ดงหลวงคือพื้นที่ที่คุณพ่อท่านเข้าป่าเป็นครั้งแรกที่นั่น และพี่น้องดงหลวงได้ดูแลคุณพ่อท่านเป็นอย่างดียิ่ง ปัจจุบันสหายเกือบทุกคนที่เคยดูแล พันโทโพยม(สหายคำตัน) นั้นยังมีชีวิตอยู่ บางคนเป็นผู้ใหญ่บ้าน บางคนเป็นผู้นำความคิด เป็นปราชญ์ชุมชน และแน่นอนหลายคนเป็นชาวบ้านธรรมดา
วันนี้ท่านนายกเดินทางไปที่ดงหลวง โดยมุ่งตรงไปที่เป้าหมายคืออ่างห้วยขี้หมู โดยแวะรับประทานอาหารกลางวันก่อนที่อ่างห้วยไผ่ ซึ่งมีสำนักงานป่าไม้อยู่ที่นั่น อยู่ในเขตบ้านแก่งนาง ตำบลกกตูม หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้วก็จะเดินทางไปอ่างห้วยขี้หมู ตำบลดงหลวง 
ผู้บันทึกทราบเรื่องการเดินทางของท่านนายกมาก่อนแล้วโดยสหายล่าให้ฟัง ประเด็นก็เพื่อติดตามงานที่ท่านเคยสั่งการไว้ว่ามีความก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหน อย่างไร  
ทำไมต้องไปดงหลวง ? อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับท่านทั้งหลาย เพราะท่านจะไปไหนก็ได้ที่ท่านต้องการจะติดตามงาน  แต่ที่เป็นดงหลวงเพราะว่า 
  • ดงหลวงคือพื้นที่ที่คุณพ่อท่านเข้าป่าเป็นครั้งแรกที่นั่น และพี่น้องดงหลวงได้ดูแลคุณพ่อท่านเป็นอย่างดียิ่ง ปัจจุบันสหายเกือบทุกคนที่เคยดูแล พันโทโพยม(สหายคำตัน) นั้นยังมีชีวิตอยู่ บางคนเป็นผู้ใหญ่บ้าน บางคนเป็นผู้นำความคิด เป็นปราชญ์ชุมชน และแน่นอนหลายคนเป็นชาวบ้านธรรมดา

 

  • กองทัพเคยรับปากสหายเก่าไว้ว่าจะช่วยเหลือด้านต่างๆเมื่อออกมาจากป่าแล้ว เช่น ที่ดินทำกิน การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาแหล่งน้ำ ฯลฯ บางอย่างทำไปแล้วแต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำ หรือทำไม่สำเร็จ เป็นที่ค้างคาใจของเหล่าผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านนายกรับตำแหน่งสูงสุดของการบริหารประเทศชาติ ท่านก็พยายามหาช่องทางทำตามที่กองทัพเคยรับปากไว้
  • ตรงอ่างห้วยขี้หมูนี้แหละครับคือบริเวณที่คุณพ่อท่านมาใช้ชีวิตในป่าตรงนี้เป็นปี ก่อนที่จะย้ายขึ้นไปภาคเหนือ  การทำอ่างเก็บน้ำและพัฒนาความจุให้มากขึ้นและจัดทำระบบส่งน้ำให้เกษตรกรได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่พี่น้องไทยโซ่แถบนี้

 นี่คือน้ำใจท่าน ความรับผิดชอบของท่านต่อบ้านเมือง ต่อคนยากจนที่ห่างไกลปืนเที่ยง  ผู้บันทึกไม่ได้เข้าร่วมต้อนรับท่านนายกฯ แต่ได้คุยกับบรรดาผู้นำชุมชนหลายคนมาก่อนแล้ว  ชาวบ้านเคยเรียกร้องหลายเรื่องแต่ระบบราชการตามปกติไม่สามารถตอบสนองได้ ด้วยหลายเหตุผล การที่ท่านนายกพยายามตอบสนองชาวบ้านนับว่าถูกต้องแล้ว

  

วัน เดือน ปี ชาวบ้านกลุ่มนี้ถูกดูถูกเสมอว่า โง่ ไร้การศึกษา สกปรก ฯลฯ ทัศนคติแบบนี้ยังมีอยู่ แล้วจะไปพัฒนาอะไร หากคิดเช่นนั้นตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อเกษตรกรเขาไม่ได้รับการพัฒนาตามที่คุยกัน ตกลงกัน จะให้เขาทำอย่างไร เขาก็ดิ้นรนไปตามเงื่อนไขที่เขามีอยู่ การทำงานแบบเก่าๆ ก็เป็นช่องว่างสำหรับนักธุรกิจท้องถิ่น หรือผู้ที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่าที่ทำมาหากินกับชาวบ้าน ซึ่งมักจะเป็นการซ้ำเติมเขาไปอีกในทางตรงและทางอ้อม 

ภารกิจการพัฒนาสังคมนี่ใหญ่โตเหลือเกิน  ช่วยกันเถอะครับ