On the road (3)Take a break from your world: ดำดิ่งสู่ใต้พื้นพิภพ

naree suwan
  ยามฝนฟ้าไม่เป็นใจแบบนี้จะไปเที่ยวไหนกันดีคะ...คุณชอบถ้ำไหมคะ(อย่าบอกนะว่าชอบถ้ำมอง...) คุณคิดว่าถ้าขุดลงไปเรื่อยๆเราจะเจออเมริกาไหมคะ...คุณกลัวความมืดหรือไม่...คุณเคยถ่ายภาพในที่มืดๆบ้างหรือไม่  

ยามฝนฟ้าไม่เป็นใจแบบนี้จะไปเที่ยวไหนกันดีคะ...คุณชอบถ้ำไหมคะ(อย่าบอกนะคะว่าชอบถ้ำมอง...) คุณคิดว่าถ้าขุดลงไปเรื่อยๆเราจะเจออเมริกาไหมคะ...คุณกลัวความมืดหรือไม่...คุณเคยถ่ายภาพในที่มืดๆบ้างหรือไม่...วันนี้ฉันมีคำตอบให้คะ...ขอนำเสนอภาพถ่ายถ้ำแสนสวยคะที่มีชื่อว่า Jenolan cave หลังจากที่ฉันให้คุณเห็นแค่หน้าถ้ำของ ถ้ำน้ำลอด ที่แม่ฮ่องสอนแล้ว ถ้ำนี้ใหญ่มากคะคุ้มกับการข้ามเขาหลายลูกและขับรถแบบดิ่งลงไม่รู้จบ ก็มาจะเอ๋กลับทางเข้าถ้ำที่แสนจะใหญ่โต...ถนนทั้งสายผ่านเข้าไปได้ละคุณ...เหมือนต้นไม้ยักษ์ที่อเมริกาที่ขุดถนนผ่านใต้ต้นนั่นละคะ...พอเข้าไปก็เจอเมืองทั้งเมืองเลยคะที่ด้านหลังถ้ำอึ้งมากคะถึงได้รู้ว่าที่นี่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศนี้...มีโรงแรมหลายหลังร้านรวงมากมายไม่น่าเชื่อคะ...เพราะทางที่มาที่นี่ไกลแล้วคดเคี้ยวมาก...ถ้าไม่ดังจริงคงอยู่ไม่ได้คะ...ที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดปี...มีถ้ำใหญ่ๆ 11 ถ้ำ เปิดตั้งแต่ 9 โมง ถึงบ่ายโมงคะ...  (บางเดือนเขามีเล่นดนตรี+รับประทานอาหารเย็นในถ้ำด้วยแต่แพงมากคะ..)        

  • ฉันนับถือวิธีการจัดการของเขามาก...หน้าถ้ำทุกถ้ำเขาทำประตูปิดไว้...จะเข้าไปได้พร้อมคนนำทางเท่านั้น...ซึ่งเปิดเป็นรอบๆ...ฉันโชคดีได้เข้าถ้ำที่เป็นโลโก้ของที่นี่คะเพราะฉันมาถึงบ่าย รอบสุดท้ายพอดี...ค่าเข้า คนละ 23 เหรียญ ออสเตรเลียคะ ใช้เวลา ชั่วโมงครึ่งลองดูสรรพคุณสิคะ.. The Lucas is the cave that most people visit at Jenolan , in the highest and widest chambers at Jenolan as well as a glimpse of the underground river, the Broken Column …Average inspection time: 1½ hour ..Length: 860 metres ..Number of stair steps: 910 ..Fitness level: harder เห็นไหมคะแต่ละถ้ำเขาบอกระดับความยากด้วย...คุณฟิตแค่ไหนคะ..พร้อมจะไปกันหรือยัง...กลุ่มที่ฉันไปมี 20 กว่าคน มีครอบครัวเด็กๆ เล็กๆด้วยคะ...ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยคะอย่าลืม

