ด้วยความที่ดิฉันได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์ พิชัย กรรณกุลสุนทร ให้ไปร่วมอภิปรายกับ blogger มืออาชีพอีกหลายท่านในงานสัมมนาการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายเรียนรู้ระดับประเทศ ที่เชียงใหม่ ในวันที่ 13-15 สิงหาคมนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการกระตุ้นให้มีการใช้ blog เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นและชี้แนะเกี่ยวกับการใช้บล็อก ดิฉันจึงอยากเล่าเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนบล็อกค่ะ โดยอันดับแรกดิฉันนั่งวิเคราะห์ตัวเองเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนบล็อกของตัวเองว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง ก็คิดได้อยู่ 3 - 4 เทคนิค ซึ่งเป็นเทคนิคที่มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลังจากที่ได้เขียนบล็อกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นดิฉันก็ค้นคว้าต่อจาก internet เพื่อค้นหาเทคนิคจากคนอื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งดิฉันก็พบที่ web ของคุณเก่ง (http://www.keng.com) ค่ะ ดิฉันจึงขอสรุปประเด็นทั้งจากประสบการณ์ของดิฉัน (ที่สังเกตจากบล็อกตัวเองและจากบล็อกที่ได้รับความนิยม) และจากที่คุณเก่งแนะนำดังนี้นะค่ะ
การเขียนบล็อกแม้อาจจะมี blogger บางท่านมองหรือคิดว่าไม่มีใครอ่าน ไม่มีใครคอมเมนต์ก็ไม่แปลกหรือไม่สนใจ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า เมื่อเขียนไปแล้วไม่มีใครอ่าน หรือไม่ได้รับความสนใจ กำลังใจในการเขียน หรือความสนุกในการเขียนก็จะค่อยๆ หดหายไป จนอาจจะเลิกเขียนในที่สุด นอกจากนี้วัตถุประสงค์หนึ่งในการเขียนบล็อกที่ G2K นี้เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราจึงต้องเขียนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้คนเข้ามาอ่าน เพราะนอกจากเราจะได้เรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนแล้วเรายังได้เพื่อนที่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นดิฉันจึงมีเทคนิคสำหรับสำหรับผู้ที่เริ่มจะเป็น blogger มืออาชีพ ดังนี้ค่ะ
1. การตกแต่งบล็อก
อันดับแรกเลยคือหน้าตาค่ะ ถ้ามีความสวยก็ได้คะแนนไปกว่าครึ่งแล้วใช่มั้ยค่ะ ฉะนั้น เราต้องทำบล็อกให้สวยงามและน่าสนใจค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตกแต่งจนรกรุงรังนะค่ะ เพราะจะทำให้โหลดช้า ผู้อ่านก็จะไม่คอยค่ะ ยิ่งบ้านไหนเนทช้าๆก็จะผ่านไปเลยค่ะ
สิ่งหนึ่งที่จะทำให้หน้าตาสวยงามคือรูปแบบดีไซน์ของ blog หากท่านใดมีความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ ก็สามารถตกแต่งและออกแบบได้เองทั้งหมด แต่ถ้าท่านใดยังไม่เก่งพอทำอย่าไงดีค่ะ เราก็ไปที่บล็อกของ คุณนู๋ทิม และบล็อกของ คุณซูซาน ซึ่งทั้งสองบล็อกนี้จะมีทั้งรูปแบบ พื้นหลังสวยๆ โค๊ดสี พร้อมกับคำแนะนำวิธีการตกแต่งบล็อกสวยๆ ให้นำมาใช้ได้ (ใจดีมากๆๆ)
ส่วนการตกแต่งและการแขวนอื่นๆ เช่น สไลด์โชว์ เพลง เครื่องนับจำนวน ฝากข้อความ ฯลฯ อาจทำให้น่าสนใจได้แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้โหลดช้าได้ นอกจากนี้เราต้องคำนึงว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะสนใจเนื้อหาของบล็อกมากกว่าเครื่องตกแต่งที่มาแขวนมากมายเหล่านั้น แต่หากยังต้องการจะทำก็สอบถามกับเจ้าของบล็อกนั้นๆ ว่าทำอย่างไร น่าจะได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดีค่ะ
2. การเลือกเรื่องที่จะเขียน
