เรียนอ.รวิวรรณ
เมื่อวานได้ไปร่วมประชุมกับทีมอุบล ที่ทางรพศ.ได้ไปเรียนวิชาจากเชียงรายมา และได้ขยายเครือข่ายการดูแลเด็กในปีไปแล้ว 6 รพ. ชุมชน และได้ส่เด็กไปรับการดูแลต่อที่รพช. เกือบ 50 คนแล้ว
การประชุมเมือวานนี้ต้องขอเรียนว่าชื่นใจมากเลยค่ะ อยากให้อาจารย์ได้มาเห็นด้วย พี่ตุ่ง (คุณรัตนาภรณ์ พยาบาลผู้ดูแลโครงการ) บอกว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ที่ลุ้นมาตลอดว่าจะทำได้ และได้ดีเท่าต้นแบบที่เชียงรายหรือเปล่า
อ.ปราโมทย์ (กุมารแพทย์ที่ = อ.รวิวรรณแห่งอุบล) ก็บอกว่าได้ฟัง present ของรพช. แล้วดีใจ และชื่นใจมาก ที่รพช. ทำงานได้ขนาดนี้ เผลอ ๆ จะดูแลได้ดีกว่าโรงพยาบาลศูนย์เสียด้วยซ้ำ (อันนี้อาจารย์พูดเองนะคะ)
ทีมดูแลที่ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล น้อง ๆ อาสาสมัคร มากันพร้อมหน้าและเล่างานที่ได้กลับไปทำให้ฟังได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน
- ทั้ง 6 รพ. (ม่วงสามสิบ, ยุพราชเดชอุดม, ตระกาลพืชผล, เขื่องใน, วารินชำราบ และพิบูลย์มังสาหาร) ที่มาอบรมการดูแลฯ จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ฯ ในปีนี้ ได้จัดตั้งคลินิก เพื่อดูแลเด็ก เอชไอวี ซึ่งมีรูปแบบที่เป็น one stop service (บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียวคือตั้งแต่ยื่นบัตร เจาะเลือด ... ถึงรับยา กลับบ้าน) และไม่ใช่ ซึ่งแม้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
- เด็กที่ไปรับการดูแลต่อ ไปพบแพทย์ตามนัดเกือบทั้ง 100% เท่าที่จำได้ มี 3 รายที่ไม่ไปตามนัด แต่ก็ได้รับการเยี่ยมบ้าน และไม่ขาดยา
- ทีมงานของทุกแห่ง ตั้งใจทำงานนี้มาก ตั้งแพทย์ผู้นำทีม และ สมาชิกทั้งหมด ถึงแม้จะมีอุปสรรคเรื่องคนไม่พอทำงาน มีภาระงานเดิมมากอยู่แล้ว สถานที่ ฯลฯ แต่งานใหม่คือการดูแลเด็กที่รับไปจากรพศ. ก็ทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
- ส่วนที่ทางทีมต้องการความรู้และทักษะเพิ่มเติม
- การดูแลเด็กที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น (รู้สึกว่าจะเป็นปัญหาสากล ทุกแห่งพูดตรงกัน)
- น้องๆ บางคนยังต้องการทักษะเรื่องการตรวจสอบ adherence ในเด็ก
- ติดตามผล และฟื้นฟูความรู้เรื่องการบอกผลเลือด เอชไอวี แก่เด็ก (ทีมอ.วิฐารณ จากศิริราช และคุณพิมพ์ศิริ ได้ไปอบรมให้เมื่อ 2 เดือนก่อน)
- งบประมาณและการสนับสนุนเพื่อจัดค่ายเด็กต่อเนื่อง
ส่วนที่คิดว่าน่าจะต้องพัฒนาต่อ
- ทีมเยี่ยมบ้านกับเด็กและผู้ดูแล บางส่วน ยังไม่สนิทกันมากเหมือนทีมรพศ. การเปิดเผยปัญหา ความไว้วางใจจึงยังมีไม่มากนัก
- บางครอบครัวไม่ต้องการให้เยี่ยมบ้าน เพราะกลัวคนในชุมชนจะรู้ความลับ
- ผู้ดูแลโดยเฉพาะที่สูงอายุ ยังให้ยาหลานไม่ค่อยถูก และไม่เข้าใจเรื่องยา
- การสื่อสาร และส่งต่อข้อมูลเด็กยังขลุกขลักอยู่บ้าง
ทางทีมรพศ และ รพช. ได้พูดคุยปรึกษาและมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนางานต่อไป
มีคำถามจากคุณหมอกฤษฎา รพ.ม่วงสามสิบที่อยากส่งต่อเพื่อปรึกษาอาจารย์ หรือท่านอื่น ๆ ด้วยค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากทีเดียว คุณหมอถามว่า
ตอนนี้คนไข้ของคุณหมอก็เริ่มจะโตแล้ว มีบางรายทีจะเข้าโรงเรียนอาชีวะ แล้วมาขอใบรับรองแพทย์เพื่อสมัครเข้าโรงเรียน ซึ่งคุณหมอถามว่าทางเชียงรายเจอกรณีแบบนี้บ้างหรือเปล่า และอาจารย์ทำอย่างไรคะ จะออกว่าเด็กสุขภาพแข็งแรงดี ก็อาจไม่ตรงกับความจริงนัก เพราะคุณจ๋า นักสังคมสงเคราะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงเรียนอาชีวะ หรือไม่ว่าจะที่ไหน ก็จะต้องการใบรับรองแพทย์ที่รับรองว่าสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง
แล้วคุณหมอจะทำอย่างไรดี ทุกคนฟังแล้วก็อึ้งกันไปหมดเลยค่ะ คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะตอบว่าอะไร เลยคงต้องเรียนปรึกษาผู้มีประสบการณ์ บิ๋นห์ตั้งใจว่าจะเรียนปรึกษาไปทางอ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ในฐานะ แพทยสถาด้วยค่ะ
อ้อ! ลืมบอกอาจารย์ไปอีกเรื่องค่ะ มีคุณหมอท่านนึวงจำไม่ได้ว่าจากโรงพยาบาลอะไร บอกว่าติดตามบล็อกนี้ของอาจารย์ด้วยค่ะ และในประชุมคราวนี้ก็เลยถือโอกาสโฆษณาให้ชาวอุบลทราบด้วยค่ะ จะได้ปรึกษาอาจารย์ได้โดยตรง
คิดว่าในไม่ช้านี้ คงได้เชิญอาจารย์ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมอุบลบ้าง (หลังจากได้พาดพิงถึงอยู่หลายครั้ง แฮ่ม)
ที่จริงตั้งใจว่าจะแค่ถามปัญหาของคุณหมอกฤษฎาเท่านั้น แต่ไป ๆ มาๆ กลายเป็นเล่เรื่องของอุบลมาซะยาว (ที่จริงอยากเล่ามากกว่านี้อีกค่ะ) วันนี้เอาเท่านี้ก่อนนะคะ
ไว้ได้รูปมาจากทีมอุบลแล้วจะส่งให้ดูบ้างค่ะ สงสัยบิ๋นห์ต้องหัดขยันถ่ายรูปเองบ้างเสียแล้ว
ธนันดา