เรียนรู้จากชีวิตประจำวัน เป็นวันแรกที่ได้ทำงานของสัปดาห์ แต่ก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง จากการทำงานและการใช้ชีวิต คนไข้ทำร้ายตัวเอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มาตรวจเลือดตามนัด หลังจากเมื่อ3 วันก่อน กินยาพาราไป12เม็ด และนอน รพ 2 วัน วันนี้ต้องมาตรวจที่ห้องผม เพราะว่าแพทย์ท่านนั้นไม่อยู่ เมื่อแรกพบ ผมก็จำได้ว่าน้องคนนี้ ผมได้เจอเมื่อ 1เดือนก่อน เธอมาหาผมที่รพ แล้ว 2 ครั้ง ด้วยอาการปวดหัว ในครั้งแรก ให้ยาไปกินไม่หาย จึงมาครั้งที่ 2 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ในครั้งที่สองนี้ผมก็เอะใจ ดูสีหน้า แววตา ท่านทาง น่าจะมีปัญหาทางด้านจิตใจ เมื่อได้คุยไป ก็ได้รับทราบเรื่องราวปัญหาครอบครัว ความไม่สบายใจมากมาย มากจนมีอาการทางกาย คือปวดหัว นอนไม่หลับ ปัญหาของเธอนั้นมากพอสมควร เป็นวิกฤติอย่างหนึ่งของชีวิตครอบครัว และความรัก ทั้งยังมีลูกที่อายุไม่กี่เดือน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อรับทราบปัญหาดังนั้น ผมก็ได้ให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ห้องตรวจ แม้ว่าจะใช้เวลาหน่อย ผมก็ยอมที่จะให้ ผป รายต่อไปรอ เพราะว่าต้องแนะนำ และอธิบาย เสนอทางออกให้ได้คิด เพื่อจุดหมายที่ดีที่สุดของเขาเอง ด้วยความรู้ทักษะที่พอมีบ้าง เวลาที่ให้คำปรึกษา ผมระลึกเสมอว่าต้องระมัดระวัง และต้องใช้หลักการที่เราเรียนมา แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ความจริงใจ ความเมตตา ความปรารถนาที่จะให้เขาพ้นจากความทุกข์และอุปสรรคของชีวิตขณะนั้นๆให้ได้ ครั้งนั้นหลังพูดคุยเสร็จผมเชื่อแน่ว่าน้องท่านนี้คงจะแก้ปัญหาได้ดีในระดับหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> แต่วันนี้ผมเห็นเธออีกครั้ง อ่านใบนัดว่ามาตรวจเลือด ประวัติกินยาเพื่อฆ่าตัวตาย แต่เธอปลอดภัย เพราะว่าปริมาณที่กินเข้าไปนั้นปลอดภัย แต่ก้น่าจะเป็นปัญหาต่อตับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ความรู้สึกนั้นผมก็อึ้งเงียบ คิดในใจว่าทำไมต้องทำร้ายตัวเองด้วยนะ ก็วันนั้นเราก็ได้พูดคุยกันตั้งมากมาย น่าจะดีขึ้น น่าจะเข้าใจ และหาทางออกของชีวิตได้ดี และถูกต้องมากกว่านี้ แต่ผมก็ใจเย็นๆ และพยามพูดกับน้องว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างที่ผ่านมา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อน้องเล่า ผมก็เข้าใจว่า ปัญหาทีเกิดขั้นครั้งนี้เป็นปัญหาใหม่และใหญ่กว่าเข้ามาทับถมคนที่อายุ 20 ต้นๆเท่านั้น เมื่อเธอเล่าผมก็เข้าใจ ความรู้สึกไม่ดีต่างๆนาๆก็หายไป แต่มีความรู้สึกอีกอันหนึ่ง คือความหวังที่เธอจะก้าวผ่านปัญหานี้ได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จากนั้นก็ให้คำปรึกษาเพิ่มเติม คำสุดท้ายที่ผมกล่าวกับน้องท่านนี้คือ ผมได้ทำหน้าที่ผมให้ดีที่สุดแล้ว คิดว่าการตัดสินใจ การแก้ปัญหาของน้องคงจะดีขึ้น ถ้ามีปัญหาที่แก้ไม่ได้ ไม่มีทางออกก็น่าจะปรึกษากัน ไม่อยากให้ทำรายตัวเอง ลูกก็ยังเล็กมาก แม่ก็ลำบาก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เป็นประสบการณืชีวิตที่ได้เรียนรู้ และพยามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้ว่าวันนี้อาจจะทำได้ไม่ดีพอ วันข้างหน้าอาจจะต้องเจอมากกว่านี้ครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สุพัฒน์ ปาย</p>
ขออนุโมทนาสาธุกับบุญกุศลที่พี่หมอทำด้วยครับ ใหญ่อ่านบันทึกแล้วรู้สึกถึงความตั้งใจของหมอที่มีต่อคนไข้มากๆเลย เข้าใจแล้วทำไมพี่หมอจึงดูเป็น family man ครับ
สวัสดีค่ะน้องหมอสุพัฒน์kmsabai
พยายาม"ดู"นะคะ บางทีเราก็ช่วยได้ บางทีเราคิดว่าช่วยได้แต่ก็ช่วยไม่ได้ บางทีก็เห็นๆ เลยว่าช่วยไม่ได้...
ต้องตาม"ดู" โดยไม่"เป็น"นะคะ เรียนรู้"ดู"อารมณ์ ทำความเข้าใจสัจธรรม.. ทำเท่าที่เราทำได้ค่ะ one thing at a time ค่ะ...
สวัสดีครับ
อาจารย์
สวัสดีครับอาจารย์
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณมากๆครับที่เข้ามาเตือนสติครับ
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนวันจันทร์ครับ ยอมรับว่าตอนนั้น ตัวเองไม่ได้ดูเลยกลายเป็นผู้เป็น แทนผู้ดูครับ
แต่ก็ยังไหวตัวทั้นนะครับ ดังที่ตั้งใจฟังคนไข้เล่าต่อ จนเกิดความเข้าใจ และเย็นลง และสามารถให้คำแนะนำที่ดีๆต่อไปได้ครับ
จะพยามต่อไปครับ ขอบคุณครับ ^_^ ^_^
น้องหมอ...
สวัสดีครับ
ผมตามมาดูและรับรู้ในประสบการณ์ของคุณหมอครับ
เสียดายมากที่ไม่ค่อยได้คุยกันนะครับ และคุณหมอก็กลับก่อนวันปิดด้วย จึงไม่ค่อยได้ลปรร.
เรื่องคนมีทุกข์และหาทางออกไม่ได้ในสังคมไทย ยังมีอยู่มากมายเหลือเกินครับ
งานที่มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ที่ผมทำอยู่ ก็มีโอกาสได้พบเห็นคนมีทุกข์ลักษณะนี้อยู่เสมอ
ต้องให้สติ ความเมตตา ความรักและเข้าใจครับ
ส่วนตัวเขาต้องเจริญสติ จึงจะเกิดตัวรู้เห็นความเป็นจริงในชีวิต
และเข้าในว่าชีวิตของเรามีค่า..จึงไม่เอาชีวิตไปฆ่า
และการฆ่าตนเอง มิใช่ทางดับทุกข์
แต่เป็นการเพิ่มทุกข์ให้สลับซับซ้อนยิ่งๆขึ้นไปอีก
ขออนุโมทนาคุณหมอครับ
อาศัยหน้าที่การงานอย่างนี้และ เป็นการสร้างบุญสร้างกุศลบารมี และตัวคนไข้ก็เป็นเนื้อนาบุญ ให้คุณหมอได้มีโอกาสทำบุญถึงที่
โดยไม่ต้องไปทำบุญที่วัด
สวัสดีครับ
กลับมาถึงมหาสารคามยังไม่มีเวลาเข้ามาทักทาย แต่ได้อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้องบ้างแล้ว... และยังเล่าให้คนที่บ้านได้ฟังเรื่องราวของน้องสุพัฒน์ (เรียกเช่นนี้เลยแล้วกัน) ...
...
กรณีคนไข้ทำร้ายตนเองนั้น, พี่พบเจอและให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยายาบมาแล้วค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่มักมีปมทางครอบครัวและความรัก ...
เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากในทางการแพทย์ หน้าที่คือส่งเขาให้ถึงมือหมอ แต่ในเรื่องของจิตใจนั้นเราก็ดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างน้อยก็ในเรื่องของกำลังใจ ... โดยมุ่งให้เขาได้เห็นคุณค่าของตนเองและศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่....และย้ำบอกกับเขาว่าคำตอบของวันนี้ไม่ใช่ทั้งหมดของวันพรุ่งนี้เสมอไป
พี่มีความสุขเสมอที่ได้ช่วยเหลือกรณีเช่นนี้, และถือว่าตนเองมีความถนัดในเรื่องการให้กำลังใจแก่คนอื่น แต่ระบบจิตวิทยาให้คำปรึกษาในมหาวิทยาลัยก็เป็นทางเลือกอันดับแรกของเราเสมอ แต่ที่สุดแล้ว หลายคนก็เลือกที่จะคุยกับเรา ....
....
ชื่นชมเนื้องานและความงามของจิตใจอันดีงามของน้องสุพัฒน์
ยังเฝ้าฝันว่า สักวันจะมีโอกาสได้หอบหิ้วครอบครัวไปเยี่ยมบ้านน้องสุพัฒน์บ้าง...
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณมากครับ
ผมได้เรียนรู้จากความนี้มากๆครับ
ให้คุณหมอได้มีโอกาสทำบุญถึงที่
โดยไม่ต้องไปทำบุญที่วัด