วันนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานเทศบาลบันนังสตาในช่วงเวลาสั้นๆ ครับ ผมนำประเด็นขององค์การแห่งการเรียนรู้ไปนั่งคุยกัน (ขออภัย ผมยืน ส่วนผู้ฟังนั่ง) ผมได้นำเสนออย่างกระทัดรัดแก่ทีมงานเทศบาลครับ เนื่องจากเหลือเวลาสำหรับการคุยเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ผมเริ่มจากการนำเสนอคำที่คนในวงราชการน่าจะคุ้นเคยดีแล้ว คือ คำว่า "องค์การแห่งการเรียนรู้" คำที่เริ่มได้ยินกันบ่อย จนน่ากลัวจะกลายเป็นเรื่องชินชาไปในที่สุด (เท่าที่ผ่านมาก็พอจะบอกได้ว่า ทฤษฏีหรือวิธีการอะไรดังๆ ในโลกนี้ ต่างก็มาดับ ณ ประเทศไทยนี้แหละ) ว่า มันคืออะไร ความหมายที่ผมได้ให้ไว้เป็นลักษณะคำถามครับ ซึ่งมีดังนี้
- ในการทำงานคุณเคยเจอปัญหาไหม และคุณแก้ปัญหานั้นอย่างไร
- คุณเคยเห็นเพื่อนร่วมงานของคุณมีปัญหาในการทำงานไหม และเคยไหมที่ปัญหาที่เพื่อนร่วมงานของคุณเจอนั้นเป็นปัญหาเดียวกันกับปัญหาของคุณ
- คุณคิดว่า คุณกับหน่วยงานของคุณมีความสัมพันธ์กันอย่างไร (ผมมีตัวเลือกให้ครับ)
- ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีที่มั่นคงกว่านี้
- อยู่ที่นี้แหละ จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง
- ที่นี้คือ บันไดสำหรับก้าวไปยังอีกขึ้นหนึ่ง
- ตัวเลือกสุดท้ายคือ ไม่รู้เหมือนกัน
- คุณคิดว่า อีกสิบปีข้างหน้าหน่วยงานของคุณจะเป็นอย่างไร
แล้วผมก็ได้ยกพระวัจนของท่านศาสนฑูต (ซ.ล) ที่กล่าวไว้ว่า "มุสลิมจะต้องไม่โดนอยู่กัดซ้ำสองในรูเดิม" และคำพูดของซอฮาบะห์ที่กล่าวว่า "ถ้ามุสลิมทำวันนี้ของเขาได้เท่ากับเมื่อวาน เขาช่างโง่เขลานั้น"มาปิดท้าย
ซึ่งข้อสรุปของคำถามเหล่านี้น่าจะทำให้คำว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ คืออะไร?
ร้อยทั้งร้อยครับ คนทำงานต้องเคยเจอกับปัญหา และใช้ความพยายามในการแก้ไขมัน การแก้ไขปัญหาทั้งหมดก็ด้วยความรู้ ดังนั้นเมื่อไรแก้ไขปัญหาได้ปัญหาหนึ่ง ก็น่าจะหมายถึง เราเกิดความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแล้ว แต่ประเด็นที่แย่คือ
- เราต้องแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา คือ เมื่อแก้ปัญหาหนึ่งได้ ก็ต้องแก้ปัญหาต่อๆ ไปอีก ซึ่งประเด็นนี้ จึงมีคำพูดที่ว่า "ปัญหาของวันนี้ก็คือผลของการพัฒนาเมื่อในอดีต"
- ทำไมเราไม่สามารถมององค์กรของเราให้ได้อย่างเป็นองค์รวม เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนขึ้น
- เราทุกคนในองค์กรมักจะผุดความคิดต่อไปนี้ออกมาเสมอคือ "ทำไปก็แค่นั่นแหละ เทศบาลเราคงไปไหนไม่ได้ไกลหรอก"
- แล้วตกลงเธอกับฉันในองค์กรเดียวกันเดินไปในทางเดียวกันหรือเปล่า
- ฉันไม่รู้เลยว่าเธอมีความหวังอะไร และมันเป็นความหวังเดียวกันหรือเปล่า
- เราไม่ค่อยได้แบ่งบันความรู้นั้นกับเพื่อนร่วมงานของเรา
- เธอรู้อะไร เธอบอกกันบ้างได้มัย ฉันก็มีเรื่องเยอะแยะจะบอกเธอ
การแก้ไขปัญหาต้องใช้ปัญญาความรู้ครับ แต่ต้องมานั่งคุยกันว่า ความรู้อยู่ที่ไหน ใครตอบได้บ้าง ระหว่างนักวิชาการอย่างผม กับคนปฏิบัติอย่างที่นั่งฟังกันอยู่ที่นี่ใครรู้เรื่องการทำงานในเทศบาลดีกว่ากัน
แล้วเราจัดการอย่างไรกับความรู้ที่ดูเหมือนว่ามันอยู่ที่ปลายจมูกของเรา