เป็นงานที่คนเล่ามีชิวิตชีวา และมีความสุขในการทำงานมาก

 ทีมอุดรธานี นำโดย

คุณหมอ ยุ้ย พญ วนิดา ฉัตรชมชื่น  

ได้เริ่มยาต้านไวรัสในเด็ก ตั้งแต่ปี 2546 ตอนนี้มีผู้ป่วยเด็กที่เริ่มยา และดูแลต่อเนื่องอยู่ 152  ราย

ทีมอุดรได้ทำโครงการเพื่อขยายการดูแลเด็ก ออกไปรพช ทุกโรง   18 โรง    โดยสำนักโรคเอดส์ฯ(BATS)   ศูนย์ ความร่วมมือไทยสหรัฐ ด้านเอดส์ (TUC)และทีมจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เป็นผู้สนับสนุน

เริ่มด้วยพัฒนารพศ อุดรธานี ทีมไปเรียนรู้งานจากจังหวัดเชียงราย แล้วนำมาปรับปรุง ให้เป็นตัวอย่างต้นแบบของการดูแลและเป็นที่ปรึกษา แล้วขยายต่อในจังหวัดอุดร(รายละเอียดเดิม ที่  นี่ และ นี่ และ นี่ ) โดยทำการ  ถ่ายทอดความรู้ฝังลึก แลกเปลี่ยน เรียนรู้กัน ในระหว่าง โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน และเครือข่ายผู้ติดเชื้อ  ศูนย์องค์รวม ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งดำเนินการมา 5 เดือนแล้ว

ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของโครงการ เราจัดประชุมใหญ่ 2 วัน24 -25 กค 2550 เชิญ แพทย์ เภสัชกร พยาบาลจาก 18  โรงพยาบาลชุมชนมาคุยกัน 

   วันนี้ 24 กค 50 เราเริ่มด้วยการเรียนรู้จากฟังเรื่องเล่าการทำงานของทีมเชียงราย ในครึ่งวันเช้า

 

ทีมเชียงราย เริ่มเรื่องเล่าด้วยหมอ รวิวรรณ ปูพื้นเรื่องทฤษฎีของการให้ยาต้านไวรัสในเด็ก ถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องจริงจัง ทำไมต้องกินยาให้ถูกต้องถูกเวลา ทำไมผิดพลาดไม่ได้ การวิจัยที่ทำมาในอดีตและนำมาใช้ปัจจุบัน และ การให้ยาต้านไวรัส ผลลัพธ์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นที่เชียงราย

ตามด้วยป้ายิ้มและป้าตู่ คุยให้ผู้ฟังเรื่องการขยายงาน ไปสู่โรงพยาบาลชุมชน 16 โรงของเชียงราย การนิเทศงาน การดูแลและเชื่อมต่อการดูแลรักษากับโรงพยาบาลชุมชนปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น 

 คุณ อ้อย Access คุยเรื่องการเยี่ยมบ้าน การเตรียมความพร้อม กิจกรรมศิลปะที่ทำกับเด็ก การดูแลทางด้านปัญหาสังคม

 

ท้ายสุดน้องกิ๊บพยาบาลจาก รพชุมชน พาน เล่าผลลัพธ์ที่โรงพยาบาลพานรับผู้ป่วย จากรพศูนย์เชียงรายไปดูแลต่อ ให้ที่ประชุมฟังว่า ทีมรพ พานเริ่มจากรับเด็ก 9 คนแรก และรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เป็น 21 ราย ทำได้ เพราะอะไร เจอปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง และแก้ไขอย่างไร

ระหว่างภาคเช้า  ผู้ฟังประมาณ 50 คนได้ช่วยกันจับประเด็น ที่ชอบ ที่เกินคาด และอาจนำไปใช้ได้ทันที

ผู้ฟังทุกคน แนะนำตัว และช่วยกันจับประเด็นที่ชอบจากเชียงรายได้ดังนี้

ประเด็นที่มีคนชอบมาก มีการกล่าวซ้ำๆ กัน มี 9 ประเด็นคือ

การอบรมเตรียมความพร้อม ชอบ11 คน

การ DOT โดยผู้ดูแล ชอบ 5 คน

เทคนิก การใช้นาฬิกาปลุก ที่หานาฬิกาให้ ชอบ 4 คน

การดูแลเด็กแบบ องค์รวม ชอบ 2 คน

 ระบบ Adherence ของเชียงรายทั้งหมดชอบ 2  คน

การรายงานผลลัพธ์ การรักษา ดู ,% Adherence CD4, Viral load หลังรักษาของเชียงราย   เห็นผลลัพธ์การทำงานที่ ที่ดีขึ้นชัดเจนชอบ 2 คน

ค่ายเด็ก การทำค่าย ของเชียงราย ชอบ 2 คน

การเอาผู้ดูแลมามีส่วนร่วมในการรักษา ชอบ2คน

ชอบทุกขั้นตอน แรกรับ จนถึงการจ่ายยา 2 คน

และ

วิธีแบ่งผู้ป่วยเป็น3-4 กลุ่มเพื่อฝึกปฏิบัติจัดยา

การฝึกจัดยา 1 อาทิตย์ ก่อนกลับบ้าน

ทึ่งมากในการจัดยาให้รายที่มีปัญหาเป็นซองๆ ตลอดทั้งเดือน

 ฟังแล้วมีกำลังใจ ที่ทำเองมีหลายๆอย่างเหมือนกัน ที่น่าสนใจคือ จะจัดให้ผู้ดูแลเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดยาให้เด็กมากกว่านี้