ไม่ต้องกลัวลื่นคะ...เขาทำเส้นทางอย่างดีเห็นไหมคะบางช่วงเป็นทางปูนบางช่วงเป็นตะแกรงเหล็กฉันชอบวิธีการนำเสนอมากคะ...คนนำทางมีไฟฉายบนหมวกแล้วก็รีโหมด 1 อัน ตอนแรกฉันงงเพราะโผล่เข้าไปมืดตื้อเลย เขาบังคับให้เราเดินแถวเรียงหนึ่งคะ...เดินจับราวไปเรื่อยๆ...เพราะมืดมาก...คนนำทางเล่าเรื่องผีไปด้วยเด็กเริ่มกลัว(ฉันด้วย)...หลังจากแกล้งให้เราเดินมืดๆสัก 10 นาที เขากดรีโหมดคะ...โอ้พระเจ้า...ฉันถึงบางอ้อมันเป็นรีโหมดเปิดไฟคะ...เขาจัดแสงสวยจริงๆ...เขาจะเปิดรีโหมดเฉพาะเมื่อมาถึงห้องสำคํญคะ...พอเล่าจบเพื่อนปิดไฟเลย...

สนุกมากคะ...เป็นวิธีการที่คุณไม่สามารถแอบแยกไปสวีทที่ไหนได้เลย...ต้องเดินตามกลุ่มให้ทัน และที่สำคํญเขามีเซอร์ไพรส์คะ...พอถึงห้องนี้นอกจากเปิดไฟแล้วยังเปิดเพลงคลาสสิกกระหึ่มไปทั้งห้อง แล้วแล่นไฟแสงสียิงเลเซอร์ไล่ไปตามผนังถ้ำตามจังหวะดนตรีจนจบเพลงทุกคนปรบมือเกรียวกราว(นึกไม่ถึงคะ..เพราะฉันหลงมาที่นี่เพราะเห็นใบปิดเล็กๆที่สนามบิน)ที่ฉันชอบอีกอย่างถ้าเราเดินผ่านส่วนที่เป็นหินย้อยเราจะเดินในลูกกรงเหล็กคะ...คุณไม่มีสิทธิ์เหยียบหินงอกและไม่สามารถแอบหักหินย้อยใส่กระเป่ากลับบ้านได้เลยคะ...ทึ่งมากเมืองไทยคงไม่สามารถเอาวิธีนี้มาใช้ได้เพราะเขาทุ่มทุนมหาศาลวางโครงสร้างนี้คะ

อ้าวแล้วนี่ใครมือบอนมาตัดไปคะ...(ฉันเองอิๆเฉลยคะ..มันถูกตัดและเคลื่อนออกจากกันเพราะแผ่นดินไหวคะ)น่าทึ่งมาก...ธรรมชาติสร้างสิ่งพิเศษแบบนี้ได้อย่างไร...ถ้ำที่เมืองไทยมีมากกว่าและสวยงามกว่าด้วยซ้ำ(ทั้งแถวกาญ...ราชบุรี...เหนือ....ฉันลุยมาหลายที่แล้วคะแต่ไม่มีรูปให้ดูก็สมัยนั้นยังไม่มีกล้องดิจิตอลนิ..แก้ตัว)...แต่ของเราขาดการดูแล...ส่งเสริมและป้องกันคะ

ถ้าคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์มืดตื้อ...คุณจะถ่ายภาพด้วยกล้องตัวกระจิ๋วของคุณได้อย่างไร...เวลาใช้แฟลชบางครั้งทำให้ไม่ได้แสงสีที่เราต้องการภาพและมักจะออกมาเวอร์ๆ (เหมือนคนถ่าย)มีข้อแนะนำคะลองไม่เปิดแฟลชสิคะ...ฉันเป็นคนชอบถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลช...การถ่ายภาพในที่ๆแสงน้อยหน้ากล้องมักใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ(ข้อควรระวังมือต้องนิ่ง...จึงควรนำขาไปด้วย...อิๆขากล้องคะ..แต่บางครั้งเหตุการณ์ฉับไวให้ใช้ขาของตัวเองดีที่สุด...ยืนแยกขานิดหน่อยแบบขาตั้ง...ฉันเคยแนะนำให้ใช้สายคล้องคอแล้วคุณจะเห็นประโยชน์ของมันคะ...สองมือที่เหลือประคองกล้องให้นิ่งที่สุดคะ)

ลองศึกษาโหมดถ่ายภาพในกล้องของคุณสิคะว่ามีที่ใช้ถ่ายภาพกลางคืนหรือไม่...ที่เป็นพวกพระจันทร์เสี้ยวแล้วแต่กล้องยี่ห้อไหนใช้รูปอะไร...แล้วคุณจะพบความลับที่แสนสวยงามในความมืดคะ...ไม่ว่าแสงไม่เป็นใจแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรค...ทุกอย่างต้องเริ่มที่ใจคะลองดูสิคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เที่ยวคนเดียวไม่เปลี่ยวใจ

คำสำคัญ (Tags)#เทคโนโลยี#ดนตรี#ท่องเที่ยว#ภาษาอังกฤษ#ถ่ายภาพ#เทคนิคการถ่ายภาพ#cave#jenolan#ถ้ำ#ถ่ายภาพแสงน้อย

หมายเลขบันทึก: 120653, เขียน: 19 Aug 2007 @ 17:39, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 18:15, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (13)

naree suwan
เขียนเมื่อ 19 Aug 2007 @ 17:53
ยืนยันคะว่า...ถ้ำในเมืองไทยสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก...แต่ขอร้องคะอย่าเอาพระพุทธรูปไปตั้งแล้วจุดธูปเทียนบูชา..เพราะคุณกำลังทำลายกระบวนการเกิดหินงอกหินย้อยโดยไม่รู้ตัว...และถ้าคุณทำลายป่าต้นน้ำคุณก็ทำลายถ้ำด้วยถ้าไม่มีน้ำหยดลงหินจะมีหินงอกหินย้อยได้อย่างไรกันคะ(เกี่ยวกันจริงๆนะคุณอิๆ)...แต่ถ้ำที่ฉันไปแปลกมากคะมันไม่มีค้างคาวสักตัว
เนปาลี
เขียนเมื่อ 19 Aug 2007 @ 20:32
  • คู๊ณณณ .. สวัสดีค่ะ

ต้อมรู้นะ ว่าทำไมถ้ำที่คุณไปเยือนไม่มีค้างคาวสักตัว  อิอิ  ก็เพราะถูกคุณจับกินหมดไงล่ะ  แหม๊ แหม  ทำเป็นลืม

ต้อมกลัวถ้ำ .. มันมืด  ไม่คิดอยากจะเข้าไปในถ้ำด้วย  กลัวน้อยกว่าเครื่องบินและลิฟท์มาก  แต่ก็ยังติดอันดับความน่ากลัวของต้อมอยู่ดี

ว๊า  งั้นคุณคงต้องเข้าถ้ำคนเดียวแร่ะนะ  ต้อมไม่สามารถเข้าไปเดินเป็นเพื่อนได้  แฮ่ะ ๆ ๆ

naree suwan
เขียนเมื่อ 20 Aug 2007 @ 11:31
P
เนปาลี  คุณต้อมขา...ฉันไล่ค้างคาวพวกนั้นไปเองคะ..อิๆเพราะแท้จริงแล้วฉันเป็นแวมไพร์(ห้ามบอกใครนะคะ)...ฉันเป็นพวกอยากรู้อยากเห็นคะ...ชอบไปที่ๆลำบากๆ...ประเภทไปเดินในห้างช็อบปิ้งไม่ไป...แต่ถ้าไปสวนจตุจักรละก็ตกลงเลยคะ...งั้นคราวหน้าไป      จตุจักรกับฉันไหมคะ...ได้นั่งรถไฟใต้ดินด้วย...นะคะรถไฟใต้ดินไม่น่ากลัวเท่าฉันหรอกคะ...ขอบคุณคะที่แวะมา
Sasinand
เขียนเมื่อ 20 Aug 2007 @ 11:43

