ตอนแรกตั้งใจว่าช่วงหยุด 3 วันนี้จะตั้งหน้าตั้งตาดูหนังที่ซื้อมา 20 กว่าเรื่อง เพื่อให้มีข้อมูลสะสมสำหรับการทำกิจกรรม Idea Time ในช่วงของ Plearn (กิจกรรมเพลินๆ แต่ได้สาระ ความรู้ ข้อคิดแล้วนำมาต่อยอดในโครงการ) แต่เอาเข้าจริงเพิ่งมาได้ดูวันนี้ ตัดสินใจหยิบเรื่อง Always ขึ้นมาก่อนเพราะรูปลักษณ์หีบห่อสวยมาก หนังเรื่องนี้ ชื่อเต็มว่า “Always Sunset on Third Street” ชื่อไทยแปลมาว่า “ถนนสายนี้หัวใจไม่เคยลืม”
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ภาพยนต์ญี่ปุ่นเรื่องนี้ ได้รับรางวัล 12 รางวัลที่ญี่ปุ่น เป็นเรื่องของกรุงโตเกียวในปี 1958 ซึ่งเป็นปีที่สิบสามหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หนังเรื่องนี้พูดถึงชีวิตคนในชุมชนเล็กๆ บนถนนสายหนึ่งใกล้กับหอคอยโตเกียวที่กำลังก่อสร้าง (ตอนจบสร้างเสร็จพอดี) ชีวิตความเป็นอยู่ดูง่ายๆ ราวกับชนบทในหมู่บ้านต่างจังหวัดของเราในปัจจุบัน </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิ่งที่ได้จากการดูภาพยนต์เรื่องนี้ คือ….อารมณ์ ..ความรู้สึกประทับใจ… กินใจ… โดยเฉพาะ>>></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เรื่องของนักเขียนซึ่งเป็นพระเอก เรียนจบจากมหาวิทยาลัยโตเกียว แต่ใจรักการเป็นนักเขียน มาเขียนนวนิยายลงหนังสือเด็ก เขา..ถูกตัดขาดจากครอบครัวมาอาศัยร้านขายขนมเล็กๆ ตัวเองแต่งเรื่องส่งสำนักพิมพ์ มีความฝันอยากส่งเรื่องเข้าประกวดให้ได้รางวัล แต่ทว่า...เรื่องของเขาไม่เคยเข้ารอบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> วันนึงมีคนพาเด็กผู้ชายไร้ญาติขาดมิตรเข้ามาในหมู่บ้านโดยพาไปร้านขายเหล้า ให้เจ้าของร้านซึ่งเป็นนางเอกช่วยอุปการะ แล้วผู้หญิงคนนี้ก็มาขอร้องให้พระเอกช่วยรับไว้เพราะเข้าใจว่าคงมีฐานะดี พระเอกไปกินเหล้าที่ร้านตอนเมา ก็เผลอตัวตกปากรับคำที่จะช่วย พอตื่นเช้ามาเห็นเด็กนั่งอยู่ในบ้านก็ตกใจ แล้วเริ่มจำได้ว่า โธ่เอ๊ย..ตูพลาดไปแล้ว ไล่เด็ก เด็กก็ไม่ไป เด็กหยิบหนังสืออ่านขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วบอกว่าเขาเป็นแฟนนักอ่านคอลัมน์ของพระเอกเป็นประจำ จากจุดนี้เองทำให้พระเอกที่อยู่อย่างซังกะตาย แบบนักเขียนไส้แห้ง —รู้สึกภาคภูมิใจ และปลื้มใจที่มีคนนิยมชมชอบตัวเขา และงานเขียนของเขา ทำให้เขารับเด็กไว้อุปการะ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นางเอกเมื่อมารู้ความจริงว่าพระเอกฐานะไม่ดีนัก รู้สึกผิด ก็เลยช่วยทำอาหาร หรือนำอาหารมาให้ หมั่นมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เด็กคนนี้มีจินตนาการสูง เขียนเรียงความส่งครูจนครูยกเป็นบุคคลตัวอย่าง