เรื่องเล่า"เยียวยาด้วยหัวใจ"..จากรพ.ละงู

  ดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์  

มีเรื่องเล่าดีๆ ซึ้งๆ มาฝากค่ะ จากเจ้าหน้าที่รพ.ละงูที่แสดงถึงการบริการด้วยหัวใจอันเต็มเปี่ยมด้วยความรัก... ให้แก่คนไข้ทุกคน เป็นเรื่องที่เขียนโดยเจ้าหน้าที่รพ.ละงูเองค่ะ

ทุกข์ (ใจ) ของก๊ะ ที่ต้องเยียวยาด้วยหัวใจ (ก๊ะ เป็นภาษามลายู เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกแทนคำว่า พี่)                       

บ่อยครั้งที่ความเจ็บป่วยของผู้รับบริการไม่ได้เกิดจากปัญหาทางร่างกาย แต่รากเหง้าของปัญหาเกิดจากความทุกข์ทางใจที่ส่งผลให้เห็นทางร่างกาย หากเรามองแค่ ไข้เราก็จะมุ่งบรรเทาเฉพาะอาการทางกายที่เรามองเห็นได้ชัดเจน จึงพบว่าผู้ป่วยหลายรายที่ กินยาหลายขนาน อาการก็ไม่ทุเลา กลับมารักษาซ้ำๆด้วยอาการเดิมๆ ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายทั้ง คนไข้และ เจ้าหน้าที่แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรามองทั้ง ไข้และ คนเราจะมองปัญหาของผู้รับบริการได้กว้างขึ้น ค้นพบต้นตอหรือรากเหง้าของปัญหาที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยอย่างแท้จริง ที่ (บางครั้ง) อาจไม่ต้องใช้ยาในการบรรเทาอาการ เพียงแค่ใช้หัวใจที่เมตตา เอื้ออาทรและใส่ใจในความทุกข์ ก็สามารถเยียวยาผู้ป่วยให้หลุดพ้นจากวังวนของความเจ็บป่วยได้ ดังเรื่องราวความเจ็บป่วยของก๊ะ                       

ก๊ะผู้หญิงไทยวัยกลางคน อายุประมาณ 41 ปี นับถือศาสนาอิสลาม มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลละงู ด้วยอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง และนอนไม่หลับมาประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อแพทย์ทำการตรวจร่างกายทุกระบบพบว่า ไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย แต่เมื่อทำการประเมินความเครียดโดยแบบทดสอบความเครียดพบว่า ก๊ะมีความเครียดอยู่ในระดับสูง แพทย์จึงส่งต่อผู้ป่วยไปพบพยาบาลสุขภาพจิต ที่คลินิกสุขภาพจิตของโรงพยาบาล เพื่อรับคำแนะนำกลวิธีการคลายเครียด และเพื่อใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาในการช่วยค้นหาปัญหาที่ก่อให้เกิดความเครียดเพิ่มเติม                       