สวัสดีค่ะ

 รับว่า ไม่ค่อยชอบเที่ยวถ้ำเท่าไร แม้จะสวย เพราะ ออกจะอึดอัด อากาศน้อยหน่อย แต่บางจุดก็เย็นสบาย เพราะมีลมพุ่งเข้ามา

และถ้าบางแห่งก็ไม่ค่อยสะอาด แต่ถ้าในรูปนี้สวยมากค่ะ

อ่านเพลินเหมือนได้ไปด้วยค่ะ

naree suwan
เขียนเมื่อ 20 Aug 2007 @ 12:29
  • P
    sasinanda
    สวัสดีค่ะ  คุณศศินันท์ ...อยากชวนให้ไปเที่ยวถ้ำกันดูบ้าง...โลกใต้ภิภพสวยงามพอๆกับโลกใต้ทะเลเลยคะ...วันหลังจะพาไปเที่ยวใต้น้ำคะ...หลายถ้ำในเมืองไทยชุมชนเข้าไปเป็นผู้บริหารจัดการ....หลายที่ทำได้ดีคะ..น่าสนับสนุนส่งเสริม...แต่อยากให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลเป็นพี่เลื้ยงตลอดเวลาไม่ใช่เข้าไปแบบไฟไหม้ฟางแล้วถอนตัวกับ...หลายครั้งการส่งเสริมเลยกลายเป็นการทำลาย...จะพยายามเล่าเรื่องการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้ฟังสลับกันคะ...ตอนนี้กำลังจัดการฐานข้อมูลของตัวเองอยู่คะ(ระบบจัดเก็บแย่มากคะหาอะไรไม่ค่อยเจออิๆ)ไม่นานเกินรอคะ...
  • แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 08:26

    สวัสดีครับ

    • เข้ามาอ่านบันทึกนี้ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ  ได้มุมมองการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การบันทึกภาพ
    • ที่สำคัญคือ  ผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่ากระบวนการ หรือพิธีกรรมเช่นนี้จะเป็นการงอกของหินโดยไม่รู้ตัว .....ถ้ำในเมืองไทยสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก...

    แต่ขอร้องคะอย่าเอาพระพุทธรูปไปตั้งแล้วจุดธูปเทียนบูชา..เพราะคุณกำลังทำลายกระบวนการเกิดหินงอกหินย้อยโดยไม่รู้ตัว.

    ....