ว่าเขียนได้ดี พูดถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในอนาคต มาวันนึงพระเอกกำลังกลุ้มใจคิดเรื่องไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร แอบไปเห็นสมุดเรียงความของเด็กก็หยิบมาอ่าน เกิดไอเดียต่อยอดนำไปเขียนเป็นนวนิยายส่งโรงพิมพ์ พอหนังสือออก พระเอกกลัวว่าเด็กจะรู้ ก็แอบเก็บหนังสือไว้ แต่พอเด็กไปโรงเรียนเพื่อนๆ ก็มารุมว่าพระเอกว่าขโมยไอเดียเด็กไปเขียน>>>เมื่อเด็กกลับมาบ้านก็ยื่นหนังสือมาตรงหน้าพระเอก แล้วก็ร้องไห้>>></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> ฉากนี้สุดคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระเอกรู้สึกละอายที่เด็กรู้ความจริง แก้เก้อด้วยการจะให้เงิน ให้สิ่งของตอบแทน แต่เด็กเอาแต่ส่ายหน้าในข้อเสนอต่างๆ สุดท้ายพูดว่า “ผมดีใจ และภูมิใจมากเลยที่คุณเอาเรื่องที่ผมเขียนไปแต่งเป็นนิยาย ทำให้เรื่องของผมได้ลงหนังสือด้วย ผมดีใจมากจริงๆ” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า</p><ul>
</ul> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มีอีกหลายฉาก หลายตัวละครที่ประทับใจ ………..โดยเฉพาะครอบครัวซูซูกิ ที่จ้างเด็กนักเรียนเพิ่งจบมาเป็นช่างซ่อมรถ โดยประกาศรับสมัครทำให้คนเข้าใจว่าเป็นบริษัทประกอบรถยนต์ใหญ่โต เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรถไฟมาจากต่างเมืองด้วยความเข้าใจผิด พอมาเห็นสภาพบ้านที่เป็นอู่ซ่อมรถยนต์เล็กๆ ก็ผิดหวัง ตอนแรกคิดว่าจะมาเป็นเลขา หรือสาวออฟฟิส แต่ต้องมาเป็นช่างซ่อมรถมอมแมม เธอพยายามตั้งใจทำงานแต่ก็โดนเจ้าของร้านหงุดหงิดที่เธอไม่รู้จักแม่แรง และโกรธที่เธอโกหกตอนสมัครงาน เด็กก็เลยโกรธตอบว่าเจ้าของร้านก็โกหก จากร้านซอมซ่อ ล่อหลอกให้คนคิดว่าเป็นบริษัทรถยนต์ใหญ่ เจ้าของร้านโกรธจัดใครห้ามก็ไม่ฟัง <<ที่โกรธมากเพราะสูญเสียความภาคภูมิใจ โดนดูถูกความสามารถหาว่าเป็นได้แค่เจ้าของร้านเล็กๆ >>> อาละวาดจะทำร้ายเด็ก เด็กก็หนีไปบ้านนักเขียนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ท่านก็ตามไปทำร้ายทุกคนที่ขวางหน้า ลูกเมียช่วยห้ามก็ไม่ฟัง จนเจ้าของร้านกลับมาบ้านตะโกนไล่เด็กให้ออกจากบ้าน โยนเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ออกมานอกร้าน ลูกชายเจ้าของร้านหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา รีบตะโกนบอกพ่อว่า เธอไม่ได้โกหก เธอเขียนในใบสมัครว่า ซ่อมรถจักรยานได้ พ่อเองนั่นแหละที่อ่านผิด เมื่อพ่อได้ยินดังนั้น รีบวิ่งลงมาดู แล้วก็รู้สึกผิดและอับอาย รีบไปขอโทษเด็กผู้หญิงลูกจ้างตามธรรมเนียมญี่ปุ่น คือนั่งคุกเข่าแล้วก้มลงคำนับ สารภาพผิด เรื่องนี้เลยทำให้เจ้าของร้านเปลี่ยนไป กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น และดูแลลูกจ้างสาวคนนี้ราวกับคนในครอบครัว เด็กลูกจ้างก็ขยันตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จากฉากนี้ ทำให้คิดถึงคำสอนของ อ.