Good leaders are made not born. If you have the desire and willpower, you can become an effective leader. Good leaders develop through a never ending process of self-study, education, training, and experience. This guide will help you through that process.

Leadership Development program 

รายงานฉบับนี้เป็นการศึกษาจากการได้มีส่วนร่วมในโครงการเพื่อพัฒนาผู้ริหารในบริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) โดยโครงการนี้มีชื่อว่า Executive Leadership Management หรือ ELP หลายปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้ดำเนินการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯมีความต้องการในการปรับตัวให้สอดคล้องขนาดของธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย และจีน การขยายธุรกิจด้านไฟฟ้า ทำให้บริษัทฯต้องสร้างความพร้อมของบุคคลกรจำนวนหนึ่งที่สามารถจะไปเป็นผู้นำธุรกิจให้แก่บริษัทฯได้เมื่อโอกาสมาถึง รายงานฉบับนี้จะแบ่งหัวข้อออกเป็น

  • แรงบันดาลใจ       
  • หลักการ และ ทฤษฎี
  • หลักสูตรELP
  • ประโยชน์ที่ได้ และการนำไปใช้ (ข้อดี)
  • ข้อเสีย และข้อเสนอแนะ
  • แรงบันดาลใจ           

เหตุที่สนใจเรื่องนี้เนื่องจาก โครงการฝึกอบรมนี้เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยยึดความต้องการของบริษัทฯและความต้องการของผู้ฝึกอบรมเป็นหลัก โดยจะมีการปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรและหัวข้อตลอดเวลา ไม่เหมือนหลักสูตรอื่นๆที่จะมีโครงสร้าง และเนื้อหาตายตัวมากกว่า แตกต่างไปจากการถูกส่งไปเรียนนอกบริษัทฯไม่ว่าจะเป็นการอบรมธรรมดา หรือ การได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาโท เนื่องจากเป็นการจัดผู้เรียนจำนวนประมาณ 12 คน คละเชื้อชาติ ไปเรียนในสถานที่หรือ ประเทศต่างๆกัน เป็นระยะๆในเวลาประมาณ 1 ปี จากหลักสูตรที่ยังไม่ตายตัวนี้ทำให้เกิดเรื่องที่น่าเรียนรู้มากมายในการปรับปรุงหลักสูตร และเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งในการพัฒนาคน 

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลักการ และ ทฤษฎี</p>

ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ดิฉันได้แปลมาจากการค้นคว้าในwebsiteต่างๆ ทราบมาว่าผู้นำที่ดีไม่ได้เป็นได้ตั้งแต่เกิด ถ้าคุณมีความต้องการและพยายามคุณก็จะสามารถเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพได้ กระบวนการฝึกความเป็นผู้นำที่ดีเป็นกระบวนการที่ไม่มีวันสิ้นสุดในการศึกษาด้วยตนเอง เรียนรู้ อบรม และหาประสบการณ์ การที่จะชักนำลูกน้องให้มีการทำงานร่วมกันอย่างสูงได้ เราต้องเป็น ต้องรู้ และต้องทำ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากการทำงานและการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงความถนัด ภาวะผู้นำคือ การบวนการที่ คนผู้หนึ่งมีพลังที่จะทำให้คนอื่นสามารถทำตามที่ตนเองต้องการ หรือ สามารถ นำองค์กรไปในทิศทางที่ตนเองต้องการได้ภาวะผู้นำคือ กระบวนการที่ คนผู้หนึ่งมีพลังที่จะทำให้คนอื่นสามารถทำตามที่ตนเองต้องการ หรือ สามารถ นำองค์กรไปในทิศทางที่ตนเองต้องการได้ผู้นำสามารถแสดงภาวะผู้นำโดยการใช้ คุณสมบัติประจำตัว เช่น บุคลิก (ผู้นำ), ความรู้, และ ความสามารถแม้ว่าคุณจะมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ หัวหน้า หรือผู้นำ และมีอำนาจที่จะกระทำการใดๆภายในองค์กร  อำนาจนี้ไม่ได้ทำให้คุณเป็นผู้นำแต่เพียงทำให้คุณเป็นหัวหน้าผู้นำคือบุคคลที่สามารถทำให้ผู้ตามพร้อมและยินดีที่จะทำงานเพื่อความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแต่สั่งคนรอบข้างให้ทำตามความต้องการตนเอง

