..เมื่อวันก่อนทีมงานจากกลุ่มงานพยาธิวิทยา ได้ไปร่วมออกหน่วยตรวจกรองสารเสพติดกับทีมแพทย์ พยาบาล สถาบันธัญญารักษ์ ที่ จ.ปัตตานี ในโครงการ "ญาลันนันบารู" (ของ ปปส.ร่วมกับกองทัพภาค 4)เพื่อประเมินและคัดแยกผู้ติด/ผู้เสพยาเข้ารับการบำบัดหรือเข้าค่ายฟื้นฟูต่างๆ นั้น มีประเด็นที่ทีมงานกลับมาเล่าให้ฟังและข้าพเจ้าอยากบอกเล่าต่อเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่กัน/ ครับ...เรื่องมันมันมีอยู่ว่า...
....ในระหว่างที่ทีมงานเรากำลังตรวจกรองสารเสพติดอยู่นั้น ก็มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการฯ เดินเข้ามาถามว่า " หมอ หมอ ผมขอเปลี่ยนปัสสาวะ เมื่อกี้ผมฉี่ไม่ออก เลยขอของเพื่อนมาใส่...ตอนนี้ผมปวดฉี่แล้วจะขอเอาฉี่ของตัวเองครับ"..ทางเจ้าหน้าที่ก็เลยให้กระป๋องใบเดิมกลับไปเก็บฉี่ใหม่...
....นอกจากนี้..ก็มีทหารนายหนึ่งเดินมาบอกกับทีมงานเราว่าเห็นผู้เข้าร่วมโครงการฯ ผสมน้ำลงไปในกระป๋องปัสสาวะ...ทางทีมงานเลยต้องขอกำลังทหารให้ช่วยควบคุมการเก็บปัสสาวะอีกแรงหนึ่งด้วย.
...เมื่อผมถามทีมงานว่าไม่มีการควบคุมการเก็บปัสสาวะหรือ?(เพราะปกติทางทีมงานจะเข้มงวดมากในเรื่องนี้) ทางทีมก็ยอมรับว่าไม่มี..เพราะแค่ตรวจอย่างเดียวเราก็ไม่ทันแล้ว..ต้องทานข้าวเที่ยงช้ากว่าคนอื่นๆ แล้ว ...พอเจอปัญหาจึงขอกำลังทหารเข้าช่วยควบคุมการเก็บปัสสาวะด้วย..ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี
...เมื่อผมถามทีมงานเราว่า...รายที่เก็บปัสสาวะใหม่นั้นผลตรวจกรองเป็นอย่างไร? ทีมงานคนหนึ่งบอกว่าจำไม่ได้เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมโครงการฯเป็นจำนวนมาก(แต่อีกท่านบอกว่าน่าจะบวกนะเพราะรายนี้มีอาการเมาๆด้วยและรู้สึกว่าถูกส่งเข้าค่ายบำบัดด้วย)..สรุปคือยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่าผลตรวจกรองเป็นอย่างไร?
...เมื่อผมถามทีมงานว่าแล้วทำไมเราไม่ให้กระป๋องเก็บปัสสาวะใบใหม่เลย..จะได้เปรียบเทียบได้ว่า 2 กระป๋องนี้ผลตรวจแตกต่างกันหรือไม่? ทางทีมงานท่านหนึ่งบอกว่าตอนนั้นคิดไม่ทันเพราะงานเยอะมาก...(เนื่องจากเราออกตรวจกรองสารเสพติด 3 ชนิดต่อหนึ่งราย และมีผู้เข้าร่วมฯ ประมาณ 156 คน ดังนั้นรวมการตรวจทั้งหมด 468 การทดสอบ และทีมงานเรามีเพียง 3 คน ซึ่งถือว่างานหนักพอควรเพราะต้องตรวจให้เสร็จในเวลาที่จำกัดด้วย..จึงน่าเห็นใจทีมงานเรามาก)
...นี่แหล่ะครับคือสิ่งที่ผมอยากแบ่งปัน...เพราะเรื่องการตรวจสารเสพติดนี่..กระบวนการแรกที่เราต้องให้ความสำคัญก่อนเลยก็คือการเก็บปัสสาวะ(เพื่อป้องกันการประพฤติผิดต่อการเก็บปัสสาวะโดยมุ่งหวังจะบิดเบือนข้อเท็จจริง)...ดังนั้นบทเรียนครั้งนี้สิ่งที่เราควรทบทวนก็คือ
1.ระบบการควบคุมการเก็บปัสสาวะ...เมื่อมีการออกหน่วยนอกสถานที่(เพื่อไม่ให้มีการ "ลักไก่" กันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่มี "ไก่" เยอะมากเสียด้วยสิ/..)
2.แนวทางการแก้ไขเมื่อพบการประพฤติผิดต่อการเก็บปัสสาวะในรูปแบบต่างๆ เช่น เมื่อพบว่ามีการปลอมปนน้ำหรือสารบางอย่างลงไป หรือ เมื่อพบว่ามีการขอเก็บปัสสาวะใหม่ ซึ่งควรให้กระป๋องใบใหม่เลย(เพื่อนำผลตรวจมาเปรียบเทียบกันได้) และควรมีการรายงานให้หัวหน้าชุดออกหน่วยทราบทันที นอกจากนี้ควรมีบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์นั้นไว้ด้วยเพื่อใช้ในการทบทวนระบบต่อไป
3.การสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ถูกตรวจที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพื่อให้พวกเขาได้ทราบและตระหนักว่าไม่ควรแลกเปลี่ยนปัสสาวะหรือใช้ปัสสาวะของผู้อื่นส่งตรวจแทนปัสสาวะตนเอง เพราะอาจเกิดปัญหาตามมาได้หากเจ้าของปัสสาวะคนนั้นเป็นผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด.