ชุมชนคนการเงิน เริ่มก่อตัว

  หน่วยพัฒนาองค์กร จะต้องทำหน้าที่ในการให้การส่งเสิรมและสนับสนุนการรวมกลุ่มแบบนี้  

เวลา 9.00 น. วันนี้ผมได้รับเชิญจากส่วนการเงิน ร่วมกับส่วนตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย ให้เปิดการเสวนา และบรรยายพิเศษให้กับเครือข่ายพนักงานที่เป็นคนหน้างานจริง ๆ ในการทำงานที่เกี่ยวกับการเงินของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่ามีพนักงานให้ความสนใจและเข้าร่วมเสวนาเกือบเต็มห้อง 72 ที่นั่ง ผมประมาณว่ามีจำนวน 60-70 คน ที่เดียว โดยมาร่วมเสวนากันเกี่ยววิธีการเบิกจ่าย และการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพให้แก่มหาวิทยาลัย ผมรู้สึกประทับใจมากในความตั้งใจของพนักงานกลุ่มนี้ และผมเชื่อว่านี่แหละ ชุมชนคนการเงิน ของวลัยลักษณ์ที่กำลังจะเริ่มก่อตัวและเดินหน้าต่อไปในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งผมเองก็ได้ให้นโยบายแก่ หน่วยพัฒนาองค์กร ว่าจะต้องทำหน้าที่ในการให้การส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มแบบนี้ ให้มีความเข้มแข็งและมีกิจกรรมต่อเนื่อง ในการก่อตัวของชุมชนคนการเงินในอนาคตอันใกล้นี้ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ คุณพิพัฒน์พันธ์ สุวรรณอักษร หัวหน้าส่วนการเงินของวลัยลักษณ์เราครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ใน ม.วลัยลักษณ์

คำสำคัญ (Tags)#ชุมชุนนักปฏิบัติ

หมายเลขบันทึก: 12052, เขียน: 12 Jan 2006 @ 18:26 () , แก้ไข, 01 May 2012 @ 17:09 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

Thawat KMI
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากครับ

หากคุณ  พิพัฒน์พันธ์  สุวรรณอักษร   สามารถเขียนเล่าเรื่องราวเหล่านี้   ถ่ายทอดเป็นตัวอักษรออกมาได้   ผมจะเอาไปลง  จดหมายข่าว  ถักทอสายใย  ใน column "คนทำจริง"  ในฉบับต่อไปให้ครับ  

จิราพร อรชร
IP: xxx.28.68.11
เขียนเมื่อ 

มีเรื่องเล่าต่อค่ะ

          เมื่อวานนี้หลังจากท่านรองบริหาร ฯ  ได้กล่าวเปิดการเสวนาและให้ข้อคิดต่าง ๆ  ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมเสวนาแล้ว  น้อง ๆ ส่วนการเงินและบัญชีที่ทำหน้าที่เป็นผู้เล่า  ก็ได้เล่าในลักษณะของการทบทวนระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและควรจะเป็นให้ผู้เข้าร่วมเสวนาฟัง  ซึ่งก็มีประเด็นคำถามสอดแทรกเข้ามาในระหว่างการเสวนาเป็นระยะ  หน่วยตรวจสอบภายในในฐานะที่ได้ร่วมกันคิดกับส่วนการเงินและบัญชีว่าการเสวนาครั้งนี้จะพูดเรื่องอะไรบ้าง  ตั้งใจว่าจะคอยเก็บประเด็นและจะเติมในส่วนที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมเสวนา  แต่ปรากฏว่าเวลาไม่อำนวย  แต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยคุยกันต่อในครั้งต่อไปก็ได้   แต่จากการนั่งฟังมาตลอดมีสิ่งหนึ่งที่เห็นว่าน่าจะต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้นก็คือ  เหตุผลว่าทำไมจึงมีระเบียบโน้นระเบียบนี้มาบังคับให้ต้องปฏิบัติตาม  ทำไมต้องมีเอกสารให้ต้องกรอกข้อมูลกันมากมาย   ทำไมจึงกำหนดว่าหลักฐานที่สมบูรณ์จะต้องมีลักษณะอย่างไร   ที่บอกว่าจะต้องพูดคุยกันมากขึ้นเพราะเหตุว่า ณ วันนี้หลายคนมองว่าการปฏิบัติยุ่งยาก  ไม่คล่องตัว  ในความเป็นจริงแล้วเอกสารทุกฉบับ ข้อมูลทุกตัวอักษรมีเหตุผลและที่มาที่ไปทั้งนั้น  มีน้องคนหนึ่งถามว่าทำไมจะต้องขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่อีก  ทั้ง ๆ ที่ตอนทำโครงการก็ขออนุมัติโครงการและในโครงการก็มีรายละเอียดแล้วว่าจะต้องเดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่  หัวหน้าส่วนการเงิน ฯ ก็กรุณาลุกขึ้นมาชี้แจงน้องว่ามันคนละขั้นตอนกัน  ครั้งแรกเป็นการอนุมัติโครงการซึ่งเหมือน ๆ กับการอนุมัติแผน  แต่ตอนไปปฏิบัติหน้าที่เป็นการไปทำงานจริง  ซึ่งท่านหัวหน้าท่านก็พูดไปตามหลักการ  ดิฉันก็เลยเสริมว่า  ขอมองโลกในแง่ร้ายสักนิด  สมมุติว่ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แล้วจะมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าน้องได้ไปปฏิบัติหน้าที่จริง ๆ  ในวันนั้นหลายคนทำเสียง "อือ"  นี่เป็นตัวอย่างของความรู้สึกว่ามันยุ่งยาก  เพราะไม่รู้เหตุผลว่าทไมจึงต้องทำ  จริง ๆ แล้วมีเหตุผลมากมายที่จะอธิบาย  แต่ที่ยกเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวผู้ปฏิบัติเองมันเห็นได้ชัดเจน  จึงตั้งใจไว้แล้วว่าครั้งต่อไปที่จะมีการพูดคุยกันอีก  จะพยามยามชี้ให้เห็นว่าทุกเรื่องที่ทำมีเหตุผล  เหตุผลทั้งหลายมีทั้งเหตุผลที่ต้องทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติ  ป้องกันความเสี่ยงของมหาวิทยาลัย  หรือแม้แต่จะต้องทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของประชาชนผู้เสียภาษีให้พวกเรามีเงินเดือนใช้  แต่อย่างไรก็ตามเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติก็จะต้องนำมาพิจารณาในการแก้ไขปรับปรุงหากเป็นเรื่องที่สามารถปรับปรุงได้

 

นิรันดร์ จินดานาค
IP: xxx.28.68.11
เขียนเมื่อ 
เห็นด้วยกับ หน.หน่วยตรวจสอบภายใน ระเบียบ ข้อปฏิบัติ ตัวอักษร มีเหตุผล มีที่มา มีเจตนารมณ์อยู่เสมอ ความยุ่งยาก จะอยู่ที่ความรู้สึกเป็นสำคัญ จึงต้องปรับ เพราะเราทำงานท่ามกลางผู้คนที่หลากหลาย คงต้องมีกรอบ แนวทางปฎิบัติ และมีเวทีของการพูดคุยเพื่อรับฟัง ปรับปรุง เช่นกัน
พิพัฒน์พันธุ์ สุวรรณอักษร
IP: xxx.28.68.11
เขียนเมื่อ 

ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจที่รองอธิการบดีัฝ่ายบริหารมอบให้เป็นอย่างยิ่งครับ ซึ่งกำลังใจนี้แหละครับจะเป็นแรงใจให้พนักงานพัฒนางานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆครับ   อย่างไรก็ตามสำหรับผลงานที่ออกมา ยังไงผมก็ต้องยกความดีนี้ให้กับทีมงาน-พนักงานในส่วนการเงินทุกท่านครับ...เพราะนี่คือผลงานของทีมงานจริง ๆ...ไม่ใช่ผม   และแบบสอบถามที่ได้รับกลับมา(หลังจากที่ได้จัดเสวนาว่าด้วยเรื่องการเงิน) เราก็ได้รับรู้ว่า...เค้ายังต้องการให้เราจัดเสวนาอย่างนี้อย่างเรื่อย...ไม่ใช่แค่เพียงปีละครั้งเท่านั้น .....ผมจึงขอสรุปเอาว่า...เรามีแนวร่วมซึ่งเป็นคนคอเดียวกันไม่น้อยเลยทีเดีียว  ผมจึงคิดว่า ...."ชุมชนคนการเงิน"...ได้เิริ่มก่อตัวเกิดขึ้นแล้วครับ....และยังหวังจริงๆอย่างลึก ๆว่า...ชุมชนนี้จะโตขึ้นเรื่อย ๆและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้...เพื่อให้เป็น Best Practice เรื่องการเงินอย่างแท้จริงครับ 

จินตนา ศิริวัฒนโชค
IP: xxx.28.68.11
เขียนเมื่อ 

         เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ และขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง จริงๆแล้วเชื่อว่ามีหลายหน่วยงานได้ทำเรื่องเหล่านี้ในวิถีการทำงานอยู่แล้วเป็นทางการเช่นนี้ หรือไม่เป็นทางการก็ตาม  แต่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราทำเป็นการสร้างชุมชนการจัดการความรู้    ส่วนพัสดุก็เช่นกันเราจัด "เสวนาว่าด้วยเรื่องพัสดุ"กันมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ประเด็นแรกจะจัดใน มค.นี้(ตามแผนฯ) ขอถือโอกาสนี้ส่งข่าวสมาชิกไว้ก่อน คงจะได้หารือกับ หัวหน้าส่วนการเงินฯเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดตามข้อแนะนำที่ได้รับค่ะ ใครมีคำแนะนำและต้องการให้ ส่วนพัสดุจัดอย่างไรช่วยบอกที

              ขอบคุณค่ะ