</span><p>Bass’ (1989 & 1990) theory of leadership ระบุว่ามี 3 วิธีที่จะอธิบายการที่เราจะเป็นผู้นำ ดังนี้  </p>

  • อุปนิสัยส่วนตัวอาจจะนำให้ผู้นั้นมีบทบาทของผู้นำเป็น “Trait Theory”
  • วิกฤตการหรือเหตุการณ์สำคัญอาจจะส่งผลให้บุคคลปรับตัวตามสถานการณ์ ซึ่งแสดงความเป็นผู้นำเป็น “Great Events Theory”
  • บุคคลเลือกที่จะเป็นผู้นำได้ สามารถเรียนรู้การเป็นผู้นำ “Transformational Leadership Theory” เป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย

ข้อสำคัญของการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพHayได้ศึกษา 75 องค์ประกอบที่ส่งผลถึงความพึงพอใจของลูกจ้าง พบว่ามีปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกจ้าง

  •  ความเชื่อใจและมั่นใจต่อผู้บริหาร
  • ความมีประสิทธิภาพของการสื่อสารจากผู้นำ

หลักของการเป็นผู้นำในการเป็น รู้ และทำ สามารถเกิดได้ภายใต้ หลัก 10 ข้อของการเป็นผู้นำ

  1. Be technically proficientต้องรู้งานของตนเอง และเชี่ยวชาญงานของลูกน้อง
  2. Seek responsibility and take responsibility for your actionsค้นหาวิถีทางที่จะทำให้องค์การยกระดับ และเมื่อเกิดความผิดพลาด ต้องไม่โทษผู้อื่น ควรวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ และมุ่งที่จะทำงานที่ท้าทายอื่นๆ
  3. Make sound and timely decisionsใช้กระบวนการการแก้ปัญหา การตัดสินใจ และเครื่องมือในการวางแผนที่ดี
  4. Set the exampleเป็นแบบอย่างของลูกน้อง เพื่อให้เกิดการเปลีร่ยนแปลงในทางที่ถูก
  5. Know your people and look out for their well-beingเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ และดูแลเขาด้วยความจริงใจ
  6. Keep your workers informedรู้วิธีการที่จะสื่อสารกับคนทั้งหลาย
  7. Develop a sense of responsibility in your workers - ช่วยเขาให้เกิดนิสัยในการเป็นมืออาชีพ
  8. Ensure that tasks are understood, supervised, and accomplished - การสื่อสารถึงความรับผิดชอบของพวกเขาเป็นเรื่องสำคัญ
  9. Train as a team - Although many so called leaders call their organization, department, section, etc. a team; they are not really teams...they are just a group of people doing their jobs.
  10. Use the full capabilities of your organizationพัฒนาจิตวิญญาณของการทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อให้เกิดความสามารถสูงสุด

ปัจจัยในการเป็นผู้นำ มีปัจจัยหลักอยู่ 4 ข้อ

  • Follower แต่ละบุคคลต้องการผู้นำที่มีลักษณะต่างกัน ดังนั้นผู้นำต้องเข้าใจความต้องการของเขาก่อน
  • Leader ผู้นำต้องเข้าใจตัวเองว่าเป็นใคร รู้ และทำอะไรได้บ้าง
  • Communication ผู้นำต้องใช้การสื่อสาร 2 ทาง
  • Situation ต้องพิจารณาเลือกการปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ที่ต่างกัน

รูปแบบของผู้นำ ในที่นี้จะกล่าวถึง 2 รูปแบบ คือ Four Framework Approach และ the Managerial Grid.

Four Framework Approach

Bolman and Deal (1991) แนะนำว่าผู้นำจะแสดงพฤติกรรมหนึ่งใน 4 ชนิดของStructural, Human Resource, Political, หรือ Symbolic. ซึ่งอาจจะมีประสิทธิภาพหรือไม่มีขึ้นกับการเลือกใช้

