E-learning หนทางสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ควรให้ความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง

เรียบเรียงโดย นายพงศ์ทร วงศ์พุธ  (นุ้ย) 507 8290038

 E-learning               

     ขณะนี้กระผม นายพงศ์ทร วงศ์พุธ (นุ้ย) ทำงานการขายทางโทรศัพท์ ด้านแพ็คเก็จโรงแรมในเครือของเชอราตั้น ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่างานขายทางโทรศัพท์ เป็นงานที่ต้องการลดต้นทุนไม่ว่าจะค่าเดินทาง เงินเดือนพนักงาน ในบางที่ไม่มีเงินเดือนให้พนักงาน ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะตัวของพนักงาน การเรียนรู้ก็จะเป็นการจำรูปแบบของคนเก่า ๆ ในองค์กรนั้น ๆ ยกเว้นในองค์กรใหญ่ ๆ ที่ทำการขายอย่างเป็นระบบ เช่น บริษัทประกันภัยรถยนต์ บริษัทช่วยเหลือฉุกเฉินรถเสีย เป็นต้น ทำให้พนักงานขาดทักษะการเรียนรู้ที่เป็นปัจจุบัน               

     ดังนั้นหากนำความรู้ที่เป็นตัวแบบ หรือการตอบข้อโต้แย้ง ที่สามารถเรียนรู้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็จะเป็นการพัฒนาพนักงานใหม่ ๆ ที่ไม่มีพรสวรรค์แต่ต้องการเรียนรู้และต้องการเป็นพนักงานขายที่สามารถรอบรู้และทันเหตุการณ์ ประกอบกับหนังสือเทคนิคงานขายทางโทรศัพท์หาได้ยากมาก ๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาเรื่องนี้ 

นิยามและทฤษฏีของ E-learning (Electronic Learning)               

     การเรียนเนื้อหา หรือสารสนเทศสำหรับการสอน หรือการอบรม ซึ่งใช้การนำเสนอด้วยตัวอักษร ภาพนิ่ง ผสมผสานกับการใช้ภาพเคลื่อนไหว วีดีทัศน์และเสียง โดยอาศัยเทคโนโลยีของเว็บ (Web Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมทั้งใช้ระบบบริหารการจัดการหลักสูตร (Learning Content Management System) โดยผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสาร 

ตัวอย่างหน่วยงานที่ใช้ E-learning                

จริง ๆ แล้ว E-learning เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วในเมืองไทย ตั้งแต่ยุคแรก ๆ คือคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและฝึกอบรม ยุคเว็บเริ่มต้น ยุคมัลติมีเดียและยุคปัจจุบันคือยุคเว็บใหม่ที่มีการนำสื่อต่าง ๆ มาประยุกต์ในการนำเสนอข้อมูลมากขึ้น บริษัทที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

Ø     ปูนซีเมนต์ไทยที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของบุคลากรเป็นลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย  ตัวอย่างระบบที่ใช้ Computer Base Training  เป็นการ Training พนักงาน , Knowledge Management เป็นการรวบรวมฐานความรู้ของพนักงานในองค์กร เช่น Blog ต่าง ๆ , E-Library ห้องสมุดบนเว็บ และ Innovation เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความเห็นเพื่อนการพัฒนา เป็นต้น

Ø     บริษัทบ้านปู ที่มีการใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการพัฒนาจากต่างประเทศในช่วงก่อนหน้านี้  เช่น ขณะนี้ก็มีระบบ Computer Base Training และ Knowledge Management เช่นเดียวกับปูนซีเมนต์ไทยเช่นกัน               

Ø   TT&T ให้พนักงานทุกคนเรียนรู้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน ผ่าน Internet และประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ให้ความสนใจกว่า 90% เพราะมีการจูงใจ และทำเป็นระบบ มีทีมงานดูแลโปรเจ็ค สามารถตรวจสอบ Log in เช็คสถานะผู้เข้าใช้ได้ จึงเป็นบริษัทที่น่าให้ความสนใจมากทีเดียว

          ส่วนบริษัทอื่น ๆ นั้นมีการสนับสนุนเพียงช่วงแรกแล้วหายไป ประกอบกับบุคลากรด้านงานบุคคล ของบริษัทเหล่านั้น ขาดทักษะและทัศนคติกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เน้นการฝึกอบรมช่วงแรกก็ถือว่าได้ให้ความรู้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ลืมตระหนักถึงการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรที่ต่อเนื่อง อย่างบริษัทที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้ทำกันในปัจจุบัน

