กลางปีแล้ว ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน อยากไปเติมพลังให้กับตนเอง

ตอนเป็นวัยรุ่น โลกช่างสนุกสนานร่าเริง อยากจะไปไหนก็ไป แต่พอโตขึ้นภาระรายจ่ายอะไรก็มีมากขึ้นจิปาถะ หรือว่าเศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลงไปมาก จนทำให้ทุกวันนี้ คนชอบไปอย่างเราเลยไม่ค่อยได้ตะลอนทัวร์ แบตเตอรี่ประจำตัวก็ชักเสื่อม วอร์มเครื่องแล้วไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าเบื่อไปหมด...นั่นอาจจะหมายถึงเวลาว่า เราคงต้องพาหัวใจและร่างกายของเราไปปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ที่ไหนดีหล่ะ

ที่จะไม่เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก

แม่ฮ่องสอน วังเวียง(ลาว) เกาะช้าง เกาะเสม็ด (เราอยากไปเกาะกูด หรือเกาะมัน) สรุปลงตัวว่าคงเป็นกาญจนบุรี

แล้วเมื่อไหร่หล่ะ เผื่อจะมีพลพรรครักเอยไปด้วย

คำตอบสุดท้าย...เมื่อมีเงิน (แล้วเมื่อไหร่หล่ะ)

เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ก็เพราะว่า ตอนนี้เราเอารถไปศูนย์เพราะรถถึงรอบต้องเปลี่ยนอะหลั่ย ม่ายรู้ว่าจาหมดเยอะเท่าไหร่ ตุลาคมเรามีแผนไปเวียดนามกับที่บ้าน ก็คงหมดเยอะพอสมควร ปลายปีต่อทะเบียนรถ และจ่ายประกันชีวิต ช่วงนี้ก็เก็บเงินกันหัวโตไปก่อน...

เพื่อนๆ พร้อมแล้วไปเลยนะ...ไม่ต้องรอคนจน...แต่อย่าลืมเอาหนมมาฝากด้วย

แวะไปชมเว็บไซต์มาพอเป็นกะสายไม่ให้เพ้อเจ้อไปมากกว่านี้ ขอเก็บข้อมูลไว้สำหรับการเดินทางที่กำลังจาเกิดขึ้นก่อนนะ

ทบทวนความหลังวัยเด็กและประวัติศาสตร์ชาติไทยและพันธมิตร ด้วยการแวะชมสุสานพันธมิตรดอนรักและพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า อยากไปสังขละบุรีด้วย ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองถึง 230 d,. ใชเวลาเดินทางก็คงประมาณ 3 ชม. ไม่นับการแวะเรื่อยๆ เอื่อย อีกนะ เพราะว่าระหว่างทางไปอำเภอสังขละบุรีก็จะเห็นทิวทัศน์ภูเขาไม่ต่างจากเมืองเหนือ และเห็นทัศนียภาพของทะเลสาบอยู่เบื้องล่างมีความงดงามมาก อำเภอสังขละบุรีอยู่ติดชายแดนพม่า ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้ ก่อนอาหารมื้อเย็นไปเรียกน้ำย่อยโดยการชมอาทิตย์อัสดงเหนือลำห้วยสามประสบ (ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกัน) ที่ สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่มีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หากมีเวลาจาขอตื่นเช้าหน่อยแวะไปกินอะไรง่ายๆ ที่ตลาดสดกัน คงได้เปลี่ยนบรรายกาศและซึมซับความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวสังขละ แล้วหาทางไป ล่องเรือชมเมืองใต้น้ำ ซึ่งเป็นตัวเมืองสังขละฯเก่าที่จมลงอยู่ใต้ทะเลสาบที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม เมื่อ พ.ศ.2527 และชาวบ้านก็ช่วยกันอพยพเมืองขึ้นไปสร้างบนที่สูง ถ้ามาช่วงน้ำน้อยประมาณเดือน กุมพาพันธ์-เมษายน ก็จะสามารถจอดเรือลงไปชมล่องรอยอันงดงามของโบสถ์เก่าของวัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตตมะ) หรือถ้ามาในช่วงน้ำมากก็จะเห็นเจดีย์ลอยอยู่กลางน้ำ จะได้เสพย์ทัศนียภาพที่ต่างกันไป นอกจากอดีตของเมืองแล้ว ยังได้เห็นวิถีประมงแห่งปัจจุบันด้วย หลังจากได้ชมวัดวังก์วิเวการามที่เก่าแล้ว ขึ้นบกชมวัดที่ใหม่กันต่อ ที่วัดแห่งใหม่นี้เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์แบบพุทธคยาซึ่งมีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา หากมีเวลาพอคงขอแวะเยี่ยมแกที่ใช้การถ่ายภาพยนตร์เรื่องสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่ายทหาร</p>

ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.tourthai.com/province/kanchanaburi/attraction.php

ใครมีข้อมูลดีดี...รบกวนขอหน่อยนะคะ,,โดยเฉพาะบ้านป้าแหม่ม (ป้าเกรน) ซึ่งเป็นที่พักแบบโฮมเสตย์โดยปรับปรุงจากเหมืองเก่าในปิล็อกหนะค่ะ เคยเห็นในการรายการคนค้นคน เมื่อปีที่แล้ว...ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

</span>