รับมือกับบรรดาอาหารหน้าตาน่าลิ้มลองก่อนไปงาน
สังสรรค์ยังไงก็ไม่อ้วน : |
บทความนี้ได้มาจากโรงพยาบาลนครพ์ ได้มาเล่าสู่กันฟัง |
| |
ชีวิตจะอับเฉาขนาดไหน ถ้ามัวแต่เก็บเนื้อเก็บตัว อุทิศวันเวลาให้กับการไดเอ็ตและออกกำลัง เมื่อมีโอกาสดีๆ ก็น่าจะเพิ่มสีสันให้ชีวิตด้วยการออกไปเฉิดฉาย โชว์หุ่นสวย เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ เสียบ้าง
ไม่ว่าจะไปงานปาร์ตี้ที่เลี้ยงแบบค็อกเทล งานเลี้ยงโต๊ะจีน ดินเนอร์แบบฟูลคอร์ส หรือแม้กระทั่งปาร์ตี้วันเกิดแบบเป็นกันเองกับเพื่อนๆ คุณสามารถสังสรรค์อย่างสนุกได้โดยที่หุ่นไม่เสีย
1. เตรียมแผนที่ดี เตรียมการและซักซ้อมมาตรการรับมือกับบรรดาอาหารหน้าตาน่าลิ้มลองก่อนไปงาน เพื่อให้พร้อมแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เช่น เตรียมไว้ว่าจะเลือกนั่งตรงไหน จำเป็นต้องให้ไกลโต๊ะบุฟเฟต์ที่สุดหรือไม่ เตรียมวิธีจัดการกับบรรดาชีสเค้กแสนเย้ายวนในปาร์ตี้เปิดตัวร้านเบเกอรี่ของเพื่อน เตรียมอกเตรียมใจว่า “จานเดียวเท่านั้น” คิดไว้เลยว่าเมนูไหนบ้างที่ไม่ขอแตะต้อง จะดื่มอะไรดี แค่น้ำแร่หรือยอมจิบไวน์สักแก้ว แพลนไว้คร่าวๆ ว่าใช้เวลากับการออกไปแดนซ์กับหนุ่มๆ หรือเดินทักเพื่อนให้ทั่วงานมากกว่าจะมานั่งจ่อมอยู่ตรงหน้าจานของอร่อย
2. รองท้องไปก่อน อย่าได้มีความคิดว่าจะเก็บท้องไปกินที่งาน ก็เลยปล่อยให้ท้องว่างก่อนไปเพื่อจะไปเติมอาหารอร่อยๆ กลับมาอย่างเต็มคราบ ในวันที่ต้องไปงานปาร์ตี้ตอนค่ำ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตารางการกินมากนัก เริ่มต้นด้วยมื้อเช้าคุณภาพที่จะทำให้วันทั้งวันอยู่ได้อย่างไม่หิวโซ รับมื้อเที่ยงตามปกติ แล้วรองท้องด้วยของว่างแคลอรี่ต่ำในยามเย็นก่อนออกไปงาน ดีกว่าปล่อยท้องให้ว่างหิวโซจนขาดความยับยั้งชั่งใจในการกิน แล้วก็ต้องมารู้สึกผิดกับตัวเองในภายหลัง
3. เลือกที่ควรเลือก สีสันหนึ่งของปาร์ตี้คือการมีของอร่อยมากมายให้เลือกลิ้มลอง แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ของกินเหล่านั้นคือกับดักให้เราก้าวตกหลุมแห่งการสวาปาม ถ้าไม่อยากพลาดก็อย่าตาลาย ตั้งสติเลือกกินเมนูแคลอรี่ต่ำไว้ก่อน อย่างพวกยำวุ้นเส้น ซุปใส สลัดกุ้งต้ม สำหรับประเภทของการปรุงก็ให้มองเลยๆ ของทอดไป แล้วสร้างจินตนาการความอร่อยกับการปรุงประเภทกริลล์ อบ นึ่ง สำหรับของหวานก็เลือกอร่อยชุ่มฉ่ำกับผลไม้สด ดีกว่าจะเพลินลิ้นกับช็อกโกแลต ไอศกรีม หรือเค้ก ถ้างานที่ไปมีบริกรมาตักเสิร์ฟ ต้องกำชับเขาว่านิดเดียวพอและไม่เรียกมาเติม อย่างไรก็ตามถ้าอาหารในงานรสชาติอร่อยและหน้าตาน่ากินจริงๆ อาจจะยืดหยุ่นกับตัวเองสักนิด เช่น อนุญาตให้กินขาหมูทอดได้สัก 2 คำเล็กๆ เป็นต้น
4. ตั้งสปีดให้ช้าที่สุด บังคับตัวเองให้ละเลียดกินช้าๆ เคี้ยวแต่ละคำอย่างประณีต และอย่าก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว แต่สลับด้วยการพูดคุยกับเพื่อนฝูง ทักทายคนโน้นคนนี้ กระบวนการย่อยอาหารเริ่มต้นตั้งแต่การเคี้ยว ไม่ว่าคุณจะทำเวลาในการกินเร็วแค่ไหนก็ตาม สมองจะสั่งให้อิ่มในราวนาทีที่ 20 นับจากเริ่มกิน ดังนั้นการกินช้าๆ จะทำให้รู้สึกอิ่มทั้งๆ ที่กินเข้าไปไม่มาก ตรงข้ามกับคนที่กินเร็ว กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มก็กินเข้าไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่