  • Structural Framework เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญแก่โครงสร้าง กลยุทธ สิ่งแวดล้อม การปฏิบัติ การทดลอง และการปรับปรุง ข้อดีคือ วิเคราะห์และออกแบบ ข้อเสียคือ ละเอียดจนเกินไป
  • Human Resource Framework เป็นผู้นำที่เข้าถึงตัวได้ง่าย มีพลัง เพิ่มการแลกเปลี่ยนและมีส่วนร่วม สนับสนุน และทำการตัดสินใจสู่การปฏิบัติ ข้อดีคือ สนับสนุน ส่งเสริมกำลังใจ ข้อเสียคือ แพ้ได้ง่าย  
  • Political Framework แจกจ่ายอำนาจและผลประโยชน์ สร้างเครือข่ายกับผู้อื่น ใช้การชักชวนก่อน และอาจต่อรองหรือบังคับขู่เข็ญเมื่อจำเป็น ข้อดีคือ  สนับสนุนการรวมกลุ่ม รวมพรรค และสร้างกำลัง ข้อเสียคือ เร่งรัด จับโน่นผสมนี่  
  • Symbolic Frameworkใช้สัญลักษณ์เป็นหลักในการดึงดูดความสนใจผู้คน และใช้การเผยแพร่ วิสัยทัศน์ให้เกิดแรงบันดาลในแก่ผู้คน ข้อดีคือ เผยแพร่ แนะนำให้เกิดแรงบัลดาลใจ ข้อเสียคือ กระตือรือร้นจนคลั่ง งมงาย  

Managerial Grid

The Blake and Mouton Managerial Grid (1985) ใช้  2 แกน   “Concern for people” เป็นแกนตั้ง “Concern for task” is เป็นแกนนอน ทั้ง 2 แกนมีช่วงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 9 ดังนี้<pre style="line-height: 130%">Link ไป Grid matric  http://gotoknow.org/file/bubpachart/Grid.pdf  </pre>

กระบวนการสร้างผู้นำที่ยิ่งใหญ่ Kouzes & Posner, 1987 ได้กล่างถึงเส้นทางของผู้นำที่ประสบความสำเร็จดังนี้

·         Challenge the process – กาขั้นตอนที่ต้องการการปรับปรุง·         Inspire a shared vision – อธิบายวิสัยทัศน์เป็นคำพูดที่สามารถเข้าใจได้·         Enable others to act – สามาถให้เครื่องมีและวิธีการในการแก้ปัญหา·         Model the way – ต้องสามารถให้ความมั่นใจสู่ความสำเร็จในสถานการณ์ที่ยุ่งยาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; line-height: 130%; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">·         Encourage the heart – แบ่งปันความดีใจ ความสำเร็จ เก็บงำความผิดหวังไว้ได้</p>

หลักสูตรELP 

</span></span><p>ELPมีผู้อำนวยการสอนอยู่ 2 บริษัทคือ Wheeler Strobel Consulting group และ Asia Pacific Innovation Center Co.,Ltd หรือ APICจากการเรียนรู้ความต้องการของบริษัทฯและผู้เรียน ได้รวบรวมไว้เป็นวัตถุประสงค์ของหลักสูตรเพื่อให้เกิดการพัฒนา ดังต่อไปนี้</p> 1.  Creates a Vision สร้างวิสัยทัศน์<ul style="margin-top: 0cm">

  • Innovation มีความคิดริเริ่ม
  • Strategic Thinking มีความคิดเชิงกลยุทธ์
  • </ul> 2.  Builds Commitment<ul style="margin-top: 0cm">

  • Change Leadership การบริหารความเปลี่ยนแปลง
  • Networking Skills การสร้างnetwork
  • Cross-Cultural Awareness ให้ความสนใจแก่ Cross-Cultural
  • Interpersonal Skills & Personal Effectiveness ความสามารถและประสิทธิผลของบุคคล
  • </ul> 3.  Effectively Executes <ul>

  • Business Acumen ไหวพริบในธุรกิจ
  • Decision Making Skills ความสามารถในการตัดสินใจ
  • Team Working Skills ความสามารถในการทำงานเป็นทีม
  • People Management Skills ความสามารถในการบริหารคน            
  • </ul>

    หลักสูตรและวิธีการสอนถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ

    1.       Leadership development program modules

    • มีการแนะนำหลักสูตร 1 ครั้ง, 5 days module 3 ครั้ง และ 4 days module 1 ครั้ง
      • Preliminary briefing of participants แนะนำหลักสูตร
      • Module 1: Personal effectiveness การพัฒนาประสิทธิผลของบุคคลากร
      • Module 2: Strategic thinking and planning การคิดและทำแผนกลยุทธ์
      • Module 3: Change leadership and cultural efficacy การบริหารความเปลี่ยนแปลง และผลกระทบของวัฒนธรรม
      • Module 4: Best practice organizations การเป็นองค์กรที่เป็นเลิศ
      • Master Class : CEO Master class นำเสนอผลการทำโครงการ และ Benchmarking แก่ CEO
    • การเรียนจะมีผู้นำการเรียน 1 ท่าน ร่วมกับผู้บรรยายที่เชิญมา ในการเรียนเรียนจะเน้นassessmentและ feed back 

