“บทพิสูจน์ของวิถีชีวิตแบบพอเพียง.” แพร่ ...จังหวัดเล็กๆอันดับท้ายๆของ 17 จังหวัดภาคเหนือ(กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ น่าน พิจิตรพิษณุโลกพะเยา เชียงใหม่ เชียงรายเพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัยอุตรดิตถ์ อุทัยธานี) กลับกลายมาเป็นจังหวัดที่น่าอยู่อันดับหนึ่งของประเทศ จากการจัดอันดับของโครงการ Child Watch
แม้ว่า จะมีคนไทยเป็นจำนวนไม่น้อยที่ มีความรู้สึกอึดอัด เครียด กับสถานการณ์บ้านเราเป็นอย่างมาก คอยหวังว่า วันคืนเก่าๆที่สงบสุขกว่านี้ จะได้กลับมาเสียที แต่ตามข้อมูลของ ของหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึกฉบับวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
ประเทศไทย กลับเป็นประเทศที่ รั้งอันดับ 32 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ตามหลังประเทศในเอเชีย
อย่างฟิลิปปินส์ที่รั้งอันดับ 17 อินโดนีเซีย 23 และจีน 31 ประเทศที่มีความสุขรั้งท้ายในโลกส่วนใหญ่เป็นประเทศในแอฟริกา เช่น สวาซิแลนด์ บุรุนดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดใน 178 ประเทศคือซิมบับเว กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำหรือ จี-8 ที่เป็นประเทศร่ำรวย ดีที่สุดก็คืออิตาลี อันดับที่ 66 เยอรมนี อันดับที่ 81 ญี่ปุ่น อันดับที่ 95 อังกฤษ อันดับที่ 108 แคนาดา อันดับที่ 111 ฝรั่งเศส อันดับที่ 129 สหรัฐ อันดับที่ 150 และรัสเซีย อันดับ 172
วานูอาตู ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในแถบแปซิฟิกใต้ ที่มีประชากรเพียง 2 แสนคนติดอันดับหนึ่ง ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก มีความสุขเนื่องจากไม่ใช่สังคมบริโภค สิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต คือครอบครัว ชุมชนการปรารถนาดีต่อกัน และการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมโลกทั้งนี้สิ่งที่ชาวเมืองนี้กังวลมีเพียงไซโคลนหรือแผ่นดินไหวเท่านั้น เมื่อมาเทียบกับจังหวัดแพร่ ของเราแล้ว จะเห็นว่า มีอะไรที่คล้ายกัน นับตั้งแต่ ขนาด จำนวนประชากร วิถีชีวิตที่เรียบง่าย การกินอยู่อย่างพอเพียง และสำหรับเมืองแพร่ของเรา......การใกล้ชิดกับศาสนาเป็นต้น
ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541 “คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิดว่าทำอะไรต้องเพียงพอ หมายความว่า พอประมาณไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข
ดิฉันได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดแถวภาคเหนือเมื่อเร็วๆนี้ และได้แวะที่จังหวัดแพร่ จึงได้มีโอกาสทราบข่าวดีที่น่าปลื้มใจของจังหวัดเล็กๆที่สงบน่าอยู่แห่งนี้ว่า นอกจากจะได้รับการยกย่องให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่มากที่สุดเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมานี้แล้ว ในปลายปี 2550นี้ จังหวัดแพร่ ยังจะเป็นตัวแทนของ 17 จังหวัดภาคเหนือ จัด ”งานสร้างสุขภาคเหนือ.”
ปี 2550 ว่าด้วย "สุขแบบพอดี ด้วยวิถีพอเพียง" ที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)
แพร่ เป็นจังหวัดเงียบๆ สงบๆ มีพื้นที่80% เป็นป่าเขา พื้นที่ราบ20%แต่ใช้ทำกินจริงๆได้เพียง 10%
ปัจจุบันแพร่ เป็นเมืองเกษตรกรรม มีชื่อเสียงในการผลิตผ้าหม้อห้อม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์พื้นเมืองอย่างของล้านนา ซึ่งกลุ่มจังหวัดล้านนาที่กล่าวถึงคือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัด คือ เมืองไม้สัก วิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่มาตรฐานสากล ที่ได้ระบุไว้ในหนังสือนี้ โดยกำหนดเป้าประสงค์ ไว้เป็น 5 ด้านเช่น ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมเมืองแพร่และผลิตผลทางการเกษตรเป็นต้น จะเห็นได้ว่า รายได้หลัก จะมาจาก การท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งก็เอื้อต่อการมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงของประชาชน และเป็นคำตอบว่า ทำไมประชาชนชาวแพร่ถึงเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ดิฉันได้ ถือโอกาสไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่หลายแห่งด้วยกัน เช่น วัดพระธาตุช่อแฮ วัดพระนอน อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ซึ่งเป็นสถาปัตยากรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น คือไทยผสมยุโรป เคยได้รับ รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ ประจำปี 2540 และได้รับเลือกเป็นต้นแบบ อาคารห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี ก่อนกลับได้ไปชมแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้าน ผ้าหม้อห้อมและผ้าตีนจก พร้อมกับซื้อผลิตภัณฑ์จักสานจากเถาวัลย์ มาฝากเพื่อนฝูงด้วย จากเมืองแพร่มาแล้ว มาถึงบ้าน ก็ยังคิดถึง ……
ว่าความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยเริ่มจากระดับบุคคล ครอบครัว ขยายไปยังชุมชน และสังคมโดยรวม เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคี มีคุณธรรม มีการเลี้ยงชีพชอบ พยายามหาความรู้ สร้างตัวเองได้ ยืนบนขาตัวเองได้ กอร์ปทั้งระบบเศรษฐกิจก็มีการจัดระบบ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะที่จังหวัดแพร่นี้ มีการทำไร่นาสวนผสม/เกษตรผสมผสาน มีการกระจายรายได้ให้ทุกคนมีรายได้เพียงพอ ไม่ฟุ้งเฟ้อ รวมทั้งให้ความสำคัญกับทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นอย่างมากด้วย
หม้อห้อม ไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม
ดิฉันได้รับหนังสือ 1 ปี CEO แพร่ (1 ต.ค 48—30 ก.ย.49-)----วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดแพร่ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล ที่แสดงถึงผลงาน ที่ได้มาจากการร่วมมือกันทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชนและประชาชน เป็นสื่อให้ได้เผยแพร่ผลสำเร็จในการทำงานพัฒนาจังหวัดให้ทราบโดยทั่วกัน