5.ดนตรีคือศัตรูตัวจริง มหาวิทยาลัย จอห์น ฮอปกิ้นส์เคยทำการศึกษาถึงอิทธิพลที่เสียงดนตรีมีต่อการกิน พบว่า ดนตรีสนุกๆ จะกระตุ้นให้กินเร็วขึ้น ขณะที่ดนตรีช้าๆ ในจังหวะผ่อนคลายทำให้อาสาสมัครกินคำเล็กลง เคี้ยวอาหารนานและช้าลง ทั้งยังรู้สึกพอใจมากกว่าการกินอาหารคลอกับเพลงเร็วๆ รู้อย่างนี้แล้วอย่าปล่อยให้ดนตรีมีชีวิตชีวาของงานสังสรรค์กระตุ้นให้กินมากเกินความต้องการล่ะ
6. สัญญากับตัวเองว่าจะออกไปตักรอบเดียว จะกินแค่ครึ่งจาน จิบแค่แก้วเดียว ขอชิมเค้กครึ่งชิ้น แล้วก็ “พอ” ให้ได้จริงๆ แต่ถ้ายังมีใครคะยั้นคะยอ ให้เตรียมประโยคเก๋ๆ ตอนที่จะหยุดกินไปก่อนเลย เช่น * อ้าว นั่นอิ่มแล้วหรือครับ- อาหารอร่อยเลยกินเยอะจนตอนนี้อิ่มจะแย่แล้วค่ะ * ลองชิมข้าวผัดหนำเลี๊ยบนี่หน่อยสิ-ขอบคุณค่ะ แต่ดิฉันกำลังจำกัดคาร์โบไฮเดรตอยู่ * ไปตักของหวานกัน เค้กช้อกโกแลตนั่นน่ากินมากเลย-เดี๋ยวฉันขอแย่งเธอนิดนึงแล้วกัน * ฯลฯ
7.โกง ลองใช้ทริกเหล่านี้โกงตัวเองดู * ไปงานในชุดสวยที่ฟิตเข้ารูป อย่างชุดคอร์เซ็ทดัดแปลง ซึ่งจะช่วยเก็บส่วนหน้าท้อง และจำกัดการขยายตัวของกระเพาะอาหารไปในตัว * ทาปากสีสวยๆ จะได้กินอย่างระมัดระวัง * เลือกจานเล็กเข้าไว้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนสรุปไว้ว่า จานใบเล็กจะช่วยลดปริมาณอาหารที่ตักได้ถึง 20% เพราะคุณจะเห็นโต้งๆ เลยว่าที่ตักมานั้นเต็มจานแล้ว * กินด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด * ฯลฯ
8.ดื่มอย่างฉลาด คุณอาจยังไม่ทราบว่า ไม่ใช่แค่น้ำหวานและน้ำอัดลมที่เป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนคุณเป็นสาวอ้วนบวม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่แหละตัวดี เพราะให้พลังงานสูงถึง 7 แคลอรี่ต่อกรัมทีเดียว(โอ!แม่เจ้า) ถ้าไม่อยากให้ความอดทนและอุตสาหะในการงดดื่มน้ำหวาน-น้ำอัดลมมาทั้งอาทิตย์ ต้องสูญสิ้นไปในคืนเดียว จงเลือกเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำเข้าไว้ น้ำเปล่าดีที่สุด แต่ถ้ามันจืดเกินไป ลองเลือกน้ำแร่อัดก๊าซ หรือน้ำผลไม้ที่ไม่เติมน้ำตาล หรือพันซ์ดีกว่าไวน์หรือเบียร์
9.ทำใจให้สบาย สนุกกับการสังสรรค์ มองโลกในแง่ดี เจ้าภาพอุตส่าห์เตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้รับรอง แขกอย่างเรา ไม่ควรให้เจ้าภาพเสียน้ำใจ ถ้าอาหารรสชาติดีจริงๆ ก็จงอร่อยกับมัน แค่อย่าเพลินจนเกินขนาด วันพระไม่ได้มีหนเดียว วันนี้ถึงจะกินมาก แต่พรุ่งนี้และมะรืนถ้าไม่ยอมกินขนาดนี้อีกก็คงไม่อ้วนหรอก จริงไหม
10.กำกับเวลาอย่าสนุกเพลินจนกลับบ้านดึกเกินไป เพราะถ้าคืนนี้นอนไม่พอ วันรุ่งขึ้นคุณอาจจะกินมากเป็นสองเท่าโดยไม่รู้ตัว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะมีการวิจัยพบว่า ในคนพักผ่อนน้อย ร่างกายจะเร่งการเผาผลาญมากขึ้น จึงทำให้คุณรู้สึกหิวมากกว่าปกติจนต้องหาอะไรใส่ท้องบ่อยขึ้นนั่นเอง