วรภัทร์ เรื่อง Hansei ที่ญี่ปุ่นมักจะทำกัน และเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมงาน หรือ หัวหน้ากับลูกน้องได้เป็นอย่างดี คนเราเมื่อทำผิดแล้ว รู้ว่าตัวผิด ก็ควรจะกล่าวคำขอโทษให้เป็น ไม่ว่าคนคนนั้นเขาจะเด็กกว่า หรือเป็นลูกน้องก็ตาม อีกฝ่ายย่อมให้อภัยคนที่รู้จักคำว่า ขอโทษอยู่แล้ว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ตอนจบยิ่งประทับใจมาก แต่ไม่อยากเล่าเพราะเดี๋ยวยาวเกิน เอาเป็นว่าต้องลองดูเองค่ะ เล่านิดนึงแล้วกัน….ตอนเด็กที่อยู่กับนักเขียนมีพ่อเศรษฐีมารับตัวไป จากความรักและผูกพัน ความเข้าใจกัน พระเอกไม่อยากให้เด็กไป แต่ก็เห็นว่าตัวเองคงไม่สามารถสรรหาสิ่งดีๆ มาช่วยสร้างอนาคตให้เด็กได้ จึงแสดงให้เด็กเห็นว่าตัวเองยินดีให้เด็กกลับไปกับพ่อ เด็กไม่อยากไป แต่ก็จำยอมนั่งรถกลับไปกับพ่อผู้เย็นชา ฉากจบประทับใจจนน้ำตาไหลจริงๆ ค่ะ เพราะ…นึกแล้วว่าเธอต้องกลับมา ฮือๆๆๆ</p>
หนัง ย้อนยุค ใช้ comp graphic เยอะมากๆ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ไปปฏิบัติธรรม สงบ สดชื่นดีไหมคะ
สำหรับหนังเรื่องนี้ ถ่ายทำได้ภาพที่สวย เนียนมากค่ะ ยิ่งดูจากดีวิดี ก็ยิ่งคมชัด ดูแล้วชอบบรรยากาศมากๆ เลย
ตอนเย็น ดูเรื่อง The Last Samurai ก็เกี่ยวกับญี่ปุ่นอีก ชอบความมี spirit ของซามูไร กับ ทหารญี่ปุ่น (ตอนใกล้จบ) มีคนถามว่า ได้อะไรจากหนังเรื่องนี้บ้าง อ.เคยดูไหมคะ กำลังฝึก capture knowledge จากหนังอยู่ค่ะ รบกวน อ.ช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ
สวัสดีครับคุณส้ม
กลับมาจากวัดหลวงพ่อกล้วย ผมก็ติดตามอ่าน
blog ของคุณส้มหลายเรื่องแล้ว หนังเรื่องนี้เคยดู
กับอาจารย์ วรภัทร นำมาสอนที่โรงงาน และมีการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันพอสมควร
สมศักดิ์
เห็นรูป อ.ขจิต ไม่ได้คิดถึงนักมวยเลยค่ะ ไปนึกถึงนักร้องลูกทุ่ง ทำไมก็ไม่ทราบค่ะ (ครูบาอย่าไปบอก อ.ขจิต นะคะ เดี๋ยวจะ...)
สวัสดีพี่ส้ม
สวัสดครับพี่ส้ม
สวัสดีครับพี่ส้ม
สวัสดีครับพี่ส้ม
สวัสดีค่ะคุณส้ม
อ่านที่เล่าแล้วคงต้องหามาดูสักทีนะคะ
สวัสดีจ้ะ กวง
เตรียมพร้อมกับการไปอัมพวาแล้วใช่ไหม กลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
เรื่องหนัง มายืมไปได้ถ้าสนใจ ยังมีเรื่องอื่นอีกตาม list ที่พี่ทวีสินให้มา แต่หนังใหม่ๆ ไม่ค่อยมี มันแพงด้วย ถ้าเป็นดีวีดีค่ะ