ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสภาทนายความ

     การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  เป็นทางเลือกใหม่ในการระงับข้อพิพาท   กล่าวคือ เป็นการระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธีแทนการนำคดีขึ้นสู่ศาล  ซึ่งนอกจากจะไม่มีใครเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะ   มีแต่ผู้ที่ชนะเท่านั้นแล้ว  ยังเป็นวิธีการที่ระงับข้อพิพาทได้ด้วยความรวดเร็วและประหยัด  ทั้งยังช่วยลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาล  อันเป็นการรองรับกระบวนการยุติธรรมแนวใหม่  คือ กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์อีกด้วย

     ด้วยเล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  สภาพทนายความจึงได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสภาพทนายความขึ้น  โดยได้ทำการเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแห่งแรก ณ ที่ทำการสภาทนายความ  กรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่  20  กุมภาพันธ์  2548  และจะทยอยเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในส่วนภูมิภาคเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงต่อไป

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

     การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท (Mediation)  คือ  กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยมีบุคคลที่สามเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่พิพาทยอมเจรจาผ่อนผันเข้าหากันจนนำไปสู่การทำความตกลงกันได้ด้วยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายในที่สุด

ข้อพิพาทที่ได้รับไกล่เกลี่ย

     1.  คดีหรือข้อพิพาททางแพ่ง

     2.  คดีหรือข้อพิพาททางอาญาที่ยอมความได้

     3.  คดีหรือข้อพิพาทอื่นใด ที่ทำการไกล่เกลี่ยได้

ข้อพิพาทที่เข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยจะเป็นข้อพิพาทที่ฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลแล้วหรือไม่ก็ได้

ผู้ไกล่เกลี่ย  คือใคร

     ผู้ไกล้เกลี่ย  คือ  ทนายความ  ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร  "การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท"  จากสภาทนายความโดยได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  สภาพทนายความ  และได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  เพื่อทำการไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทในแต่ละคดี

ประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

1.  สะดวก  ขั้นตอนและวิธีการไม่ยุ่งยากเป็นกันเอง

2.  รวดเร็ว  ใช้เวลาน้อยกว่าการดำเนินคดี

3.  ประหยัด  ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

4.  ความพอใจ  คู่พิพาทเป็นผู้ตัดสินใจในข้อตกลงของการไกล่เกลี่ย

5.  สมานฉันท์  ไม่มีผู้แพ้

...การไกล่เกลี่ยเป็นความลับ

ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไกล่เกลี่ย

ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

เว้นแต่คู่ความจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น...