มาลองรู้จักตัวเองเถิด

แนะนำ ต้วละคร เล่าเรื่องย่อ ชมปราสาทราชวัง

2525


๑.บริเวณ เมือง กายนคร

เมืองกายนคร ( เมืองสังขาร ) นี้ มีเนื้อที่กว้างศอก ยาววา หนาคืบ

มีกำแพง ๔ ชั้น …ชั้นที่ ๑ ชื่อ กำแพงตโจ (กำแพงหนัง)     
………………… ชั้นที่ ๒ ชื่อ กำแพงมังสัง (กำแพงเนื้อ)
………………… ชั้นที่ ๓ ชื่อ กำแพงนะหารู (กำแพงเอ็น)
………………… ชั้นที่ ๔ ชื่อ กำแพงอัฐิ (กำแพงกระดูก)

มีป้อม ๔ ป้อม … ป้อมที่ ๑ ชื่อ ปราการเกศา (ปราการผม)
………………… ป้อมที่ ๒ ชื่อ ปราการโลมา (ปราการขน)
………………… ป้อมที่ ๓ ชื่อ ปราการนะขา (ปราการเล็บ)
………………… ป้อมที่ ๔ ชื่อ ปราการทันตา (ปราการฟัน)

มีประตูพระนคร ๙ ประตู

ประตูที่ ๑ ชื่อ มุขทวาร สำหรับนำอาหารเข้าไปบำรุงเลี้ยงภายในพระนคร
ประตูที่ ๒ ชื่อ อุจจารทวาร สำหรับนำอาหารที่เสีย ๆ ออก
ประตูที่ ๓ ชื่อ ปัสสาวทวาร สำหรับถ่ายน้ำเสียออก
ประตูที่ ๔ กับ ประตูที่ ๕ ชื่อ ฆานทวารซ้าย ฆานทวารขวา สำหรับสูดลมเข้า ออก และรับกลิ่นที่ดีและไม่ดี
ประตูที่ ๖ กับประตูที่ ๗ ชื่อ โสตทวารซ้าย โสตทวารขวา สำหรับคอยรับฟังข่าวสารต่าง ๆ จากภายนอกพระนคร
ประตูที่ ๘ กับประตูที่ ๙ ชื่อ จักษุทวารซ้าย จักษุทวารขวา สำหรับคอยสอดส่องดูแลเหตุการณ์ ทั้งปวง

มีปราสาทอยู่ ๕ หลัง

หลังที่ ๑ ชื่อว่าจักษุปราสาท มีนางสนมชื่อรูปา มีรูปร่างสวยงาม คอยบำเรอ ผู้มาพำนักในปราสาทหลังนี้

หลังที่ ๒ ชื่อว่า โสตปราสาท มีนางสนมชื่อ สัททา มีความสามารถด้าน คีตกวี คอยขับกล่อมประโคมดนตรี และถวายรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ให้ผู้มาพำนักได้รับรู้

หลังที่ ๓ ชื่อว่า ฆานปราสาท มีนางสนมชื่อ คันธา นางจะนำเครื่องสุคนธ์รสเข้าถวายผู้มาพำนักอยู่เสมอ

หลังที่ ๔ ชื่อว่า ชิวหาปราสาท มีนางสนมชื่อ รสา มีความสามารทางด้านปรุงอาหาร จะคอยนำอาหารคาว หวาน เข้าไปให้แก่ผู้ที่เข้ามาพำนัก มิได้ขาด

หลังที่ ๕ ชื่อว่า กายาปราสาท มีนางสนมชื่อ ผัสสา นางมีความสามารถ เอาอกอาใจให้แก่ผู้มาพำนักเก่ง นางจึงหมั่นปรนนิบัติให้ความอบอุ่น อยู่ตลอดเวลา

๒.ผู้ครองกายนคร

..........กษัตริย์จิตราชทรงเป็นผู้ครองกายนคร มีมเหสี ๒ พระองค์ องค์หนึ่งพระนามว่า พระนางอวิชชา เป็นพระมเหสีฝ่ายขวา อีกองค์พระนามว่า พระนางตัณหาเป็นพระมเหสีฝ่ายซ้าย พระเจ้าจิตราชทรงลุ่มหลงในพระนางตัณหามาก ทรงให้เป็นผู้สำเร็จราชกิจ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นที่สุด