เมื่อที่จะเขียนบล็อกแต่ยังไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี ให้ลองนึกถึงเรื่องราวใกล้ตัว ที่เราชอบเราถนัด เรามีความรู้ เรามีประสบการณ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานที่ทำ หรือเป็นเรื่องงานอดิเรกที่เราชอบ เราสนใจ เรามีข้อมูลที่ทำให้เราสามารเขียนบอกกล่าวได้ โดยอาจจะเริ่มจากเรื่องง่ายๆใกล้ตัวก่อนเช่น หากเราเลี้ยงแมว ชอบแมว มีประสบการณ์การเลี้ยงแมว เราก็เขียนเทคนิคเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว ข้อมูลของพันธุ์แมว ข่าวสารวงการแมว การประกวดแมว ข่าวแมวพูดได้ เป็นต้น หรือ ทำงานด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล ก็เขียนเกี่ยวกับงานพัฒนาทรัพยากรบุคลที่เราทำ รวมถึงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากที่อื่นๆ มาเขียนต่อยอดเพิ่มเติมทำให้เราได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ให้ผู้อ่านได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น
นึกออกยังค่ะว่ามีเรื่องไหนที่ท่านสนใจ และอยากจะเขียนแล้ว
หากมีหลากหลายเรื่องราวที่เราต้องเขียนให้เจาะลึกและมีทิศทางที่ชัดเจนหลายเรื่องเราควรจะเปิดแยกเป็นบล็อกหลายบล็อก และหากมีการวางแนวทางของเนื้อหาในบล็อกก่อน ว่าเราต้องการจะเสนอข้อเขียนในรูปแบบใด เราจะมีวิธีนำเสนอไปในทางใด สิ่งเหล่านี้ จะทำให้เราไม่หลุดประเด็นจากความตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกในการเปิดบล็อกค่ะ
3. จัดตารางเวลาในการเขียนให้เหมาะสม
เมื่อตอนเริ่มเขียนบล็อกเราอาจใช้เวลาไม่มากนักในการเขียนบทความ แต่เมื่อเราเขียนมากขึ้นเรื่อย ๆอาจกระทบกับเวลาการทำงานอื่น ๆหรืองานประจำของเรา ดังนั้นควรจัดสรรเวลาสำหรับเขียนบล็อก อาจจะตื่นเช้าสักนิดใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เขียนบทความสักหนึ่งตอน หรือจะเขียนบทความในช่วงดึก ๆก่อนนอนก็ได้ ตรงนี้แล้วแต่คนค่ะ ขึ้นกับว่าเราถนัดหรือสะดวกช่วงไหนบางท่านชอบตื่นเช้า แต่บางท่านชอบนอนดึกเป็นนกฮูก หรือมีเวลาว่างในตอนอื่น ๆลองปรับให้เหมาะสมกับตัวเองดูนะค่ะ มิฉะนั้นอาจกลายเป็นคนติดบล็อกจนงานเสียได้นะค่ะ (หรือนอนดึก...)
4. ขนาดของภาพประกอบบทความ
บางเรื่องหรือบางบทความที่เราเขียนนั้น หากทีภาพประกอบจะทำให้เข้าใจมากขึ้น หรือมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น หรือทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้น ดังนั้นการลงภาพประกอบก็มีความสำคัญค่ะ หากภาพที่ลงมีขนาดใหญ่มากจะทำให้ต้องรอโหลดภาพที่ใหญ่ ผู้อ่านบางท่านอาจจะเลิกรอเลยค่ะ จึงขอแนะนำว่าภาพที่นำมาลงต้องไม่ใหญ่เกินไป ก่อนโหลดภาพขึ้นไฟล์อัลบั้มขอให้ resize ภาพก่อน หากต้องการให้ภาพเต็มหน้าที่บันทึกก็จะมีความกว้างที่ 550 แต่หากต้องการให้มี 2 ภาพในระดับเดียวกันก็ resize ให้มีขนาดลดหลั่นกันลงมานะค่ะ โดยต้องนึกเสมอว่าเต็มหน้าบนบล็อกพอดีค่ะ กว้าง 550 ค่ะ (ที่สำคัญภาพควรคมชัดค่ะ จึงจะน่าสนใจ)
5. ให้ความสำคัญกับ comment ที่มีเข้ามา
<h2 style="margin: auto 0in">
บล็อกสามารถใช้ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ด้วยระบบการเขียน comment ในบล็อก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการอ่าน comment การตอบ comment ต่าง ๆ บางครั้งเราอาจได้ประโยชน์ จากการดึงประเด็นเด็ด ๆ จาก comment มาใช้เขียนบทความต่อยอดก็เป็นได้ ฉะนั้น ทุก ๆ วันเราควรที่จะตรวจสอบว่ามี comment ใดเข้ามาบ้าง เพื่อที่จะได้ตอบได้ทันท่วงที เมื่อเราตอบได้เร็วผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมในการสื่อสาร ทำให้ทั้งสองฝ่าย happy ที่จะแลกเปลี่ยนค่ะ และที่สำคัญจะเกิดความคุ้นเคย รู้จักตัวตนกันตั้งแต่ยังไม่เคยพบตัวเป็นๆ กลายเป็นเพื่อน เป็นเครือข่าย เป็นญาติทางบล็อก และเมื่อโอกาสที่ได้พบกันมาถึง จะสามารถเชื่อมต่อความคุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็วค่ะ