    • แน่นอนครับ,  ประเทศไทย มีธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในโลก
    • ขอบคุณครับ
    คนไทยหัวใจเป็นลาว
    IP: xxx.26.140.177
    เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 08:52
    ครับภาพที่ลงมาสวยมากและนำเสนอที่ดีมาก อยากพาไปดูที่ใกล้ๆบ้านเราที่ผาตั้งเมืองวังเวียงประเทศลาวนี้เองถ้ามีคนเสนอที่ดีๆอย่างคุณนาลีคงได้เห็นผู้คนแห่ไปชมเพราะเป็นถ้ำที่สวยมากเขาบอกว่ายาวที่สุดในโลกยังไม่มีใครสำรวจได้ทั้งหมดผมมีโอกาสเข้าไปชมสวยมากบรรยายไม่ถูกไม่เหมือนคุณนาลีบรรยายให้คนอ่านได้เห็นภาพได้ถ้าสนใจอยากไปสอบถามได้เลยนะครับ
    naree suwan
    เขียนเมื่อ 21 Aug 2007 @ 09:30
    P
    ขอบคุณอาจารย์แผ่นดิน คะ...ข้อแนะนำของอาจารย์ทำให้รีบค้นข้อมูลการเกิด หินงอก หินย้อยมาเสนอคะ(ตอนแรกที่เขียนบล็อกคิดว่าจะนำเสนอมุมมองเที่ยวอย่างเดียวไม่เน้นวิชาการมากนัก...เพราะกลัวจะยาวไป...อยากให้ผู้รู้ตัวจริงเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยคะ)ถ้ำที่นำเสนอเป็นถ้ำติดอันดับถ้ำที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง...ที่มีทั้งหินงอก...หินย้อย...ไข่มุกถ้ำ...และที่สำคัญมีเสาหิน...แต่น่าเสียดายเสาหินหักเพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก(กลายเป็นเรื่องดีคะคนทั่วโลกมาที่นี่เพราะอยากเห็นว่ามันหักอย่างไร...)...
    • ที่เมืองไทยเสาหินยังสมบรูณ์และใหญ่โตกว่าและสวยกว่ามาก...คนไทยรู้จักถ้ำน้อยคะ...เพราะการเดินทางลำบาก...และขาดการจัดการที่ดี...(ดีแล้วคะเข้าไปยากๆและคนน้อยๆ...เพราะหลายถ้ำที่เข้าไปเห็นแต่ร่องรอยการหัก...ทำลาย)... ถ้ำแก้วโกมล ที่แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน เป็น ผลึกแคลไซต์ (Calcite)รอบด้านทั้งบริเวณผนัง พื้น และเพดานของถ้ำ ผลึกมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันมากมายหลายแบบจับตัวกันมองดูคล้ายปะการัง ดอกกระหล่ำ เกล็ดน้ำแข็ง ดอกเข็ม และโคมไฟเพดาน มีสีขาวใส เหลือง แดง และน้ำตาล มีความสวยงามมากคะเสียดายวันนั้นไม่มีได้เข้าในถ้ำ(มีเจ้าหน้าที่ดูแลดีคะ...จัดกลุ่มเล็กๆเป็นรอบๆ)...ไปตรงวันหยุดรถติดตั้งแต่หน้าถ้ำไปเกือบถึงถนนปากทางเข้าเลยคะ...ช่วงนั้นพึ่งเปิดตัวใหม่ๆ...แนะนำนิดคะถ้าจะเที่ยวเมืองไทยอย่าไปช่วงหยุดเทศกาลคะ
    •     ถ้าน้ำที่มีสารหินปูนละลายอยู่ ไหลหรือหยดมาตามเพดานถ้ำและตกผลึกใหม่ก็จะเกิดเป็น หินย้อย(Stalactite) ส่วนน้ำที่หยดจากเพดานถ้ำลงสู่พื้นก็จะตกผลึกพอกตัวสูงขึ้นจนกลายเป็น หินงอก(Stalagmite) ตัวอย่างหินงอกหินย้อยสวยๆเช่นที่ถ้ำห้วยบอน อช.แม่ฝาง จ.เชียงใหม่่ เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เข้า หินงอกและหินย้อยก็จะมาบรรจบกันคล้ายเสาค้ำเพดาน เรียกว่า เสาหิน(Column) เช่นเสาหินที่ถ้ำเสาหิน อช.ลำคลองงู จ.กาญจนบุรี ที่มาจากเว็บ ถ้ำ - อาณาจักรแห่งความลี้ลับ คะ   
    • และจากบทความของ

      อ.กันทิมา แก้วล้อมบึง ได้อธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ดังนี้คะการเกิดหินงอกหินย้อยภายในถ้ำต่างๆ มีลำดับการเกิดดังนี้
      1) น้ำฝน (H2O) ละลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทำให้น้ำฝนมีสภาพเป็นกรดคาร์บอลิก
      (H2CO3) ดังสมการ CO2 + H2O = H2CO3
      2) เมื่อน้ำฝนมีสภาพเป็นกรดไหลซึมไปตามก้อนหินหรือภูเขาที่เป็นหินปูนก็จะทำปฏิกริยาเคมีกับแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในหินปูนได้สารละลายแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (Ca(HCO3)3)
      3) เมื่อสารลายแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตไหลซึมลงมาจากเพดานถ้ำ แล้วน้ำระเหยไปหมดจะเหลือ ตะกอนปูนเกาะสะสม อยู่นานๆ เข้าก็จะกลายเป็นหินย้อยที่เพดานถ้ำ แต่สารละลายนี้หยดลงบนพื้นถ้ำ เมื่อน้ำละเหยไปจะเหลือตะกอนปูนเกาะสะสมอยู่ เมื่อเวลาผ่านไปหมดนานๆก็จะกลายเป็นหินงอก