    2.       Banpu Leadership Voyage  <ul>

  • A three phased approach โดยการดูความถนัดเชิงอัจฉริยภาพส่วนตัว ความถนัดที่ต้องการในงาน และอุปนิสัยพื้นฐาน
  • Individual leadership assessment and development focus ประเมินความเป็นผู้นำ และหาแนวทางพัฒนาความเป็นผู้นำ
  • Group coaching support through 5 leadership best practice forums เชิญผู้อยู่ใน leadership best practice forums 5 ท่าน มาอธิบายลักษณะการเป็นผู้นำของตัวเอง 
  • </ul> 3.       Action learning projects (ALP) เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง <ul>

  • Four selected business enhancing projects ผู้เรียนต้องทำการศึกษาโครงการที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ หรือcomfort zone 1 เรื่อง รวม 4 เรื่อง เรื่องละ 3 คน
  • Practical skill application เพื่อฝึกความสามารถในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้งานได้จริง
  • Consultant support provision มีผู้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา เช่น อาจารย์ project buddy, project sponsor  
  • </ul> 4.       World class benchmarking and site visits ไปเยี่ยมชมการทำงานของกิจการซึ่งมีการบริหารอยู่ในระดับแนวหน้า เพื่อทำการศึกษาเรื่องBenchmarking เทียบกับบริษัทฯ  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>

    Link ไป ELP Framework

    http://gotoknow.org/file/bubpachart/Leadership+Development+Program.pdf

    </span><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดิฉันเชื่อว่าบริษัทหลายๆบริษัท รวมถึงข้าราชการ ชุมชน นักเรียน และนักศึกษาได้มีการจัดพัฒนาผู้นำโดยการจัดฝึกอบรมภายใน และการส่งพนักงานไปฝึกอบรมกับบริษัทต่างๆ มีตัวอย่างของบางบริษัทอยู่ ซึ่งแต่ละหลักสูตรก็แตกต่างกันไป ตามระดับ หรือหัวข้อที่ต้องการพัฒนา เช่น</p>

    ตัวอย่างที่ 1 หัวข้อการอบรม-สัมมนาภายนอก สถาบันหนึ่ง

    • แนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจในสภาวการณ์ปัจจุบัน
    • บทบาทหัวหน้างานกับความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ
    • องค์ประกอบของบทบาท ประเภท และความหมายแต่บทบาท
    • บทบาทใด...ที่สำคัญอันจะนำไปสู่ความสำเร็จของผู้นำ
    • การสื่อสาร การสั่งงาน การสอนงานและการมอบหมายงาน
    • กรณีศึกษา

    ตัวอย่างที่ 2 Building Leadership Excellence/ ACL ของ Hay <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">This is, therefore, NOT a leadership training. This is a research-based leadership development workshop. We will start the program with unique 180-degree leadership profiling four weeks before the program. The profiles will then be analyzed by our consultants and used as fundamental material of the program. The program will be conducted in the adult learning set up – in the form of lectures, discussions, simulations, and of course, action plans.</p>

    ตัวอย่างที่ 3 Coaching Skills for Team Leaders

    •  Develop knowledge and techniques valuable for coaching of subordinate staff with the aim of lifting knowledge and skills.
    • Understand the connections between adult learning and coaching techniques
    • Build a coaching climate within your team.

    ตัวอย่างที่ 4 หลักสูตรการพัฒนา ภาวะผู้นำ หัวหน้างาน ทีมงาน เป็นหลักสูตรอบรมภายในบริษัท โดย THAI HRM BUSINESS CO.,LTD

    • การพัฒนาทักษะการจัดการสมัยใหม่สำหรับผู้บริหาร
    • การพัฒนาทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริหาร
    • การสั่งงานและการมอบหมายงานที่มีประสิทธิผล
    • ศิลปะการนำเสนองานที่มีประสิทธิผล
    • ภาวะผู้นำและการสร้างแรงจูงใจ
    • ศิลปะการให้คำปรึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน
    • TRAINING THE TRAINER
    • เทคนิคการเขียนรายงาน เขียนบันทึก ทางธุรกิจ
    • เทคนิคการสอนงานที่มีประสิทธิผล
    • การพัฒนาทีมงาน
    • การพัฒนาทักษะความคิดและวิสัยทัศน์ในการทำงาน

