ความสำเร็จแห่งชีวิต ใน พระมหาชนก

  "ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉีนบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์"  

"พระมหาชนก"

  พระราชนิพนธ์ล้ำค่าของคนไทย

   วรรณกรรมที่คนไทยต้องอ่าน      (ตอนที่ 1)

  

                  ปีพุทธศักราช 2520  คือวาระมหาปิติที่คนไทยทั้งหลายได้ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพทางวรรณกรรม อีกครั้งหนึ่ง  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สดับพระธรรมเทศนา "มหาชนกชาดก" จากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร) แห่งวัดราชผาติการาม กรุงเทพฯ  พระองค์ก็ได้มีพระราชดำริค้นคว้าต่อและก่อเกิดเป็นพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก  ขึ้นเพื่อให้คนไทยได้อ่าน  ดังพระราชปรารภในหนังสือพระราชนิพนธ์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2539 และในตอนท้ายได้พระราชทานแนวทางชีวิตที่ถือว่าสำคัญยิ่ง เพราะแนวทางดังกล่าวคือปัจจัยแห่งความสำเร็จของชีวิต นั่นคือ

  "ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ 

           ปัญญาที่เฉียบ แหลม           

  กำลังกายที่สมบูรณ์ "

พระมหาชนก : เรื่องราวแห่งความเพียรของพระโพธิสัตว์

              พระอริฏฐชนกราช แห่งมิถิลานคร แคว้นวิเทหะ ถูกพระโปลชนกราชอนุชาแย่งชิงราชสมบัติ   พระอริฏฐชนกราชสิ้นพระชนม์ในสงคราม พระมเหสีต้องเสด็จหนีไปยังนครจัมปาก ทั้งๆ ที่พระครรภ์แก่   ต่อมาได้ทรงให้กำเนิดพระโพธิสัตว์ "มหาชนก"

             ครั้นมหาชนกกุมารเจริญพระชันษา  ได้ทรงคาดคั้นความจริงจากพระมารดา จนทราบว่าเรื่องราวทั้งหมด พระองค์จึงคิดทวงราชสมบัติคืน จึงนำเรือพาณิชย์ไปค้าขายหวังได้ราชทรัพย์ไปใช้ทำการแย่งชิงบัลลังก์

           ขณะเรือแล่นกลางทะเล เกิดคลื่นลมร้ายกาจ  เรือล่มจมลง พ่อค้าวานิชที่มากับเรือจมน้ำตายหมด เหลือแต่พระองค์เดียว ทรงกระโดดออกจากเรือและว่ายน้ำอยู่ 7 วัน 7 คืน ด้วยความเพียรแม้ไม่เห็นฝั่งก็ยังคงว่ายไม่ย่อท้อ  ในที่สุดนางมณีเมขลาผู้รักษาห้วงมหาสมุทรก็มาช่วยอุ้มพระองค์ขึ้นฝั่งเมืองมิถิลาได้

            ในขณะนั้นพระโปลชนกเสด็จสวรรคต บรรดาอำมาตย์จัดพิธีเสี่ยงราชรถเลือกกษัตริย์ รถก็แล่นมายังพระมหาชนก พระองค์จึงถูกอัญเชิญขึ้นเป็น  กษัตริย์ และได้อภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของพระโปลชนกด้วย  จากนั้นจึงทรงรับพระราชมารดากลับพระราชวัง  พระองค์ทรงครองราชย์นานถึง 70,000 ปี

          วันหนึ่งเสด็จประพาสราชอุทยานได้เสวยผลมะม่วงจากต้นหนึ่งซึ่งมีผลดกมาก   หลังจากเสด็จ ไปแล้วบรรดาอำมาตย์ข้าราชการต่างพากันรุมทึ้งต้นมะม่วงที่มีผลรสเลิศนั้นจนต้นมะม่วงหักโค่น  เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งเห็นสภาพต้นมะม่วงที่หักโค่นลงก็ทรงสังเวสพระทัย ดำริที่จะไม่เป็นดั่งต้นมะม่วงนั้น  ทรงรำลึกถึงคำของนางมณีเมขลาที่ต้องการให้ทรงตั้งสถาบันการศึกษา "ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย"  พระองค์จึงทรงให้มีการฟื้นฟูต้นมะม่วงขึ้นมาใหม่ และได้ทรงตั้งสถาบันการศึกษาต่อไป      