หลังการพูดคุยกับพยาบาลสุขภาพจิตพบว่ าความทุกข์ของก๊ะ เกิดจากบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไป ภาระทางบ้านที่หนักหน่วง และความสุขในครอบครัวที่เริ่มลดน้อยลงทุกวัน เดิมนั้นก๊ะเป็นเพียงแม่บ้านคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ ผู้ตามบทบาทหน้าที่หลัก คือ การดูแลภายในบ้านและปรนนิบัติสามีและบุตร แต่หลังจากที่สามีผู้ที่เป็น เสาหลักของครอบครัว ล้มป่วยลงเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อ 1 ปีก่อน ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงเดินไม่ได้ มีอาการหงุดหงิด ควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ เอะอะโวยวาย อาละวาด บางครั้งทุบตีบุตรและภรรยา ภาระหนักจึงตกอยู่ที่ก๊ะ เพราะนอกจากต้องทำหน้าที่เป็น เสาหลัก หาเลี้ยงครอบครัวแทนสามี ก๊ะยังต้องทำหน้าที่พยาบาลที่ต้องดูผู้ป่วยที่ไม่ได้ป่วยเพียงกาย แต่ป่วยทั้งใจ อารมณ์และสังคม ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 365 วันโดยไม่มีวัน off ดังเช่นพยาบาลทั่วไปในโรงพยาบาล อีกทั้งการที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวและการสูญเสียความอบอุ่นในครอบครัวที่เคยมี ย่อมก่อให้เกิดภาวะเครียดและความทุกข์ (ใจ) ตามมา และต้องการการเยียวยา                       เมื่อค้นพบรากเหง้าของปัญหา พยาบาลสุขภาพจิตนำปัญหาปรึกษาทีมนำทางคลินิก เพื่อวางแผนและจัดทีมเยี่ยมบ้าน เพื่อติดตามประเมินความรู้และทักษะในการดูแลสามีของก๊ะและปัญหาสุขภาพของสามีก๊ะ เพื่อการวางแผนช่วยเหลือ และจากการเยี่ยมบ้านพบว่า สามีก๊ะมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวเนื่องจากการได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุรถชน ทีมเยี่ยมบ้านได้ส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช และมีการติดตามเยี่ยมผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีอาการดีขึ้นตามลำดับ อาการหงุดหงิด เอะอะอาละวาด โวยวายและทุบตีคนรอบข้างหายไป รอยยิ้มและความอบอุ่นในครอบครัวเริ่มกลับคืนมา ทุกข์ของก๊ะเริ่มเบาบางลง และเมื่ออาการทางใจของสามีก๊ะดีขึ้น ทีมผู้ดูแลจากโรงพยาบาลละงูได้ให้การช่วยเหลือบรรเทาอาการทางกาย โดยนักกายภาพบำบัดเข้าไปให้ความรู้และคำแนะนำก๊ะเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพด้านร่างกายแก่สามี และได้รับความร่วมมือจากญาติและเพื่อนบ้านในการร่วมกันจัดทำ Pararel bar โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้สามีก๊ะฝึกเดิน และทุกๆวันที่สามีก๊ะฝึกเดินไม่ได้มีเพียงทีมจากโรงพยาบาลเท่านั้นที่มาให้กำลังใจ ยังมีญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมเป็นกำลังใจให้ก๊ะและสามีด้วยทุกๆครั้ง ปัจจุบันสามีก๊ะสามารถดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เดินได้ด้วยตัวเองโดยใช้ walker                      

เรื่องราวของก๊ะ เป็นบทเรียนให้เรารู้ว่า ความเจ็บป่วย ของบุคคล ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ยาในการรักษาเยียวยาเสมอไป แค่ความเข้าใจ ใส่ใจและกำลังใจ ก็สามารถช่วยให้ความเจ็บป่วยทุเลาเบาบางได้ แต่ทั้งนี้เราจะต้องค้นหารากเหง้าที่แท้จริงของปัญหาให้เจอ แล้วระดมทีม(สหวิชาชีพ) ช่วยกันดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องถึงที่บ้าน และเป็นกรณีศึกษาสำหรับการดูแลผู้ป่วยรายอื่นๆให้กับโรงพยาบาลละงู อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่เราได้รับ สิ่งยิ่งใหญ่ที่ทีมโรงพยาบาลละงูได้รับ คือ ความภาคภูมิใจที่เราได้คืนรอยยิ้มและความสุขให้กับครอบครัว คืนสามีให้กับก๊ะ คืนพ่อให้กับลูก และคำพูดของก๊ะที่เป็นเหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้พวกเราพร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับชาวอำเภอละงูต่อไป                      

  ครั้งแรกที่ไปหาหมอ ไม่คิดว่าจะได้ผลดีขนาดนี้ คิดแค่ว่าไปพบหมอแล้วคงได้ยากลับมากินที่บ้าน แต่หมอกลับช่วยมากกว่านั้น ช่วยรักษาถึงแฟน ถึงที่บ้าน (ครอบครัว) รู้สึกดีใจมากๆเลย ตอนนี้สบายใจขึ้น ไม่เหมือนตอนแรกๆ รู้สึกเครียดมาก จนบางทีอยากตายไปให้พ้นๆ ตอนนี้แฟนดีขึ้นมาก ไม่หงุดหงิดเหมือนเดิม ทำให้เรานอนหลับได้ด้วย ขอบคุณหมอมากๆเลย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  .♥♥ ·° เรื่องเล่าของพอลล่า·° .♥♥

คำสำคัญ (Tags)#hhc

หมายเลขบันทึก: 120782, เขียน: 20 Aug 2007 @ 13:48, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:59, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

ตามมาอ่านเรื่องเล่าดีดีค่ะ