เวลาความดี เวลาแห่งชีวิต

          ในรอบปี  เรามีเวลาทำความดีน้อยมาก  เหตุเนื่องมาจากการแข่งกันเพื่อปากท้อง การดิ้นรนเพื่อการอยู่ดีกินดี ของตนเองและครอบครัว  ดังนั้น การทำดีของมนุษย์เราจึงต้องอาศัยเทศกาลหรือ  อาศัยวาระที่สำคัญๆ  ของชีวิตในรอบปี  จะเห็นว่าเวลาแห่งความดีแทบจะไม่มีช่องว่างให้เราได้เติมเต็มความดี  ใส่ต้นทุนแห่งบุญกุศลกับจิตใจเลย   ในแต่ละวัน นอกจากจะต้องแข่งกับความรู้สึกที่สับสน  ที่ฟุ้งกระจายไปกับภารกิจที่คอยจะเป็นนายให้เราต้องกระเสือกกระสนตามมันแล้ว  เราต้องเจียดเวลาไปทำความวุ่นวายกับอื่นๆ  อีก  เช่น  ต้องกล่าวถึงคนโน้นนิดหนึ่ง  ต้องเหน็บคนนี้หน่อย  ต้องแหนะแหนคนนั้นนิดหน่อย บางครั้งเราเองก็นั่นหละที่เป็นเป้าหมายให้คนอื่นเขาได้กล่าวถึง  ไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่ง  ไม่ดีก็ร้าย นี่คือกติกาของมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นสังคมกระมัง  สรุปว่า  แต่ละวันความดีของชีวิตมันเกิดขึ้นตอนไหน  ถ้าชีวิตเราทำดีโดยเอาวันเวลาเป็นเงื่อนไข  หรือใช้เทศกาลเป็นตัวกำหนดให้ทำดี  ชีวิตมนุษย์นี้ช่างมีดีน้อยจัง  เพราะวาระสำคัญในรอบปีมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับอายุขัยของมนุษย์ พุทธศาสนา  กล่าวถึงการทำดีและไม่ดีว่า  มีเจตนา (ความคิด) เป็นตัวกำหนด  ถ้าเป็นการทำดี กุศลเจตนาเป็นตัวกำหนด  ถ้าทำชั่วมีอกุศลเจตนาเป็นตัวกำหนด  ถ้าในแต่ละวันเราถูกครอบงำด้วยความวุ่นวาย หรือเรามีชีวิตที่ตกเป็นเมืองขึ้นของอารมณ์ที่หลากหลาย  หรือมีชีวิตที่เสียเอกราชให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป คิดดูชีวิตมันเป็นของคนอื่นจริงๆ   กุศลเจตนา มันเกิดยาก  เพราะถูกปากน้องแย่งเอาไปหมด  คนอื่นยึดครองหมด  ยกเว้นความดี  การใฝ่ดี ที่มีโอกาสน้อยเหลือเกิน ที่จะแทรกเข้ามาอยู่แทนที่         

         เข้าพรรษา  เป็นโอกาสของมนุษย์ที่จะเรียกความเป็นเอกราชแห่งความดีคืนมาได้บ้าง  ในระยะเวลาหนึ่ง  มีหลายคนใช้การเข้าพรรษา  มาเป็นเงื่อนไขในการพัฒนาตนให้รู้จักความดีความชั่ว  ด้วยการบวชเขาไปศึกษาพระธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า หลายคนใช้การเข้าพรรษา ขจัดความเป็นอกุศลของชีวิต  ที่ตนเองสะสมเป็นต้นทุนชีวิตเอาไว้  ให้เบาบางลง เช่น  ลดเหล้าเข้าพรรษา การรักษาศีล 8  หรือแม้แต่การกินเจ บางคนลดการด่า การนินทาผู้อื่น ก็มี   ดี ดีทั้งนั้นเป็นทางแห่งความดีและความสุขได้เช่นเดียวกัน           ในการบวชที่ผ่านมาหลายคนได้ศึกษา  โดยใช้เวลาอันน้อยนิดสร้างคุณค่าให้ชีวิตได้เป็นทิด (บัณฑิต)  ทางพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี  และดีกว่าพวกที่อวดอ้างตัวเป็นผู้ทรงพรต  แต่ไม่ได้รู้รสแห่งธรรม คนประเภทนี้มีมาก ทำให้ชีวิตไร้รสแห่งธรรม ก็คงไม่ต่างจากทัพพีที่ยากจะรู้รสแกง  เข้าพรรษาจึงเป็นเทศกาลแห่งความดี  ของทุกคนที่อยู่ในวัดและนอกวัด            เทศกาลเข้าพรรษา  เห็นการประชาสัมพันธ์  เรียกร้องให้ทุกคนทำดี  เพื่อแม่ก็มี  เพื่ออื่นๆ  สารพัด  ดูดี ถ้ามองเพียงเปลือกนอก  แต่อีกแง่หนึ่งที่น่าสนใจคือ  เป็นภาพสะท้อนว่าสังคมเรากำลังหน่ายความดี กำลังท้อในการที่จะทำดี  หรือ  กำลังหมดหวังกับการทำดี  จึงต้องใช้สื่อชักชวนให้ทุกคนมาทำความดีกัน เลยกลายเป็นว่า  ที่แล้วมา  ความดีเป็นเรื่องของคนแต่ละกลุ่มไป  เช่น คนสิ้นหวัง  คนผิดหวัง คนอกหัก  คนมีเคราะห์กรรม  คนคนเจ็บคนตาย  แต่คนที่อยู่ดีมีสุข ก็สุขจนลืมนึกถึงความดีไปเลย  แสดงว่าความดีที่เกิดกับสังคมเราเป็น  ความดีต่างทดแทน  ไม่ได้เป็นความดี เพราะเห็นว่าเป็นทุนของชีวิต  เป็นบันไดแห่งความสุข เป็นแผนที่นำพาเราไปสู่จุดหมายที่สุขอย่างแท้จริง   ที่เราให้ความสำคัญและทำมันได้ทุกโอกาส  ไม่เลือกเวลา  และสถาน            ถึงอย่างไรก็ตาม  เข้าพรรษาก็เป็นระยะเวลาแห่งความดี  ก็ขอให้ทุกท่านได้ทำและสะสม ในทุกโอกาส  อย่ารอเลย  เพราะไม่มีอะไร ไม่มีใครเขามารอเรา    วันนี้อาจเป็นต้นกล้าเพียงต้นเดียว หรือต้นเล็กๆ  วันหน้าจะเป็นไม้ใหญ่ที่ทรงกิ่งก้านสาขาเป็นที่พึ่งของเรา  และเป็นที่พึ่งของมวลสรรพสิ่ง  สาธุ  อนุโมทามิ...