เฉือนสดๆ เลือดซิบๆ จาก UKM ครั้งที่ 11


พ่อครูบอกว่า คนอีสานมีความรู้ไม่พอใช้ ไม่พอที่จะจะมีชีวิตอยู่ในท้องถิ่น จึงต้องทิ้งถิ่นไปเป็นกรรมการลูกจ้างในโรงงาน

   แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเวทีสับประยุทธ ร่ายกระบวนท่า "KM เพื่อชีวิต" และ"กระบวนการ KM  ชุมชนเชิงประจักษ์" ของพ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ แห่งมหาชีวาลัยอีสานและท่าน ดร.ศักดิ์พงษ์  หอมหวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเม็กดำ  โดยมีน้องหน้ามนคนรูปหล่อสายลม   อักษรสุนทรีย์ เป็นผู้หลอกล่อให้จอมยุทธทั้งสองร่ายกระบวนท่าให้กับบรรดาสมาชิก UKM  รับชมรับฟังในวันนี้ 

    พ่อครูบอกว่า คนอีสานมีความรู้ไม่พอใช้ ไม่พอที่จะจะมีชีวิตอยู่ในท้องถิ่น จึงต้องทิ้งถิ่นไปเป็นกรรมการลูกจ้างในโรงงาน 

     ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ให้กับสถาบันการศึกษาในภาคอีสานหรือในประเทศช่วยกันคิด ช่วยกันทำว่า

    วิชาความรู้ที่เหมาะกับคนอีสานอยู่ที่ไหน

    เนื้อหาว่าอย่างไร

    และจะไปเรียนได้ที่ไหน

    ชาว UKM จะเอาไปคิดไปทำอย่างไร

    หลายๆ สถาบันก็บอกว่าทำวิจัยชุมชนเพื่อแก้ปัญหาให้ชุมชน  แต่การวิจัยในชุมชนที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้

    แล้ววิจัยชุมชนคืออะไร การวิจัยชุมชนก็คือ วิธีการที่จะนำความรู้ที่ใส่ลงไปในชุมชน ใส่ในเรื่องอะไรเพื่อทีจะเห็นเด็กๆและชาวบ้านจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้กระบวนการการจัดการความรู้ที่เชื่อมโยง ระหว่างหน่วยงาน องค์กรและสถาบันการศึกษาภายใต้การทำงานอิงระบบที่คบกันด้วยใจ เพื่อทำให้ความรู้สไตล์วิชาการเกินของชาวมาหลอมรวมเชื่อมโยงกับความรู้ทางวิชาการเป็นความรู้ของชุมชน เมื่อนั้นคำว่าการวิจัยชุมชนจึงจะตอบโจทย์ให้ชาวบ้านได้

     มหาวิทยาลัยจึงควรมีการทำวิจัยชุมชน เชื่อมโยงความรู้กับชุมชน มหาวิทยาลัยจะต้องทำตัวให้เป็นธนาคารสติปัญญาให้ชาวบ้านเบิกความรู้ไปไช้ได้ไม่อั้น มีบริการตลอดเวลาและฉับไวเหมือนเซเว่นอีเลเว่น และเรียบง่ายสไตล์ขายตรงของมิสทีน  มหาวิทยาลัยจึงจะไม่ห่างเหินจากชาวบ้านและชุมชน

        การที่มหาชีวาลัยและโรงเรียนบ้านเม็กดำทำกันทุกวันนี้ถือได้ว่าเป็นทำวิจัยชุมชน เพื่อให้ลูกหลานอีสานสามารถมีชีวิตที่ดีและมีสุขในอีสานได้  โดยใช้การทำงานอิงระบบ คือการทำงานที่วัดและคบกันด้วยใจ  ทำให้มหาชีวาลัยได้เชื่อมโยงความรู้กับหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ องค์กรเอกชนและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยไล่ลงมาจนถึงระดับโรงเรียนบ้านนอก

       ก่อให้กิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างโรงเรียน นักเรียน ชุมชนและพันธมิตรทางวิชาการ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีชีวิตและเป็นธรรมชาติ

       แต่การเรียนรู้ของมหาชีวาลัยอีสานและโรงเรียนเม็กดำก็ใช่ว่าจะเป็นสูตรสำเร็จหรือสมบูรณ์แบบเพราะเป็นการเรียนรู้ตามสภาพแวดล้อมและความพร้อมเท่าที่มี

      จึงเป็นโจทย์ให้คิดว่า จะทำอย่างไรสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจะเข้าไปเชื่อมโยงความรู้แบบวิชาเกินของเด็กๆและชาวบ้านสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นความรู้แบบวิชาการที่น่าเชื่อถือและนำไปใช้ได้จริงในชีวิต

     

   

    

  

   

หมายเลขบันทึก: 121514เขียนเมื่อ 23 สิงหาคม 2007 14:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 20:01 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

แล้วชาวบ้านสมหวังในเรื่องอะไรบ้าง

  • รอดูการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับนักวิชาการครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี