เฮ้อ... เมื่อตอนหัวค่ำอาบน้ำเสร็จผมก็นั่งดูทีวี แล้วก็ไปปลุก MacBook จาก sleep mode แล้วผมตั้งท่าจะทำงาน

เจ้า MacBook ก็ตื่นขึ้นมาได้เหมือนปกติ แต่งัวเงียเหลือเกิน เพราะอืดมาก จนไม่ respond ในที่สุด แล้วก็มีเสียง hard disk ดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก เป็นจังหวะ

ประสบการณ์ที่โชกเลือดบอกว่าเสียงอย่างนี้ hard disk พังแหง แต่ใจยังไม่ยอมเชื่อ ... เฮ้ย.. มันยังไม่พังหรอก

กดปุ่มปิด แล้ว start ขึ้นมาใหม่ คราวนี้ไม่ขึ้น กลายเป็นหา hard disk ไม่เจอ

เอาเข้าแล้วไง

แกะเครื่องเปลี่ยน hard disk อีกตัว

ยังหา hard disk ไม่เจอ เอาละวา... ไม่ใช่ปัญหาอยู่ที่ hard disk แล้ว เพราะ hard disk ตัวที่เอามาเปลี่ยนใช้ได้ปกติ

ปัญหาใหญ่เกินตัวแล้วแฮะ

เก็บใส่กระเป๋าเตรียมตัวส่งซ่อมพรุ่งนี้ พร้อมถอนหายใจแล้วนับนิ้ว... เออเนอะ... MacBook ตัวนี้ใช้มาครบปีพอดี

ตั้งแต่ปี 2000 มาถึงตอนนี้ผมใช้ notebook โดยเฉลี่ยปีละตัวครับ

ผมไม่ได้รวยนะครับ เพียงแต่ว่างานที่ผมทำ 110% ต้องใช้คอมพิวเตอร์

สาเหตุที่ใช้แล้วพังทุกปีเพราะผมเป็นผู้ใช้ประเภทดุเดือด มีนิสัยการใช้ที่ชวนให้พังอยู่หลายประการด้วยการ อาทิเช่น ปกติผมจะไม่เคย shutdown เลย แต่จะ sleep เพราะจะทำให้สามารถเปิดขึ้นมาใช้งานต่อได้ทันที แล้ว noteboook ตัวหนึ่งๆ ก็จะขึ้นเขาลงห้วยไปกับผมทุกที่ อย่าง MacBook ตัวที่พึ่งพังนี้มีไมล์สะสมหลายหมื่นกิโลเมตร

เฮ้อ... ถึงเวลาขยับไปหา notebook ตัวต่อไป

ที่จริงก็มี notebook ตัวต่อไปเตรียมไว้อยู่แล้วครับ ช่วงเดือนที่ผ่านมาผมซื้อ BenQ Joybook S31V ไว้ตัวหนึ่ง เจตนาไว้ลง Windows ไว้ใช้ทำงานที่ต้องทำกับ Windows (โดยเฉพาะไว้ทดสอบเจ้า IE6 ที่แสนจะมีปัญหา) ปรากฎว่าเจ้า BenQ นี้กำลังจะได้กลายเป็นเครื่องที่ใช้หลักแล้ว

เหมือนรู้ตัวแฮะ ซื้อมาเตรียมไว้ได้ไงเนี่ย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

พอเครื่องพังทีก็เหมือนจะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในการเตรียมเครื่องให้เข้าที่ใช้งานได้ ก็เสียเวลาไปอีกพักใหญ่

รู้สึกเหมือนกับว่า notebook สอนผมถึงสัจธรรม เวียนว่ายตายเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างไม่แน่นอน หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก โลกนี้นั้นไม่แน่นอน มีติดก็ต้องมีดับ เงินทำงานหามาได้ เก็บไว้ก็ไม่ยั่งยืน อย่าไปยึดติด เพราะเดี๋ยวก็ต้องถอนเอาไปให้ร้านคอมพิวเตอร์แล้ว เฮ้อ...