11.ชดเชย เช้ารุ่งขึ้นห้ามโอ้เอ้ โยเยว่าเพลีย ให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเร็วกว่าเดิม เพื่อชดเชยที่ได้กินเข้าไปมากเมื่อคืนนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองหนักขนาดวิ่งเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมงอะไรทำนองนั้น แต่น่าจะลองอะไรแบบว่า อาทิตย์นี้จะเดินไป-กลับระหว่างสถานีรถใต้ดินไปที่ตึกออฟฟิศ อาทิตย์นี้จะกินกาแฟดำ หรือจะหยุดกินขนมหวาน 1 อาทิตย์ ถ้าทำได้ให้ลองทำต่อไปอีก 1 อาทิตย์ มีหรือจะอ้วนกว่าเดิม
ไม่อยากให้คุณกังวลหรือเครียดจนหมดสนุกกับการสังสรรค์นะคะ 10 ข้อที่ว่ามานี้ ถ้าทำไม่ได้ไม่ครบก็ไม่เป็นไร แค่เอ็นจอยอีตติ้งได้อย่างมีสติก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะ
ต้องไถ่บาปขนาดไหนถ้าดื่ม... * ไวน์ขาว แบบดราย 1 แก้ว(ประมาณ 85 แคลอรี่) : ต้อง...เดิน 22 นาที (4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หรือปั่นจักรยาน 13 นาที(15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หรือว่ายน้ำ 10 นาที(3.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) * มาร์ตินี่ (140 แคลอรี่) : ต้อง...เดิน 37 นาที หรือปั่นจักรยาน 22 นาที หรือว่ายน้ำ 17 นาที * ไลท์เบียร์ (105 แคลอรี่) : ต้อง…เดิน 28 นาที หรือปั่นจักรยาน 17 นาที หรือว่ายน้ำ 13 นาที |
|
รวดเร็วดีนะ
ทำได้อย่างนี้ต้องหุ่นดีแน่ๆเลยค่ะ
ผมได้ลองทำดู รู้สึกว่าไม่อึดอัด สบาย ๆ ถึงจะไปงานสังสรรค์ ก็ไม่เหงา ไม่เครียด คือ
1. กินทุกมื้อ ครบ 3 มื้อ แต่ตั้งเป้าไว้ล่วงหน้า เช่น จานเดียว (โหง่เดียว) เป็นต้น
2. กินทุกอย่างที่ขวางหน้า เว้น เนื้อ ไขมันสัตว์ แอลกอฮอล์
กินครบทั้งสามมื้อ มื้อเย็นทานข้าวจ้าวสักครึ่งถ้วยเล็ก
แล้วออกกำงกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง หุ่นจะพอดีค่ะ
ทานทุกอย่างที่ขวางหน้าค่ะแต่ทานอย่างละน้อยและทานพออิ่ม ก็แหมนานๆจะได้สังสรรค์ ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ คุยไปทานไปค่ะ แต่การทานอาหารนั้นผักและผลไม้เป็นอะไรที่ทานได้เท่าไรก็ไม่อ้วนค่ะ ยิ่งอาหารพื้นเมืองมีแต่สมุนไพรในจานมีประโยนช์ทั้งนั้น
สูตรนี้ดีจัง...จะลองนำไปใช้ดูถ้าได้ผลจะรายงานให้ทราบ...อ้อ....อย่าลืมช่วยกันบันทึกเยอะ ๆ นะครับ
ทานทุกอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วก็หมั่นออกกำลังกายทุกๆๆวัน เท่านี้ชีวิตก็เป็นสุขแล้วจ้า……
คลายเครียดด้วยอาหารธรรมชาติ
ชีวิตคนเมืองหลวงปัจจุบันต้องรีบเร่งแข่งขันกับเวลา ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหา ค่าครองชีพ ซึ่งล้วนแต่นำความเครียดมาสู่ชีวิตคนกรุงอย่างยิ่ง
การลดความเครียดด้วยอาหารเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่ง เพราะอาหารเป็นปัจจัยหนึ่งในสี่ของคนเราและจะเน้นอาหารที่หาได้ง่าย ๆ ราคาถูก เวลาที่คนเรามีความเครียด ระบบย่อยอาหารมักจะทำงาน