    naree suwan
    เขียนเมื่อ 30 Oct 2007 @ 13:20

    ไม่มีรูป 

     คนไทยหัวใจเป็นลาว

    • สวัสดีคะคุณคนไทยหัวใจเป็นลาว ...ตอบช้าดีกว่าไม่ตอบนะคะ
    • ขอบคุณที่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศใกล้บ้าน...ยังไม่เคยไปเลยคะ
    • ประเทศลาวเคยไปแต่เวี่ยงจันทน์..เพราะข้ามที่หนองคายสะดวก
    • นั่นสิคะ..บางทีเราอาจหลงลืมแหล่งท่องเที่ยวใกล้ตัวมีหลายคนถามเมื่อไหร่จะพาเที่ยวบ้านตัวเองไม่อยากบอกเลยคะว่าจังหวัดของตัวเองไม่ยักกะมีรูปสถานที่สวยๆ..เก็บไว้
    • กลับบ้านคราวหน้าจะพกกล้องไปด้วยคะ...ถ้าไม่ลืม..อิอิ
    sasinanda
    IP: xxx.121.190.75
    เขียนเมื่อ 30 Oct 2007 @ 13:52

    สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับกลับGotoKnowค่ะ กลับมาแล้วนะคะ P

    naree suwan
    เขียนเมื่อ 03 Nov 2007 @ 17:15

     P

    • พี่ศศินันท์คะขอบคุณสำหรับดอกปีบแสนสวยที่ทั้งสวยและหอมคะ
    • เป็นดอกไม้ที่ชอบมาก...ปลูกไว้ที่บ้านด้วย 1 ต้น..แหมมันโตได้ก็บุญแล้วคะก็เจ้าของบ้านไม่ค่อยอยู่นี่นาแต่มันไม่ค่อยมีดอกเลยคะ..ทำไงดี...แงตอนนี้ก็ไม่ออกดอก
    • เห็นตามข้างฟุตบาทตามถนนไงออกดอกเป็นพุ่มหล่นเกลื่อน...เสียดายคะคนเดินย่ำไปเฉยๆ
    • ชอบก้มลงเก็บดอกใหม่ๆคะ..คนมองกันเป็นแถวยัยนี่ถ้าจะบ้า..อิอิ

    สุดทางบูรพา
    เขียนเมื่อ 03 Nov 2007 @ 17:19
    • สวัสดีครับ
    • เคยเข้าถ้ำแค่ครั้งเดียวครับคือถ้ำหงษ์ที่นคร อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ปลายทางของถ้ำมีน้ำตกสวยมากครับ ทางเดินในถ้ำอาจจะเล็กไปหน่อยแต่ก็พอไปได้ครับ เดินทวนกระแสน้ำแถมยังต้องปีนน้ำตกเล็กๆอีก 2 จุด
    • เป็นความประทับใจที่ยากจะลืมครับ

     

    naree suwan
    เขียนเมื่อ 10 Nov 2007 @ 17:19
    P
    • สวัสดีคะน้องสุดทางบรูพา
    • ถ้ำในเมืองไทยสวยๆมีเยอะคะ
    • แต่ขาดการจัดการที่ดี
    • อาจมีการหักลักขโมยหินงอกหินย้อย
    • หรือเอาพระพุทธรูปไปตั้งจุดธูปเทียนทำลายการเติบโตของหิน
    • หรือไม่มีการคำนึงถึงอันตรายและความปลอดภัยที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยวคะ
    • หากมีการบริหารจัดการที่ดีจะน่าท่องเที่ยวมากคะ