..........อีกทั้งมเหสีทั้งสองกราบทูลอะไร พระเจ้าจิตราชเป็นต้องทรงเห็นชอบกับพระนางทั้งสองทุกประการ

..........ในกายนครมีมหาอำมาตย์ผู้ใหญ่ ๔ คน คือ หลวงโลโภ หลวงโทโส หลวงโกโธ และหลวงโมโหหลวงโลโภกับหลวงโมโหทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์เข้าพระคลัง หลวงโทโสกับหลวงโกโธ ทำหน้าที่ ตีรันฟันแทง บุกรุกไม่คิดถอย

..........มีขุนคลัง ชื่อขุนมัจฉริยะ เป็นคนตระหนี่ถี่เหนี่ยวแน่นมาก ไม่ยอมจ่ายเงินทองให้แก่ใครง่าย ๆ มีขุนทหารประสานพระนครไว้ ๔ นาย คือขุนปฐพี ขุนอาโป ขุนเตโช และขุนวาโยมีเสนาประจำพระนครเข้าเฝ้า พระเจ้าจิตราช ทุกวัน 3 เหล่า คือ เหล่าเสนา อัญญสะมานา ๑ เหล่า เหล่าเสนา โสภณเจตะสิก หรือที่เรียกว่า อนุศาสก ๑ เหล่า และเหล่าเสนา อกุศลเจตสิก ๑ เหล่าซึ่งขึ้นตรงต่อ พระนางอวิชชากับพระนางตัณหานั่นเอง

หมายเหตุ 1

๒.๑ เหล่าเสนา อัญญสมานาเสนา มี ๑๓ นาย คือ

นายผัสสะ ตำแหน่ง หาเครื่องสัมผัส

นายเวทนา ตำแหน่ง หาอารมณ์ให้เสวย มีสุขทุกข์ อุเบกขา

นายสัญญา ตำแหน่ง กำหนดรู้อารมณ์

นายเจตนา ตำแหน่ง แสวงหาอารมณ์ตามความประสงค์

นายเอกัตคตา ตำแหน่ง ป้องกันการหวั่นไหวของอารมณ์

นายชีวิตินทรีย์ ตำแหน่ง คอยรักษาพยาบาลให้ดำรงอยู่

นายมนสิการ ตำแหน่ง ตรวจตรากิจด้วยความสุขุม

นายวิตก ตำแหน่ง ครองอารมณ์

นายวิจารณ์ ตำแหน่ง พิจารณาอารมณ์

นายอธิโมกข์ ตำแหน่ง ตัดสินอารมณ์

นายวิริยะ ตำแหน่ง สู้ตายไม่ถ้อถอย

นายปิติ ตำแหน่ง ให้ความปราบปลื้ม

นายฉันทะ ตำแหน่ง หาอารมณ์มาให้เกิดความพอใจ
หมายเหตุ 2
๒.๒ เหล่าเสนา อนุศาสกเสนามี ๒๕ นาย คือ

นายสัทธา – คอยชี้แจงให้เกิดความเชื่อถือถึงหลัก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และเชื่อเหตุเชื่อผล

นายสติ – คอยตักเตือนมิให้หลงลืม และให้ระมัดระวังก่อนทำ ก่อนพูด ก่อนคิด

นายหิริ – คอยเหนี่ยวรั้งให้เกิดความละอาย ในสิ่งที่ชั่ว

นายโอตตัปปะ – คอยฉุดให้เกิดความเกรงกลัว ต่อผลของการทำชั่ว

นายอโลภะ – คอยสั่งสอนให้รู้ในคำว่าพอ

นายอโทสะ – คอยฉุดรั้งไม่ให้คิดอาฆาต พยาบาท

นายตัตรมัชฌตา – คอยเหนี่ยวรั้ง ให้วางเฉยในสังขาร

นายกายปัสสัทธิ – คอยชี้ให้เห็นความสุข ในการทำกายให้สงบ

นายจิตปัสสัทธิ – คอยยึดเหนี่ยว ไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่าน