เมื่ออ่านประวัติแล้ว ก็ทราบว่า แพร่เป็นจังหวัดที่เก่าแก่ ย้อนไปถึงพ.ศ. 1371 พญาพลเป็นผู้ปกครองเมืองแพร่ เดิมชื่อ เมืองพล หรือพลนคร ต่อมาสมัยยุคขอมเรืองอำนาจ ได้เปลี่ยนมาเรียกเมืองพล ระหว่างปี พ. ศ. 1470-1560 พระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย ได้เข้าครอบครองดินแดนตลอดแคว้นล้านนา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น โกศัยนคร หรือ เวียง โกศัย แปลว่า ผ้าแพร



พี่ศศินันท์ครับ
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยน
แพร่เป็นจังหวัดที่ผมไม่เคยไปเลย ผ่านไปผ่านมา แต่พระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุประจำปีเกิดผมครับ
อยากไปเที่ยวเหมือนกัน แต่ต้องรอโอกาส ผมก็คิดว่าจังหวัดที่น่าอยู่ที่ไม่แพ้ที่อื่นในใจผมก็คือ "แม่ฮ่องสอน" บ้านผมครับ อิอิ
สวัสดีค่ะ
พี่เคยไปมา 2 ครั้ง นานแล้ว และเมื่อเร็วๆนี้ เป็นจังหวัดเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์มาก มีสถาปัตยกรรมเก่าๆหลายแห่ง สงบ น่าเที่ยวค่ะ
ก็เป็น 1 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือเหมือนกันค่ะ วันหลังจะไปแม่ฮ่องสอนค่ะ ให้คุณเอกพาเที่ยว
ต้อมเคยไปเยือนเมืองแพร่หลายครั้งอยู่เหมือนกัน ตอนเด็ก ๆ ที่ไปกับพ่อและแม่ก็ไปบ้านประทับใจ พอโตขึ้นมาก็ไปหาเพื่อนรุ่นพี่ในเน็ต ซึ่งก็ไม่พ้นร้านอาหาร แต่ยังมีบ้างที่ได้ไปวัดพระธาตุช่อแฮ
เวลาได้มีเวลาพินิจพิจารณาดูสถาปัตยกรรมไทยในช่วงเวลาต่าง ๆ จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษ ตลอดจนเรื่องราวความเป็นมาของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นะคะ
ป.ล. ที่จำได้แม่นก็มีอยู่ร้านหนึ่ง อาหารเจอร่อยมาก ๆ
น่าสนใจมากเลยนะคะคุณพี่ศศินันท์
sasinanda เรื่องดัชนีความสุขนี้
สังเกตได้ว่าประเทศวานูอาตูที่มีประชากรเพียง ๒ แสนและมีลักษณะคล้ายๆ กับเมืองแพร่ เป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุด
จำนวนประชากรมีผลมากเลยค่ะในที่นี้ เพราะถ้ามีคนจำนวนมากในพื้นที่น้อยๆ หรือทรัพยากรน้อยๆ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค ให้เหมาะสมที่สุด และแน่นอนว่าประชากรต้องแก่งแย่งทรัพยากรซึ่งมีอยู่เท่าเดิมและลดลงเรื่อยๆ กันเอง ประมาณว่าเค๊กมีอยู่ชิ้นเดียวแต่คนกินเยอะขึ้น
หากเราไม่รักษาธรรมชาติ ไม่คงรักษาหรือใช้ทรัพยากรกันอย่างคุ้มค่า ดิฉันว่าคงยากที่จะมีความสุขกันได้ค่ะ เพราะแนวโน้มจะมีคนเยอะขึ้น แต่ทรัพยากรและธรรมชาติลดลงเรื่อยๆ ค่ะ
ดีใจที่บ้านเรายังมีเมืองดีๆ น่าอยู่ และมีความพยายามที่จะคงรักษาวัฒนธรรมและบ้านเมืองไว้ให้ดี แต่ก็ไม่อยากเห็นแพร่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบสมุยที่กลายเป็นที่รวมของฝรั่งหรือเชียงใหม่ที่สถาปัตยกรรมเมืองเหนือหายไปเยอะ บ้านเรือนข้างถนนไม่ค่อยสวยงามแล้ว กลายเป็นตึกแบบกรุงเทพ รกๆ เยอะ
อาจจะคิดเยอะไปหน่อยค่ะ แต่รู้สึกจริงๆ ว่า "มากคนมากความ" ค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะ อาจารย์คะ