(คิดตามตอนต่อไป) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สายธารวรรณศิลป์

คำสำคัญ (Tags)#วรรณกรรม#ความสำเร็จ#พระมหาชนก#km เชียงใหม่#มณีเมขลา

หมายเลขบันทึก: 121887, เขียน: 24 Aug 2007 @ 23:11, แก้ไข, 13 Jun 2012 @ 12:47, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

Little Jazz
เขียนเมื่อ 24 Aug 2007 @ 23:29
อ้าว กำลังสนุกเลย เขียนต่อค่ะเขียนต่อ s'il vous plaît
ดารกะ ดารา
เขียนเมื่อ 24 Aug 2007 @ 23:59
ก่อนราตรีสวัสดิ์ ขอศิษย์เก็บเกี่ยวเมล็ดข้าวแห่งปัญญาจากอาจารย์สักอุ้งกำมือก่อนหลับนอนในรัตติกาลนี้ กว่าหนูจะสมัครเป็นสมากชิกเสร็จก็เกือบเปลี่ยนวัน พอเข้ามาอ่านบล๊อกของท่านอาจารย์หนูก็ดีใจยิ่งที่ทันอ่านสาระใหม่ของอาจารย์ ซึ่งก็ชอบอยู่ไม่น้อย เพราะเรื่องพระมหาชนกหนูชอบอ่านมากตั้งแต่เด็ก ๆ แต่พอโตขึ้นชักความจำเลือนลาง พอได้อ่านข้อความของอาจารย์ก็รู้สึกเหมือนได้ทบทวนความรู้ไปในตัว ยังไงตอนนี้ดึกแล้วราตรีสวัสดิ์คะ สุนิษา สุรินทร์แก้ว
นายกรเพชร
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 12:29
คุณ Little Jazz สวัสดีครับ กำลังสนุกต้องตามอ่านจนถึงตอนสุดท้ายนะครับ ส่วนภาษาฝรั่งเศสตอนท้ายนั้น ผมลืมแล้ว แปลว่าอะไรเอ่ย ช่วยบอกด้วย ผมเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยม ตอนนี้ลืมหมดแล้ว รู้แต่ เชอ แตม ครับ
นายกรเพชร
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 12:31

สุนิสา ศิษย์รัก

        อาจารย์ขอบใจที่เธอเข้ามาอ่านและแสดงความรู้สึกนึกคิดไว้ พัฒนาการเขียนไปเรื่อยๆ อาจารย์จะคอยชี้แนะและเป็นกำลังใจให้ครับ

Little Jazz
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 12:48
555 อาจารย์จำได้แต่คำเด็ดนี่นา Je t'aime นี่รู้สึกว่าคนเรียนภาษาฝรั่งเศสทุกคนจะจำได้นะคะ ^ ^
คำที่หนูเขียนแปลว่าได้โปรดค่ะ ดีใจที่อาจารย์มาเขียนต่อให้อ่านจนจบ 

Merci beaucoup ค่ะ : )
konphet
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 13:13

บองชูร์ มัสมัวแซล

           ขอโทษที่ต้องทักทายโดยเขียนคำภาษาไทยเพราะจำภาษาอังกฤษไม่ได้  ตอนเรียนภาษาฝรั่งเศสชอบไปแซวสาววิทยาศาสตร์ เธอก็ไม่รู้เรื่องคำที่เราพูดจนกระทั่งพอเขาหมั่นไส้เราหนักๆ เธอก็ไปถามเพื่อนผู้หญิงที่เรียนภาษาฝั่งเศส  พอเราแซว เธอก็ทักทายว่า  "บองชูร์ มองซิเออร์ ลาบูท เลอเชียง" เราเลย"หงายเก๋ง" กลับมาครับ  ก็สนุกดีครับ

         ผมว่าคุณ Little Jazz" น่าจะเขียนแนะนำการสนทนาภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวัน ผมจะได้ทบทวนระลึกชาติภาษานี้อีกครั้งครับ