</h2><h2 style="margin: auto 0in"></h2><p>6. สร้างเพื่อน สร้างเครือข่าย (สร้างคนอ่าน)หลังจากที่เรามีบล็อกที่สวยงามน่าสนใจ และเราได้เขียนบันทึก หรือบทความที่น่าสนใจแล้ว สิ่งต่อมาคือ ทำอย่างไรเราจึงจะมีเพื่อนมาอ่าน มาแลกเปลี่ยน มีวิธีง่ายๆ 2 วิธี คือ </p><p> 6.1 ไปหาบล็อกอื่นๆ มารวมไว้ในแพลนเนท หลังจากอ่านแล้ว ควรนำบล็อกที่เราสนใจมารวมไว้ในแพลนเนทหรือในชุมชนของเราก่อน ซึ่งชื่อของแพลนเนทของเราก็จะไปปรากฏไปที่บล็อกของ blogger ที่เรานำมารวมไว้ในแพลนเนท (ในเมนู แพลนเนทที่รับบล็อกนี้) นักเขียนบล็อกหลาย ๆ ท่านมักจะใจจดใจจ่อ อยู่แล้วว่าจะมีใครมาอ่านมาหาบ้าง เมื่อเรานำบล็อกไปรวมไว้ในแพลนเนทเราก่อน บล็อกเราก็อาจจะได้เป็นจุดสนใจทำให้เจ้าของบล็อกนั้น ๆ รู้จักบล็อกของเรา และหากเจ้าของบล็อกนั้นเข้ามาอ่านและสนใจ หรือเป็นคนคอเดียวกัน blogger ท่านนั้นก็จะมาหาเราค่ะ หรือถ้าให้แน่ใจหลังจากที่เรานำบล็อกมาไว้ในแพลนเนทแล้วควรไปบอกเจ้าของบล็อกนั้นด้วยก็ดีค่ะว่าเราขอ add บล็อกไว้ในแพลนเนทของเราค่ะ </p><p> </p><p> 6.2 ไป Comment ที่บล็อกอื่น เมื่อเราไปอ่านบล็อกคนอื่นควรเขียนคอมเม้นต์ หรือทิ้งรอยไว้บ้างนะค่ะ หากยังไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน ก็อาจจะทิ้งรอยบอกเจ้าของบล็อกว่า เข้ามาอ่าน เข้ามาทักทาย เข้ามา add (เป็นกำลังใจที่ดี) แต่หากอ่านแล้วเป็นประเด็นที่เราสนใจ หรือเรามีความรู้ก็ควรเขียนเสนอแนวคิด ข้อมูล ความเห็นแลกเปลี่ยน อย่างเป็นกัลยาณมิตร ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ และต่อยอด ก่อให้เกิดมิตรภาพที่ดีระหว่างเราชาวบล็อก</p>หากท่านใดมีเทคนิคเพิ่มเติมกรุณาต่อยอดเลยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
อาจารย์ค่ะ ขอบคุณคะที่แนะนำ Web เกี่ยวกับ blogger
สวัสดีครับพี่แป๋ว
ดีมากๆ เลยครับที่ทำสรุปพร้อมอธิบายไว้ชัดเจนทีเดียวครับ ผมจะได้เอาไปปรับใช้บ้างเหมือนกันครับ ยังมีหลายๆ อย่างที่ต้องปรับปรุงครับ
ขอบคุณมากๆ นะครับ
อยากไปฟังการบรรยายเหมือนกันครับ ส่งกำลังใจไปแทนนะครับ
สวัสดีค่ะคุณแป๋ว
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
อีกข้อหนึ่งนะอาจารย์ ที่ผมชื่นชมอาจารย์มาก
ไปไหนมาอาจารย์มีรูปสวยมาลงให้ชม มันเป็นเหมือนของฝาก จากญาติที่ไปเที่ยว เป็นของฝากที่ใครๆก็ชอบ อิอิ.
อีกข้อหนึ่งนะอาจารย์แป๋ว
ข้อเขียนมันตัวแทนตัวตนของเรา
สไตล์เราเป็นเหมือนเอกลักษณ์
ให้คนเลือกอ่าน เลื่อกตอบ มันเป็นรสนิยมด้านภาษา
ไม่ได้เข้ามาเขียน Blog ตั้งนาน ก็เลยเข้ามา สวัสดี อ.แป๋ว ครับ
ช่วงนี้ (6 ส.ค - 30 พ.ย. 50) ผมมาอบรม Short Course Research Methodology and Biostatistic ที่คณะแพทย์ฯ มข. ไม่รู้จะได้เจอกันรึปล่าวครับ
สวัสดีครับอาจารย์
เป็นมือใหม่คะ...ได้เรียนรู้เรื่องราวดีๆจาก G2K มานานพึ่งจะเริ่มเขียนคะขอคำแนะนำติชมจากอาจารย์ด้วยนะคะ...
ปกติต้องเขียน Copy งานโฆษณา เขียน Proposal และสคริปต์สารคดี รวมถึงสคริปต์ VDO Presentation เป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่มีปัญหาด้านการสื่อความหมายให้คนอื่นเข้าใจ แต่เพราะงานที่เราต้องทำประจำนี่ล่ะ ทำให้บางครั้งบทความของเรามันดูเหมือนปรุงแต่งภาษามากไปหน่อย เหมือนงานโฆษณา+สคริปต์สารคดี ^ ^ อาจจะต้องหัดปล่อยความเป็นตัวเองออกมามากกว่านี้ เพราะบันทึกเราไม่มีใครมาตรวจหรือมีกฎเกณฑ์บังคับค่ะ
paew cartoon for you.