คงไม่มีขโมยขโจรที่ไหนที่จะมาบอกเราล่วงหน้าว่า จะขึ้นบ้านเราวันนี้ เวลานี้นะ เตรียมล็อคบ้านไว้ให้ดี 555 ........เพราะไม่อย่างนั้น การโจรกรรมอาจจะไม่สำเร็จอย่างแน่นอน หลายคนอาจเคยประสบเรื่องแบบนี้ และแน่นอนแต่ละบ้านย่อมเกิดเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป อย่างบ้านของฉัน.......



วันธรรมดาวันหนึ่ง...วันที่แดดกำลังตรงหัวเลย น้องชายของฉันกำลังง่วนอยู่กับโลกไซเบอร์บนห้องชั้น 2 ด้วยความที่อยู่คนเดียว บ้านช่องก็ดูเงียบเชียบ ราวกับไม่มีคนอยู่...ซักพักเสียงดัง "แก๊ก....แก๊ก....!! " ก็ดังขึ้นตรงประตูหลังบ้าน ซึ่งก็คือใต้ห้องของน้องชายฉันนั่นเอง ด้วยความสงสัย จึงต้องลงไปสำรวจหน่อยซิว่า มัน..คือ...อะไร ? เมื่อเสียง "ตึง....ตึง....!" ดังขึ้น ซึ่งเกิดจากน้ำหนักตัวที่มากเดินลงบันไดไม้มาที่ชั้นล่าง ทำให้เสียงประหลาดนั้นเงียบไป น้องชายของฉันก็ชะโงกมองไปที่หน้าต่างหน้าบ้าน ก็บังเอิญกับที่ได้จ๊ะเอ๋กันกับหนุ่มน้อยคนนึง ที่กำลังยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาอยู่เหมือนกัน..... โอ้ ! แม่เจ้า.... ขโมยเจ้าค่า!!! เมื่อความต๊กกะใจมาเยือน หนุ่มคนนั้นก็เผ่นแน่บหนีไปเลย
เมื่อโทรบอกแม่แล้ว ก็ได้รับข่าวบอกเล่าเก้าสิบมาว่าน่าจะเป็นใคร ในละแวกนั้น ก็ลองเช็คดูว่าน่าจะใช่หรือไม่ ตกเย็นแม่ได้เชิญผู้ต้องสงสัยให้มาที่บ้าน เพื่อให้น้องชายชี้ตัว ผลปรากฏว่า....... "ใช่เลย!!!" ถูกตัวแน่ๆ แต่สิ่งที่มันน่าเหลือเชื่อก็คือว่า ขโมยคนที่ว่านี้ เป็นเพียงเด็กที่กำลังจะมีคำนำหน้าเป็นนายในเร็ววันนี้นี่เอง และยังเป็นเด็กนักเรียน ม.3 ของโรงเรียนที่แม่ของฉันสอนอยู่เสียด้วยสิ ซะงั้นๆๆๆๆ
ทีแรกเขาก็ไม่สารภาพว่าทำ พ่อของเด็กก็เชื่อว่าไม่ได้ทำ แต่ก็รู้สึกโมโหลูกของตัวเองด้วย น้องชายของฉันก็ยืนยันว่าไม่ผิดตัวแน่ๆ จำได้ แม่ใช้วิธีอ้างตำรวจว่า ถ้างั้นให้ไปคุยกับตำรวจเอง เด็กจึงยอมรับสารภาพว่ามางัดบ้านจริง เพราะอยากได้เงินไปแต่งรถมอเตอร์ไซค์ที่พ่อซื้อให้ใหม่ อยากมีเหมือนเพื่อนๆ ดูจากท่าทางของพ่อของเด็ก เป็นคนอารมณ์ร้ายพอดู เพราะตลอดเวลาที่คุยกันนั้น ตบหน้าลูกบ้าง เตะลูกบ้าง จนทุกคนต้องห้าม .........
ข้อตกลงระหว่างเด็กชายกับแม่ของฉันก็คือ "ยังอยากเรียนหนังสืออยู่มั๊ย? ถ้ายังอยากเรียน ให้มาโรงเรียนทุกวัน ห้ามขาดเรียน และต้องไปรายงานตัวกับครูทุกวัน ถ้าวันไหนไม่มา ครูจะโทรบอกพ่อของเธอ" แม่บอกเด็ก.................................. เรื่องจบไปแค่นั้น... โดยที่ทางเราไม่ได้เอาเรื่องกับเด็ก เพราะเหตุการณ์ยังไม่ได้เกิดขึ้น
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ได้คิดว่า ความอยากได้ อยากมี การเลี้ยงดู และพื้นฐานครอบครัวก็เป็นสิ่งกำหนดให้ชีวิตของคนๆ นึงได้ ว่าจะเดินไปในทางใด แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นมันก็ขึ้นอยู่กับใจของเรานี้