    ตัวอย่างที่ 5 Leadership series โดย ศูนย์พัฒนากลยุทธทางธุรกิจ

    • How to create vision
    • The 48 Laws of Power
    • Leading change 
    •  Strategic leadership

     ประโยชน์ที่ได้ และการนำไปใช้ (ข้อดี)                      

    ได้มีการนำเครื่องมือหลายๆอย่างที่น่าสนใจมาใช้ประกอบการเรียนได้แก่

    • การทดสอบสุขภาพ และความแข็งแรงเป็นระยะๆ เนื่องจากผู้บริหารต้องมีสุขภาพดีด้วย และมีการแนะนำวิธีการในการออกกำลังกาย ได้แก่ การเต้นของหัวใจ ระดับไขมัน กำลังแขนขา เป็นต้น
    • การทดสอบMulti-Dimension AnalysisโดยAPIC และ MBTI เพื่อทดสอบ EQ โดย MHR ทำให้รู้จักตัวเองในแง่มุมต่าง ทั้งจุดดี และจุดด้อย ความชอบ ความไม่ชอบ ความถนัด และความไม่ถนัด
    • การเล่นเกมส์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดและพฤติกรรมของเราเอง
    • การได้มีโอกาสฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรรับเชิญหลายๆท่าน เช่น การแลกเปลี่ยนเรื่อง EQกับ Dr.Stien และMulti-Dimension Intelligenceกับบุคคลหลายๆสี ได้แก่ คุณวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล MD Tipco Foods คุณสุชาดา ธีรวชิรกุล MD Uniliver Network คุณโชค บุลกุล MS Farm Chockchai และคุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย MD DHL Express Int ทำให้เราเข้าใจลักษณะของคนที่มีMulti-Dimension Intelligenceเหมือนกับเราและต่างจากเรา
    • การไปเรียนstrategic planningที่ Shang Hai Urban เรียนรู้การวางStrategic planของเมืองShang Hai จนเห็นรูปธรรมในวันนี้
    • การไปเรียนเรื่องฺBenchmarking ที่ท่าเรือส่งออกถ่านหลายๆแห่งในประเทศออสเตรเลีย ทำให้เกิดNetwork และสร้างความชำนาญในการสอบถาม ตามข้อมูลเพื่อทำBenchmarking และเอาประโยชน์มาใช้ได้กับการทงานของบริษัทฯ
    • การทำโครงการ “Implement the work process of  managing communication during traveling” ในAction learning project ทำให้ได้ไปทำงานในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกับงานเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องITและAdministrationเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร ทำให้สามารถใช้เรื่องchange leadershipกับโครงการ มีองค์ความรู้ใหม่ในเรื่องเทคนิคการสื่อสาร และสามารถทำสำเร็จทำให้เกิดการลดค่าใช้จ่าย และเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพัฒนาต่อไป 
    • จากข้อดีข้างต้นจึงบรรยายมาเพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับองค์การอื่น นำไปใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรของตนเอง

      ข้อเสีย และข้อเสนอแนะ

      • เนื่องจากมีการเดินทางเพื่อการเรียนในสถานที่อื่นบ่อย และระยะทางไกล จึงมีความขลุกขลักเรื่องความชัดเจนในการนัดหมาย การยกเลิกนัด ทำให้ไม่ได้ใช้เวลาอย่างที่ตั้งใจ การเตรียมการเรียนนอกสถานที่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องการความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อการติดต่อบุคคลและองค์กรที่จะไปเยี่ยมชม
      • วิทยากรบางท่าน มีความรู้ในfieldดี แต่มีความสามารถในการถ่ายทอดน้อย
      • วัฒนธรรมอาจจะมีส่วนทำให้การเรียนการสอนไม่ได้ประโยชน์ หรือเข้าใจกันมากเท่าที่ควร เช่น การใช้ศัพท์แสลง หรือ ภาษาทางกายที่ ไม่ตรงกัน แต่อย่างไรก็ดีก็ทำให้เรียนรู้ความแตกต่างกันของวัฒนธรรม

      ได้แจ้งให้ผู้บริหารหลักสูตรในการประเมินหลักสูตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดการอบรมต่อไป จัดจ้างConsultant และวิทยากร 

      สามารถดูเนื้อหาที่สำคัญของหลักสูตรได้ใน Link หรือหนังสือดังต่อไปนี้

    </span></span>