีล
2. พระคุณท่าน(บางแห่ง "พระคุณเจ้า") แสดงพระธรรมเทศนา
3. พระสงฆ์สวดมาตกาบังสุกุล
4. เจ้าภาพถวายปัจจัยไทยธรรม และบังสุกุล
5. พระสงฆ์อนุโมทนา
6. เจ้าภาพบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล
7. พิธีทอดผ้าบังสุกุล(ที่นาหนองทุ่มจะมีผู้ทอดผ้าบังสุกุลมากมาย บางศพเป็นร้อยคน จึงให้ทอดที่หน้าอาสน์สงฆ์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะทอดบนเมรุ)
8. พิธีกรนำเรียนประวัติผู้ตาย ต่อด้วยบทกลอนไว้อาลัย
9. ผู้มาร่วมงานยืนไว้อาลัย
10. กราบเรียนเชิญประธานในพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล
11.นิมนต์พระภิกษุ และสามเณรทุกรูปวางดอกไม้จันทน์ แล้วตามด้วยผู้มาร่วมงาน เป็นเสร็จพิธี

อาลัย นายกอง ศรีสุภาพ(ภารโรง)อุบัติเหตุ
                 9 สิงหาคม 2545

เหมือนฟ้าฟาด ลงกลางใจ ให้เจ็บปวด    สุดร้าวรวด เจ็บแทบดิ้น คราสิ้นสูญ
พ่อจากลูก จากแม่ไป ให้อาดูร             สุดว้าวุ่น ชอกช้ำ ระกำใจ
พ่อเจ็บไข้ ได้รักษา หยูกยาบ้าง            ยังมีทาง กลับตื่น ฟื้นคืนได้
แต่นี่ช่าง รันทด สลดใจ                   พ่อจากไป เพียงสักคำ ไม่อำลา
จากวันนี้ ต่อไป ไม่เห็นแล้ว                ไร้วี่แวว คงชะแง้ แลคอยหา
เช้าเคยไป ทำงานเห็น เย็นกลับมา         โอ้พ่อจ๋า ลูกเมียรัก จักคอยใคร
แสงเทียนดับ ลับลาแล้ว ครานี้             ชาติหน้ามี ขอเป็นเช่น ใจหมาย
เกิดเป็นคู่ ครองสุข ทุกชาติไป             ขอกุศล ดลให้ พ่อไปดี

บุญร่วม ผาจ้ำ แต่ง

ประวัติผู้ตย และกลอนอื่นๆ อีก ท่านใดสนใจเข้าไปที่ http://www2.se-ed.net/ntm