ก่อนอื่นมาทราบความหมายของ   Knowledge  Sharing กันก่อนดังนี้

  Sharing  คือ การสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคคล ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการเช่น การพุดคุยกับเพื่อนพนักงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะสามารถสื่อความรู้และประสบการณ์ที่แฝงอยู่ภายในตัวบุคคล ( Tacit )

จะขอยกตัวอย่างจากการทำงานในบริษัทของผมให้เป็นตัวอย่าง ที่เกี่ยวกับการ sharing ดังนี้ฝ่ายการตลาดรับงานจากลูกค้าแล้วทำกการเสนอราคา โดยก่อนการเสนอราคา  ฝ่ายประเมินต้องประมาณราคาก่อน  แต่มีบางงานที่เป้นงานใหม่ๆ  จำเป็นต้องมีการประชุมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่นฝ่ายผลิต ฝ่ายออกแบบ  เพื่อให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน  เนื่องจากการแลกเปลี่ยนความรู้มีประโยชน์   โดยแต่ละคนสามารถนำความรูที่ตัวเองมีออกมานำเสนอ ซึ่งฝ่ายประเมินราคาก็จะสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการเสนอราคา   ในส่วนของการทำงานเพื่อการเลือก วัสดุที่เหมาะสม  ทุนที่ต่ำ รวมถึงการส่งมอบที่มีประสิทธิภาพที่จะตามมา 

            ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ  knowledge tranfer คือการสื่อสารที่ชัดเจนจากฝ่ายประเมินราคาจะใช้รูปแบของการพูดคุยโดยวาจา  การเขียนแบบร่างของงาน และการใช้แบบงาน ในการส่งผ่านข้อมูลให้กับฝ่ายต่างๆ ที่เกียวข้อง   โดยผลการถ่ายทอดข้อมูลจะถูกยืนยันความถูกต้องด้วยการ ยืนยันความมั่นใจจากการสรุปแผนงานในแต่ละงานเช่นรูปแบบของแผนการทำงาน หรือ chart    และมีการสรุปส่งให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายหลังมีการประชุม เป็นต้น

         ในการทำงานใดๆ เราไม่สามารถแยกความสัมพันธ์ระหว่าง     knowledge tranfer & knowlede sharingจากกันได้  เนื่องจากการ Sharing จำเป็นต้องมีการ tranfer ที่มีประสิทธฺภาพและถูกต้องร่วมด้วยเสมอ       หากมีการ tranfer และ sharing ที่ไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์แล้วก็อาจจะก็ให้เกิดปัญหาที่จะตามมาดังนี้

   1  เกิดความขัดแย้งด้านความคิด

   2  ขาดการร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเนื่องจากมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน

   3  คนที่มีความรู้ไม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่  ความคิดสร้างสรรค์จะมีน้อย

   4  เกิดการไม่พยายามที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ถ้าเขาไม่สามารถที่จะถ่ายทอดและร่วมแบ่งปันให้กับคนอื่นได้

     สำหรับผู้บริหารเองก็มีปัญหาด้าน knowledge tranfer & knowlede sharing  ได้เช่นเดียวหากการประกาศนโยบายที่ไม่ชัดเจนหรือใช้ภาษาทางวิชาการมากเกินไป  เนื่องจากพนักงานในองค์การมีหลายระดับ  ดังนั้นการรับรู้และการแสดงความคิดเห็นในเรื่องจึงต้องกระทำอย่างเหมาะสม  ดังนั้นการที่จะตรวจสอบว่าพนักงานมีความเข้าใจถูกต้องหรือไม่สามารถทำได้หลายวิธีเช่น  การพูกคุยอย่างไมเป็นทางการ การจัดกิจกรรมให้พนักงานมีส่วนร่วม การอบรม  สัมมนา  และการจัดกิจกรรมคุณภาพเช่น  QCC , 5 ส , tpm,kaizen , เป็นต้น

กิจกรรมดังกล่าวล้วนเป็นการส่งเสริมให้พนักงานมีการทำ knowledge tranfer & knowlede sharing และผลที่เกิดขึ้นก็จะมีกับพนักงานระดับล่างอย่างแท้จริง สุดท้ายก็จะทำให้องค์กรมีความเข้มแข็งด้าน knowledge อย่างแท้จริง