ความผอมไม่ได้เป็นหลักประกันสุขภาพที่ดี ความฟิต(ความแข็งแรงจากการออกกำลัง)มีแนวโน้มจะเป็นหลักประกันสุขภาพที่ดีกว่าความผอม...

<p>พวกเราอาจจะคิดว่า ต้องผอมก่อนจึงจะมีสุขภาพดี ข่าวดีคือ คนอ้วนฟิตอาจจะมีความเสี่ยงโรคหัวใจ และเบาหวานน้อยกว่าคนที่ผอมแต่ไม่ฟิตได้ครับ...</p>

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไขมันรอบพุง (abdominal fat) มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน และเบาหวานชัดเจนมากกว่าดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI)

ค่าดัชนีมวลกายปกติในคนไทยคือ 18.5-22.9 ถ้าเกิน 22.9 ถือว่า เริ่มอ้วนแล้ว

ดัชนีมวลกายคิดจากการนำค่าน้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง คนอ้วน-เตี้ยมีแนวโน้มจะมีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่าคนผอม-สูง

การมีไขมันรอบพุงหรือโรคอ้วนลงพุงร่วมกับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน และเบาหวาน

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์นายแพทย์ ฌอง-ปิแอร์ เดส์เปรส์ แห่งศูนย์วิจัยโรงพยาบาลลาเวล รัฐควิเบค แคนาดา ทำการศึกษาผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ในผู้ชายที่มีสุขภาพดี 169 คน

ผลการศึกษาพบว่า คนที่มีระดับความแข็งแรงของระบบหัวใจ-ปอด (cardiorespiratory fitness) สูงจะมีไขมันในช่องท้อง หรือไขมันรอบพุงน้อยกว่าคนที่ระดับความแข็งแรงของระบบหัวใจ-ปอดต่ำ

ความแข็งแรงของระบบหัวใจ-ปอดนิยมวัดจากความสามารถในการออกกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต่อเนื่องนานพอสมควร เช่น วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) เดินเร็ว จักรยาน ว่ายน้ำ กระโดดเชือก ฯลฯ

สรุปง่ายๆ คือ

  • คนที่เดินเร็วได้ไกลหน่อยมีแนวโน้มจะมีความแข็งแรงของระบบหัวใจ-ปอดสูงกว่าคนที่เดินเร็วไปได้ไม่ไกล หรือเดินได้แต่ต้องเดินช้าๆ

อาจารย์เดส์เปรส์พบว่า

  • คนเราไม่ว่าจะอ้วนหรือผอม... ถ้าออกกำลังเป็นประจำแล้ว จะมีไขมันรอบพุงหรือไขมันรอบเอวต่ำกว่าคนที่ไม่ค่อยออกกำลัง
  • คนที่ผอม... ถ้าไม่ออกกำลังเป็นประจำ จะมีไขมันรอบพุงเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคนอ้วนได้
  • คนเราจึงควรออกกำลังเป็นประจำไม่ว่าจะอ้วนหรือผอม เพื่อป้องกันกลุ่มอาการอ้วนลงพุง หรือกลุ่มอาการเมทาโบลิค (metabolic) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ และอัมพาต

ตอนนี้อาจารย์เดส์เปรส์กำลังทำการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการออกกำลังกายและกลุ่มอาการอ้วนลงพุงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

วิธีที่จะทำให้ระบบหัวใจ-ปอดแข็งแรงได้แก่

  1. ไม่สูบบุหรี่ > บุหรี่ทำให้ปอด และเส้นเลือดเสื่อมสภาพเร็วเกินวัย หรือกล่าวง่ายๆ คือ ทำให้แก่เร็ว
  2. ไม่หายใจควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบ เช่น ไม่เข้าไปในห้องปรับอากาศที่คนอื่นสูบบุหรี่ ฯลฯ
  3. ออกกำลังแบบแอโรบิค ซึ่งใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ 30 นาทีขึ้นไปทุกวัน เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ
  4. ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์ ล้างรถ ซักผ้า ล้างจาน ถูพื้น เดินไปกลับที่ทำงานหรือโรงเรียน ขี่จักรยานแทนการใช้รถ ฯลฯ
  5. ถ้ามีเวลาจำกัด > จะแบ่งการออกกำลังเป็นช่วงๆ เช่น ช่วงละ 10-20 นาที ฯลฯ ก็ได้ แต่ควรรวมเวลากันให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที
  6. ถ้าเครียดง่าย นอนไม่ค่อยหลับหรือนอนหลับยาก อ้วน ดัชนีมวลกายสูง (เกิน 23.5) หรืออ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวผู้ชายมากกว่า 90 เซนติเมตร / ผู้หญิงมากกว่า 80 เซนติเมตร) ควรเพิ่มการออกกำลังเป็นอย่างน้อยวันละ 60 นาที
  7. ถ้าอายุน้อยกว่า 25 ปี ควรออกกำลังอย่างน้อยวันละ 60 นาที เนื่องจากเป็นวัยที่แข็งแรงมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ และการออกกำลังในวัยนี้ช่วยป้องกันโรคกระดูกโปร่งบางได้ดีมากเป็นพิเศษ
  8. เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท เพิ่มผัก ถั่ว และผลไม้ที่ไม่หวานจัด ลดการกินแป้ง-น้ำตาลให้น้อยลง เพื่อป้องกันกลุ่มอาการอ้วนลงพุง(เมทาโบลิค)

อย่าลืมว่า ความผอมไม่ได้เป็นหลักประกันสุขภาพที่ดี ความฟิต(ความแข็งแรงจากการออกกำลัง)มีแนวโน้มจะเป็นหลักประกันสุขภาพที่ดีกว่าความผอม...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และมีโอกาสออกกำลังเป็นประจำครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • เนื่องจากผู้เขียนมีภาระงานมากเกิน อินเตอร์เน็ตที่อาศัยโรงพยาบาลใช้อยู่ช้ามาก จำเป็นต้องปิดส่วนความคิดเห็นในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และงดตอบปัญหาไปพลางก่อน...

ขอแนะนำ...                                                    

  • แนะนำให้อ่านเรื่อง > "ป้องกันกลุ่มอาการอ้วนลงพุง+เมทาโบลิค (metabolic syndrome)" (เป็นชุดบทความ มีทั้งหมด 9 ตอน)
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "ลดความอ้วน"
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "อ้วนลงพุง"
  • [ Click - Click ]
  • ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
  • http://gotoknow.org/blog/talk2u

    แหล่งที่มา:                                      

  • Many thanks to Reuters > Anne Harding > Fitness means less belly fat at any weight > [ Click ] > July 24, 2007. // source: Archives of the internal medicine. July 23, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 25 กรกฎาคม 2550.

</font></span></span></span></span></span></span>