ฟังแล้วท้าทายมาก ในการดูแล adherence ทั้งที่คนทำงานน้อย จะเอาเทคนิกที่ได้ไปทำเพิ่ม

ชอบยอดผู้ป่วยในที่ลดลงชัดเจนเมื่อเริ่มยา ARV

ประทับใจความใส่ใจ ของทีมที่ลงไปถึงชุมชน

ชอบผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง

ชอบการเข้ากลุ่มและเยี่ยมบ้าน 

 ชอบความละเอียดอ่อนของการส่ง รับผู้ป่วยระหว่าง รพศ และรพช 

 ชอบการทำงานสหวิชาชีพ ให้ความสำคัญกับกับเด็ก

ชอบการทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

ชอบยุทธวิธี

ชอบระบบการเริ่มยา

เป็นเทคนิคการแพทย์ค่ะ ชอบที่ทีมทำด้วยใจ ชอบความมุ่งมั่น ความตั้งใจ

 ชอบหน้าตาและท่าทีทีมเชียงรายขณะ เล่า เป็นงานที่คนเล่ามีชิวิตชีวา และมีความสุขในการทำงานมาก

ตอนบ่ายเป็นเรื่องเล่าจากโรงพยาบาลทุกโรงในจังหวัด อุดรธานี 

ในตอนสุดท้ายของวันแรก

 ทีมผู้จัด รพ อุดร TUC BATS และรพเชียงรายฯ เรานั่งลงล้อมวงกันทำ AAR เต็มรูปแบบ ของวันนี้

เพื่อเพิ่มเติมส่วนขาดในวันพรุ่งนี้ และการดำเนินงานต่อไป

สิ่งที่เกินความคาดหมายของวันนี้

รพ เพ็ญ พัฒนาไปมาก 2 มีระบบ ใส่ใจ มีการบริหารที่มีงบประมาณชัดเจน

<h6 class="O"> <h6>•</h6>รพชุมชน พร้อมในการรับต่อผู้ป่วยมาก กว่าที่คาดไว้ </h6><h6 class="O"> <h6>•</h6>เคยมีประสบการณ์ แล้ว 8 ใน 9 โรงที่จะเริ่มรับยาต้าน  รพช.มีการเสนองานได้ชัดเจนจำนวนผู้เข้าประชุมน้อยกว่าคาดโดยเฉพาะแพทย์มาน้อย </h6><h6 class="O"> มีศอรที่สมบูรณ์ 4 แห่งแต่มีอาสาสมัครทุกรพ18 โรง </h6><div class="O"></div><div class="O"></div><div class="O"></div><div class="O">สิ่งที่ต่ำกว่าความคาดหมาย</div><div class="O"></div><h6 class="O"> ไม่มีศอร.เข้าประชุม </h6><h6 class="O"> <h6>•</h6>ช่วงบ่ายคนหาย </h6><h6 class="O"> <h6>•</h6>การซักถามกับวิทยากรน้อยไป </h6><h6 class="O"> <h6>•</h6>การเตรียมการนำเสนอของรพศน้อยไปผู้ปฏิบัติงานบางคนไม่ได้เล่างานที่ทำ </h6><div class="O"> </div><p>สิ่งที่จะทำต่อไป</p><h6> เชิญกลุ่มเครือข่ายและ NGOเข้าร่วมประชุมครั้งต่อไป </h6><h6> <h6>•</h6>เชิญรพ.หนองหาน เข้าร่วมโครงการเป็น รพ.ที่ 10 เพราะมีความพร้อมมาก </h6><h6> <h6>•</h6>ปลายเดือนส.ค. TUC  จะจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ </h6><h6> <h6>•</h6>รพศ จะเริ่มส่งคนไข้กลับรพช ก.ย-ต.ค 2550 </h6><h6> <h6>•</h6>ประเมินว่าพี่เลี้ยงในรพช.มีทัศนคติกับ ศอร อย่างไร </h6><h6> <h6>•</h6>จัดทีมดูแลจากรพช. มาดูงาน จนครบ 9ทีม </h6><h6></h6><p></p><p>จบวันที่ 1 ภาพนี้ ขณะรอรถกลับโรงแรม ที่ข้างตีกฉุกเฉิน  รพ อุดรธานีค่ะ</p><p></p><p> </p><p>ในวันที่ 2 ของการอบรม  25 กค 2550 </p><p>อ ภพ โกศลารักษ์ มาบรรยายเรื่องการป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก และ การดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อ HIV </p><p> </p><p></p><p> </p><p> </p><p> คุณ ธนันดา  คุณวรวรรณ และ อ พญ รังสิมา จาก ศูนย์ ความร่วมมือไทยสหรัฐ ด้านเอดส์  (TUC) ก็มาร่วมประชุมด้วยค่ะ</p><p></p>