ผู้นำที่ต้องการทำงานอย่างมีความสุข

>>>วันนี้นำเอาสิ่งที่ได้จากการฝึกอบรมคลื่นลูกใหม่ของกรมส่งเสริมการเกษตรมาแบ่งปันครับ ความคิดสำหรับผู้นำที่ต้องการทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ โดยวิยากรท่านอาจารย์รัศมี  ธันยธร

>>>การเป็นผู้นำที่จะทำให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน นั้น ประกอบด้วยปัจจัยดังนี้             

>>>1. ความรู้
          ความรู้ เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องมี แต่สามารถหาความรู้จากแหล่งต่างๆ ได้ตลอดเวลา
>>>2. ความคิด
                   ในตัวคนเรามีกล่องความคิดเรื่องต่าง ๆ ที่จะนำออกมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในเวลาที่เจอสถานการณ์ที่ต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามการที่ความคิดที่ฝังแน่น และมีการกระทำซ้ำ ๆ กัน ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นอัตโนมัติ เคยปฏิบัติอย่างไร ก็ทำเช่นนั้น โดยไม่ได้วิเคราะห์ว่าสิ่งที่ทำถูก-ผิด เหมาะสม ไม่เหมาะสมอย่างไร เหมือนกับคำพูดที่ว่า ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดผลเสียต่อบุคคลนั้น ๆ ดังนี้

>>>3.  คน <h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          การที่คนเราจะประสบความสำเร็จนอกจากขึ้นอยู่กับความรู้  ความคิดแล้วยังอยู่ที่บุคคลนั้นและความคิดของบุคคลต่อผู้อื่นอีกด้วย </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          คนเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มมองและเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน มีผู้กล่าวว่าธรรมชาติของคนเรามีส่วนดีร้อยละ 95 และมีส่วนไม่ดีเพียง ร้อยละ 5 เท่านั้น แต่คนเราจะมองเห็น คิดในส่วนที่ไม่ดี (Negative Thinking) เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจาก</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          1.  ติดกับ นิวรณ์ 5”</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  อารมณ์เป็นใหญ่ โดยไม่ได้คิดถึงเหตุ และผล</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  ไม่พอใจ  โกรธ  โมโห</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  ขี้เกียจ  ง่วงเหงา  ซึม  ท้อ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  กังวล  คิดมาก  ฟุ้งซ่าน</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  สงสัย  ลังเล  ไม่เชื่อ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">         </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          2.  คิดถึงแต่ข้อเสียของตนเอง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  ไม่พอใจตนเอง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  ตำหนิ ติเตียนตนเอง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  ดูถูกตนเอง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  สงสารตนเอง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  มีความกังวล  </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   -  มีความกลัว</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">           การปฏิบัติง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนความคิดในเชิงลบ (Negative Thinking) เป็นความคิดในด้านที่ดี (Positive Thinking) เริ่มต้นจาก หยุดคิด ð ให้อภัยเขา ð ให้อภัยเรา ðอวยพร  เมื่อคนเรามีจิตใจที่ดี ทำให้การปฏิบัติดี และเกิดความคิดในเชิงสร้างสรรค์ (Creative)  ความคิดที่ดีที่สุดคือ คิดแบบ “Cresitive” (Creative + Positive Thinking ) </h6><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table>                   <p> </p>