ไม่ได้ดี บางคนจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว ซึ่งจะสบายขึ้นถ้าได้เพิ่มน้ำย่อยด้วยการ รับประทานขิง เพราะจะทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีดูดซึมอาหารใช้อย่างเต็มที่ และขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เราสามารถรับประทานได้ทั้งไก่ผัดขิง หรือดื่มน้ำขิง ชาขิง
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เราจะพบว่าเวลาเครียดร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันสารซีโรโทนินจะลดลง ซึ่งคาร์โบไฮเดรตในถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง จะช่วยให้ร่างกายสร้างสารซีโรโทนินได้ดีขึ้น ทำให้อารมณ์ดี และในถั่วยังมีเส้นใยอาหารสูง วิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ แต่จะดียิ่งขึ้น ถ้าร่างกายได้ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ คือ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะจะทำให้ร่างกายมีน้ำไหลเวียนเพียงพอทั้งวัน ทางตรงกันข้ามถ้าร่างกายขาดน้ำ จะทำให้หงุดหงิด หมดเรี่ยวแรง ขาดพลังงานยิ่งขึ้น บางครั้งวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ จึงถือว่าน้ำเป็นอาหารธรรมชาติที่ลดเครียดได้ดี ง่ายและสะดวกที่สุด
จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่าไม่ยากเกินไปกับการจะคลายเครียดด้วยอาหารธรรมชาติ
โดย นางอุไร อุตตโรทัย
หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ
กองส่งเสริมสาธารณสุข สำนักอนามัย
ที่มา : สลายความเครียดด้วยอาหารธรรมชาติ สกุลไทย ปีที่ 49 ฉบับที่ 2508 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2545
จากการที่ได้เรียนวิชา การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยื่น และได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าเว็บ GoToKnow เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้พัฒนาตนเองและได้เรียนรู้เทคนิคการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีภูมิปัญญาทำให้เกิดประโยชน์ในโลกของการแข่งขัน ส่วนปัญหาอุปสรรค ก็มีบ้างเช่น บางคนไม่มีความรู้พื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์ จึงทำให้มีความยากในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือเขียนไม่คล่องเพราะไม่ได้ทำทุกวัน แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อน ๆ ในกลุ่มคอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ ขอบคุณอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ขอบคุณผู้จัดทำข้อมูล ฯลฯ ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการศึกษา กลุ่มนักศึกษาร้องวัวแดง 1 ได้รับความร่วมมือระหว่างเพื่อน ๆ ทุกคน และอาจารย์ทุกท่านที่ได้บูรณาการความรู้ต่าง ๆ ลงเว็บเป็นอย่างดี หลังจากจบวิชานี้แล้วจะหมั่นเข้ามาศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ
โดย...กลุ่มร้องวัวแดง 1 ศรร.แม่ออน