นายกายลหุตา – คอยปลดเปลื้องภาระที่ต้องแบกหาม

นายจิตลหุตา – คอยปลดเปลื้องความทุกข์ร้อนให้หมดไป

นายกายมุทุตา – คอยเฝ้าสอนให้รู้ในระเบียบแบบแผนที่ดี

นายจิตมุทุตา – คอยตักเตือนไม่ให้ใจแข็งกระด้าง

นายกัมมัญญตา – คอยเพิ่มให้เกิดกำลังกายสามารถทำงานได้ทุกอย่าง

นายจิตตุกัมมัญญตา – คอยเพิ่มกำลังใจให้คิดอ่านทำกิจได้ทุกอย่าง

นายกายปาคุญญตา – คอยฝึกกายให้ว่องไวรวดเร็วไม่เฉื่อยชา

นายจิตปาคุญญตา – คอยฝึกให้คิดอะไรได้รวดเร็ว คล่องแคล่ว

นายกายุชุกตา – คอยฝึกกายให้ตรง คือไม่ให้ไปทำร้ายเขา ไม่ให้ไปลักทรัพย์เขา ไม่ให้ไปผิดลูกผิดเมียเขา

นายจิตตุชุกตา – คอยฝึกจิตให้เที่ยงตรง ดำรงอยู่ใน มัชฌิมาปฏิปทา

นายสัมมาวาจา – คอยฝึกคำพูดให้พูดแต่ความจริง ไม่พูดเท็จ ให้พูดสมานสามัคคี ไม่พูดส่อเสียด ให้พูดสุภาพ ไม่พูดคำหยาบ ให้พูดมีหลักมีผล ไม่พูดเพ้อเจ้อ

นายสัมมากัมมันตะ – คอยฝึกให้ประกอยการงานในที่ชอบ

นายสัมมาอาชีวะ – คอยฝึกให้หาเลี้ยงอาชีพในทางที่ชอบ เว้นมิจฉาชีพ

นายกรุณา – คอยทำจิตให้เกิดความเอ็นดูสงสาร ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์

นายมุทิตา – คอยทำจิตให้พลอยยินดี ในเมื่อผู้อื่นได้ดี เว้นการริษยา

นายปัญญา – คอยฝึกให้เกิดความฉลาดรอบรู้ในกิจการทั้งปวง

หมายเหตุ 3

๒.๓ เหล่าเสนา อกุศลเจตสิกเสนา มี ๑๔ นาย คือ

นายโมหะ – คอยชักพาให้เกิดความลุ่มหลงมัวเมา

นายอหิริกะ – คอยชักนำให้ทำชั่วโดยปราศจากความละอาย

นายอโนตตัปปะ – คอยชักนำให้กล้าทำชั่วโดยไม่กลัวต่อผลบาป

นายอุทธัจจะ – คอยชักพาให้เกิดความฟุ้งซ่าน จนขาดสติสัมปชัญญะ

นายโลภะ – คอยชักพาให้เกิดความดิ้นรนอยากได้ไม่รู้จักพอ

นายทิฐิ – คอยชักนำให้เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชอบเป็นผิด

นายมานะ – คอยชักจิตให้เกิดความเย่อหยิ่ง ถือตัวว่าไม่มีใครเสมอเหมือน

นายโทสะ – คอยชักนำให้จิตคิดประทุษร้าย ขาดเมตตา กรุณา

นายอิสสา – คอยชักชวนให้คิดตัดรอนคนอื่น ในเมื่อเห็นคนอื่นจะได้ดีกว่า ไม่อยากให้ใครได้ดีกว่าตน

นายมัจฉริยะ – คอยชักนำให้ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่อยากให้อะไรแก่ใคร แต่อยากได้ของคนอื่น

นายกุกกุจจะ – คอยชักพาให้เกิดความรำคาญ หมดความสงบ

นายถีนะ – คอยชักพาให้เกิดความหดหู่ซบเซา ไม่อยากได้ใคร่ดี อะไรทั้งหมด

นายมิทธะ – คอยชักให้ง่วงเหงาหาวนอน ไม่อยากจะทำอะไร ดีชั่วไม่เข้าใจ

นายวิจิกิจฉา - คอยชักพาจิตให้ลังเลสงสัยตัดสินใจไม่ถูก