ประเทศวานูอาตูที่มีประชากรเพียง ๒ แสนและมีลักษณะคล้ายๆ กับเมืองแพร่ เป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุด
ประชากรมีน้อย ทรัพยากรจึงมีพอที่จะแบ่งปันกัน แต่ถ้าคนมากขึ้นๆ ทรัพยากรลดลงเรื่อยๆ ความสุขก็คงจะน้อยลง เพราะ ต้องเจียดแบ่งกันให้พอละค่ะ
ดังนั้น เรื่องการรักษาธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรต้องมีการบริหารจัดการอย่างดีค่ะ จึงจะไปกันรอด และคนยังมีความสุขอยู่ค่ะ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นปรัชญาที่มีการดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทันโลก แต่เราต้องเน้นที่ความพอประมาณ และมีเหตุ มีผลนะคะ ก็เหมือนกับคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่อง ทางสายกลางเหมือนกันค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันเป็นชาวพิจิตรค่ะ อยู่ไม่ไกลกันเท่าใด เวลากลับบ้านที และมีเวลา ก็ชอบไปเที่ยวหลายๆจังหวัดรอบๆพิจิตร ไทยเที่ยวไทยค่ะ
ดูๆแล้ว คงไม่เป๋นอย่างจังหวัดชายทะเลหรอกค่ะ เพราะ เป็นเมืองเงียบๆ ไม่มีอะไรเอะอะเลย อยากให้เป็นอย่างนี้ค่ะ อยากให้อนุรักษ์ของเก่าไว้ให้นานๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณ กฤษณา
จังหวัดพิจิตรเคยไป นานมาแล้วค่ะ พิจิตรเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ชื่อเมืองมีความหมายว่า “เมืองงาม” มีที่ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลกตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่านเมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอีกพระองค์หนึ่งคือสมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยาและจังหวัดพิจิตรยังเป็นถิ่นกำเนิดของ นิทานเรื่อง ไกรทอง อันลือลั่นอีกด้วยรูปปั้นพญาชาละวันถ้ำชาละวัน
มีที่มาจากวรรณคดีเรื่อง “ไกรทอง” บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ถ้ำ กว้าง พอประมาณ แตjลึกมาก 4 เมตร<p>มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณ 65 ปีมาแล้ว</p>พระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งจุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำจนหมดเทียนเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำจึงไม่ทราบว่าภายในถ้ำชาละวันจะสวยงามวิจิตรพิสดารเพียงใดในปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขินทางจังหวัดได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วยส่วนวัดที่เคยไปชื่อ วัดนครชุม
ตั้งอยู่บนถนนสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิกค่ะ
สวัสดีครับ
ผมเห็นในหนังสือพิมพ์ และทีวี ว่า ที่จังหวัดนี้ มีน้ำท่วมบ่อยนะครับ สุดท้ายนี่ก็ปี 2549 นี่เอง และประชาชนยังอยู่กันได้อย่างสงบสุขนี่ ก็น่าชื่นชมและต้องขอชมผู้บริหารเลย ซึ่งคงมีท่านผู้ว่า เป็นหัวแถว
ปรีชา
สวัสดีค่ะ คุณปรีชา