ข้อดีของการเรียนรู้ผ่าน e-learning

·        เอื้ออำนวยให้กับการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ รวมทั้งบุคคล ·        ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องการเรียนและสอนในเวลาเดียวกัน

·        ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องมาพบกันในห้องเรียน

·        ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และผู้สอนที่ไม่พร้อมด้านเวลา ระยะทางในการเรียนได้เป็นอย่างดี

·        ผู้เรียนที่ไม่มีความมั่นใจ กลัวการตอบคำถาม ตั้งคำถาม ตั้งประเด็นการเรียนรู้ในห้องเรียน มีความกล้ามากกว่าเดิม เนื่องจากไม่ต้องแสดงตนต่อหน้าผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้น โดยอาศัยเครื่องมือ เช่น E-Mail, Webboard, Chat, Newsgroup แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ

·        เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน

·        สนับสนุนการเรียนการสอน

·        เกิดเครือข่ายความรู้

·        เน้นการเรียนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ตรงตามหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา

·        ลดช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างเมืองและท้องถิ่น

·        การรักษาความรู้ด้านต่างๆของบริษัทและนำไปพัฒนาเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

·        เป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 

ข้อเสีย

·       ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก ความคิดเห็น ข้อโต้แย้งหรือปฏิกิริยาที่แท้จริงของผู้เรียนและผู้สอน ได้ในขณะนั้น ๆ ได้ (ในบางครั้ง)

·       ไม่สามารถสื่อความรู้สึก อารมณ์ในการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

·       ผู้เรียน และผู้สอน จะต้องมีความพร้อมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ทั้งด้านอุปกรณ์ ทักษะการใช้งาน

·       ผู้เรียนบางคน ไม่สามารถศึกษาด้วยตนเองได้

การจูงใจเพื่อการเรียนรู้

     สาเหตุหนึ่งที่ E-learning ในเมืองไทยไม่สำเร็จก็เพราะ ผู้ศึกษาไม่ได้ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะขาดแรงจูงใจจากหลายสาเหตุ เช่น องค์กรขาดสื่อ ขาดงบประมาณ เรียนแล้วได้อะไร และที่สำคัญนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ชอบรูปแบบการเรียนรู้เป็นทุนเดิม ถ้าทราบว่าเป็นการเรียนรู้ก็จะไม่ให้ความใส่ใจ นอกจากจะได้ประโยชน์กลับมา ดังนั้น จึงต้องมีกระตุ้นด้วย 5 วิธีการดังต่อไปนี้

     1. สร้างความสนใจให้เกิดขึ้น ด้วยการกระตุ้นให้เกิดความอยาก และผลประโยชน์

     2. ดำเนินการให้เกิดความรู้อย่างแจ่มแจ้ง

     3. สร้างทัศนคติเชิงบวก ให้ยอมรับความรู้ใหม่ ๆ

     4. ให้ผู้เรียนยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ สอดคล้องกับเป้าหมายการจูงใจ

     5. ให้ความสนใจ ติดตามช่วยเหลือ หน่วยงานมีระบบประเมินสนับสนุน

การนำมาประยุกต์ใช้ในงาน               

      บริษัทที่เลือกใช้ E-learning นั้นสาเหตุหลักน่าจะคล้าย ๆ กัน คือเน้นให้ผู้เรียน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลข่าวสาร สามารถอัพเดทได้อย่างไม่หยุดนิ่ง มีฐานความรู้เพื่อพัฒนาองค์กร มีการนำเสนอปัญหาในองค์กรเป็นฐานไว้                

     อยากนำมาใช้ในบริษัทที่ทำอยู่ ก็เพราะขณะนี้ราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงจากแต่ก่อนมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นฐานความรู้เป็นทฤษฏีตำรา แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์กันก็ได้ เพราะเวลาส่วนใหญ่แทบจะไม่ว่างจริงๆ  เพราะต้องโทรศัพท์อย่างเดียว เวลาที่สามารถศึกษาในเวลางานได้จึงเป็นไปได้ยากมาก แต่ข้อดีก็คือเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามจุดประสงค์ของ E-learning นั่นเอง แต่ส่วนหนึ่งพนักงานก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

     โดยส่วนตัวแล้วการจะทำให้ E-learning ให้ได้ผล จะต้องมีการประเมินผลด้วย มิใช่เพียงเป็นแหล่งให้ความรู้ที่ตั้งไว้เพียงอย่างเดียว หรือการติดตามผลงานจากผู้ที่ดูแลโปรเจคเหล่านั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้

Ref : www.nectec.com

       http://gotoknow.org/blog/bonlight/44042