ภาษามีอิทธิพลต่อมนุษย์ เพราะภาษาเป็นที่ตั้งของจิตคิด ที่กระเพื่อมไหวไปมาอยู่ตลอดเวลา

วิธีการทำงานของโลกยุคใหม่ที่มักจะเริ่มจากการตั้งวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ ระยะเวลา ก่อนจะได้เริ่มลงมือปฏิบัติจริง จึงก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ

เพราะนอกจากจะเป็นการควบคุมทิศทาง และคุมเวลา ให้งานบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดแล้ว ภาษาทั้งหมดที่เขียนระบุไว้ก็คือ "หางเสือ" ที่ตั้งไว้ให้จิตเกิดการรับรู้และปฏิบัติตาม

และหากว่ามีใจเห็นพ้องแล้ว การปฏิบัติที่เกิดตามมาก็เป็นไปอย่างไม่ขัดขืน ทั้งยังก่อประโยชน์ทั้งแก่ตน และผู้อื่น ส่วนจะมากมายขนาดไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า งานที่ทำอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับผู้คนมากเท่าใด และมีความสัมพันธ์ระหว่างกันอันเกิดจากการมีหน้าที่ต่อกันในลักษณะใด


ทันทีที่มีการระบุถ้อยคำขึ้นมาเพื่อนิยามความเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่าคืออะไร สัมพันธ์กับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้างอย่างไร บทบาทหน้าที่ที่มีต่อกันก็ถูกกำหนดขึ้นทันใด

คำขวัญมากมายที่เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ มีขึ้นเพื่อให้เด็กตระหนักในความสำคัญของตน จะได้ปฏิบัติตนได้สมกับคุณค่าที่ได้รับ และมีขึ้นเพื่อ ให้ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของเด็ก ตั้งแต่ยุคที่คำขวัญต่างๆยังมีลักษณะเป็นคำคล้องจอง เช่น "เด็กไทยคือหัวใจของชาติ" "เด็กฉลาดชาติเจริญ"

ข้อความเหล่านี้ทำให้เกิดการทบทวนความคิดในทันทีว่า จะเลี้ยงดูเด็กไทยอย่างไรให้สมกับที่เขาเป็นหัวใจของชาติ ให้ตัวเด็กเองตระหนักในความสำคัญของตน หรือจะทำอย่างไรเด็กไทยจึงจะฉลาดเพื่อที่ชาติจะได้เจริญ การจะขวนขวายให้ตัวเองฉลาดขึ้นก็มีคำขวัญวันเด็ก ประจำปี๒๕๔๙ นี้ ที่กล่าวว่า "อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด" คำขวัญประจำปีนี้เจาะจงจะสื่อสารถึงเด็กๆว่าควรขยันในทางใด (แต่ก็ไม่ควรจะขยันในทางที่ผิด เพราะอาจเป็นพิษต่อสังคมได้)

ปัญหาของรถร่วมบริการฯที่ขับตะบึงจนลืมดูแลผู้ที่อยู่บนรถโดยสาร และผู้ที่อยู่นอกรถโดยสารนั้น ส่วนหนึ่งอาจมีที่มาจากการใช้ภาษาที่ก่อให้เกิดการโปรแกรมจิตรู้ที่ผิดพลาด

การที่เขากำหนดว่าตำแหน่งของเขาคือ พนักงานขับรถโดยสาร นั้น ทำให้คนขับรถขาดจิตสำนึกที่จะดูแลความปลอดภัยของผู้คนที่มาฝากชีวิตเอาไว้กับเขา   เพราะหน้าที่ที่กำหนดไว้มีเพียงการขับรถไปมาให้ถึงที่หมายเท่านั้น

หากเขาสำนึกอยู่เสมอว่าเขาคือ พนักงานขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ผู้โดยสารที่อยู่ในมือก็คงจะปลอดภัย และได้รับความเอื้ออาทรจากเขาอีกมาก

เพราะเมื่อจิตเปลี่ยนการรับรู้ ความคิด และการกระทำ ก็ย่อมจะเปลี่ยนไปตามเป้าที่ได้หมายเอาไว้ นอกจากนี้หมายดังกล่าวก็ยัง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจในงานที่ตนทำอยู่ ว่าสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างไรได้ชัดเจนขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดและสร้างขึ้นด้วยภาษา !!!


ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมในภาษาไทยจึงมีสุภาษิต และคำพังเพยจำนวนมากที่สอนให้เราระวังเรื่องการใช้ภาษา ก็เพราะภาษามีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์ นั่นเอง


เราจึงควรใช้ภาษานำพาทั้งตัว ทั้งใจ ตลอดจนการงานที่กำลังกระทำอยู่ไปสู่ทิศทางที่ถูกควร และพึงหมั่นทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่าได้ลงมือ ลงแรง ลงใจกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงามแล้วหรือยัง