ปัญหานี้ เท่าที่ทราบ ก็คงเป็นปัญหาที่ค่อนข้าลซ้ำซากละค่ะ เพราะจังหวัดแพร่ ตั้งอยู่บนลุ่มน้ำยม มีภูเขาสลับซับซ้อนรายรอบ 4 ทิศ จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารใหญ่ของประเทศ เลยมักมีปัญหาอุทกภัยแทบทุกปี ปี 2549 เกิดดินถล่ม ในเขตอำเภอเมือง อำเภอสูงเม่น และเด่นชัย เสียหายค่อนข้างมากค่ะ
ตอนนี้ ทราบว่าทางจังหวัด กำลังจัดทำแผนการป้องกันและแก้ไข อย่างยั่งยืนต่อไปค่ะ ทางจังหวัด และทางกระทรวง ได้เข้าไปช่วยเหลือทันการ ประชาชนก็อุ่นใจ และเข้าใจ ว่า เป็นภัยธรรมชาติค่ะ
สวัสดีค่ะ <p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">คุณปรีชาคะ</p> ที่คุณปรีชา กล่าวว่าน้ำท่วม สุดท้ายนี่ก็ปี 2549 นี่เอง และประชาชนยังอยู่กันได้อย่างสงบสุขนี่ ก็น่าชื่นชมและต้องขอชมผู้บริหารเลย ซึ่งคงมีท่านผู้ว่า เป็นหัวแถวพอดี หนังสือที่ทางจังหวัดแจกมา มีเรื่องนี้พอดี ก็เลยนำมาสรุปให้ดูค่ะ <p>
</p>
สวัสดีครับ
ผมเป็นชาวแพร่ ตอนนี้ เขามีมิสเตอร์เตือนภัยด้วยแล้วครับ
สวัสดีครับ
ในฐานะที่เป็นคนแพร่ ผมอยู่เมืองแพร่มาตั้งแต่เกิด เมื่อเทียบกับเชียงใหม่ที่เจริญและเป็นเมืองใหญ่มากๆ
เมืองแพร่ยังคงเสน่ห์ในความเป็นเมืองเงียบ สงบงามครับ
หากใครจะไปเมืองแพร่ สอบถามผมได้ครับ ยินดีครับ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ ขอให้หายจากหวัดเร็วๆนะคะ ขอบคุณมากด้วยนะคะสำหรับภาพดอกบัวงามที่ไปฝากไว้ให้
อ่านเรื่องเมืองแพร่แล้วชุ่มชื่นใจจริงๆค่ะ
เคยไปแพร่มาครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ไม่ได้เที่ยวเห็นอะไรมากนักเพราะไปเรื่องงานที่บ้านอาจารย์โกมล (โกมลผ้าโบราณ) อ่านแล้วจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยือยอีกซักครั้งค่ะ
นุชชอบเมืองเหนือมากแทบทุกจังหวัดค่ะ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ชอบวัฒนธรรมล้านนาที่ยังเข้มแข็งเป็นเอกลักษณ์ วัดวาอาราม ภูเขาและแม่น้ำ อากาศที่มักเย็นสบาย เพิ่งกลับจากลำปางมายังประทับใจไม่คลายค่ะ
คุณพี่เปลี่ยนหน้าตาบล็อก สวยมาก ถูกใจคนชอบสีม่วงจังค่ะ
สวัสดีคะ...คุณศศินันท์ ....แพร่เป็นอีกจังหวัดที่ชอบมากเพราะบ้านเพื่อนอยู่ที่นั่น(ที่พัก-อาหารฟรี)...อิๆอีกหลายเหตุผลคือ...เป็นเมืองเล็กๆที่ผู้คนมีน้ำใจคะ...มีประเพณีและวัดวาอารามที่สวยงาม...น่าเสียดายที่ตอนนี้แพร่อาจเป็นแค่จุดแวะพักทานอาหารเท่านั้น...ทุกคนมุ่งสู่เชียงใหม่เชียงรายกันหมด...เพราะถนนเสร็จเกือบหมดแล้ว...(ถนนดีเป็นเรื่องไม่ดีหรือ...ตัวเองเป็นคนคิดไม่เหมือนคนอื่นคะ...อย่างถ้าไปที่ไหนไม่ได้พักค้างไม่ได้ไปทานข้าวเช้า-ข้าวเย็นในกาดไม่นับว่าเคยเดินทางไปที่นั่นคะ...การเดินทางสะดวกเกินไปไม่ดีคะ...เพราะคนแห่กันไปพักที่จังหวัดดังๆกันหมด)...ขอบคุณที่นำเสนอแง่มุมดีๆและอบอุ่นคะ
เป็น Compliment พิเศษให้คุณปริวิทย์ ไวทยาชีวะ...วัดพระธาตุเปีงใจ เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า
สวัสดีค่ะคุณพี่ Sasinanda
เมืองแพร่ ยังไม่เคยไปเลยค่ะ เป็นที่ๆ นึงที่จะต้องไป เค้าว่าให้ไปไหว้พระธาตุช่อแฮ
เห็นอย่างงี้ ยิ่งทำให้อยากไป เมืองที่ผู้คนมีความสุข คนไปเที่ยวก็จะมีความสุขไปด้วย
^___^