ความใฝ่ฝันและความเป็นจริง... ความรู้และความไม่รู้...


ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง ทั้งวัตถุ สิ่งของ และผู้คน ที่ไม่เว้นแม้แต่ตัวของเราเองนั้น เราคงไม่อาจถามหาเส้นทางของการพัฒนาที่นำไปสู่ “ความยั่งยืน” เพราะเราคงไม่อาจถามหา “ความใฝ่ฝัน” ที่ไม่มีวันเป็น “ความจริง”
เมื่อวานคือวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม
เป็นอีกวันของความสุขใจ ...

เพราะเป็นวันที่ได้พบได้เจอลูกศิษย์ของเราซึ่งจบการศึกษากันไปเมื่อปีที่แล้ว และเดินทางกลับมากันที่วิทยาเขตกำแพงแสนเพื่อการ ซ้อมย่อย สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้

  ลูกศิษย์หลายคนเข้ามาโอบกอดเรา พร้อมกับบอกว่า...อาจารย์คะ  คิดถึง อาจารย์จังเลย... มีเรื่องอยากเล่าให้อาจารย์ฟังเยอะเลยค่ะ... อาจารย์ครับ ผมจบจนได้แล้วนะครับ ขอถ่ายรูปกับอาจารย์หน่อยนะครับ...อาจารย์ขา หนูไปทำงานที่...แต่หนูลาออกจากงานแล้วนะคะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานที่บ้านค่ะ อาจารย์ว่าดีไหมคะ...อาจารย์ขา หนูยังไม่ได้งานทำเลยค่ะ หนูอยากทำด้านพัฒนาชุมชน แต่ไม่เห็นมีรับสมัครงานพวกนี้เท่าไหร่เลยค่ะ... อาจารย์ครับ รับปริญญาคราวนี้ ที่บ้านผมจะมากันทั้งหมู่บ้านเลยครับ ฯลฯ เราถ่ายภาพกับลูกศิษย์ไป แล้วก็ฟังไป แล้วก็ให้ความเห็นไปด้วย...สารพัดเรื่องราวของสารทุกข์สุขดิบในชีวิตภายใต้บทสนทนาเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวยให้พวกเราได้ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน 

ในช่วงที่พวกเขากำลังเล่าเรียน...เรามักบอกลูกศิษย์เสมอ ๆ ว่า ...ให้ตั้ง เป้าหมาย ของชีวิตไว้ให้ดี และต้องตั้งใจที่จะ ฝึกฝน ตนเองในทุก ๆ เรื่อง เพื่อที่จะทำให้เราเดินสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝันได้สำเร็จ...และต้องไม่ลืมว่า เป้าหมายชีวิตของเราที่ตั้งไว้นั้น ต้องเป็นสิ่งที่ยังให้เกิดประโยชน์สามประการ นั่นคือ ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน และ ประโยชน์ร่วม 

เราบอกลูกศิษย์อีกว่า... บนโลกใบนี้...มีอาชีพมากมายนับร้อยนับพันให้เลือกทำ แต่มีอาชีพที่จัดเป็น มิจฉาอาชีวะตามหลักของพระพุทธศาสนา ซึ่งได้แก่ 1) การเลี้ยงสัตว์และการค้าสัตว์เพื่อฆ่า 2) การค้ามนุษย์ 3) การค้าอาวุธ 4) การค้ายาพิษ และ 5) การค้าสิ่งเสพติดมึนเมา อาชีพทั้ง 5 ประเภทนี้จัดเป็นอาชีพที่ไม่ควรกระทำ เพราะจะส่งผลให้ชีวิตของเราและชีวิตของผู้อื่นเป็นทุกข์  

และยังจำได้ว่า จาก Take Home ที่ลูกศิษย์ส่งกลับมาให้เราอ่านนั้น ลูกศิษย์เรามีเป้าหมายชีวิตที่หลากหลาย บางคนอยากรับราชการ บางคนอยากเป็นนักธุรกิจ หลายคนขอเป็นเจ้าของกิจการเล็ก ๆ พอตัว ส่วนหนึ่งชอบอาชีพอิสระคือเป็นเกษตรกร ส่วนอีกหลายคนอยากทำงานบริษัท บางคนอยากทำงานที่อบต.ในขณะที่อีกหลาย ๆ คนอยากทำงานเป็นนักพัฒนา ฯลฯ หากทว่าสิ่งหนึ่งที่ลูกศิษย์ทุกคนล้วนใฝ่ฝันร่วมกัน คือ การเป็นคนที่มี ความสุข และประสบ ความสำเร็จ .... ที่สำคัญคือ การมี “ความอบอุ่น และ “ความมั่นคง ในชีวิต

ณ วันนี้...ความสุขสนุกสนานของวัยเรียนได้ หมดเวลา ลงแล้ว.... คืนวันแห่งความพากเพียรพยายามของการศึกษาในมหาวิทยาลัยได้จบสิ้นลงแล้วและในอีกไม่กี่วัน...ปริญญาบัตรซึ่งเป็น ตัวชี้วัด หนึ่งของความสำเร็จในชีวิต...ก็จะได้มาอยู่ในอุ้งมือแล้ว... 

นับจากนี้ไป...จะเป็นการเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ การก้าวเดินบนเส้นทางของการแสวงหาและการเรียนรู้ใน มหาวิทยาลัยชีวิต ที่แสนกว้างใหญ่นัก....เส้นทางสู่ความใฝ่ฝันที่ยังคงอีกยาวไกล อีกทั้งมี ทางแยก หลากหลายให้ เลือก เดิน... ลูกศิษย์จะรู้บ้างไหมว่า....บนเส้นทางสายนี้ช่างมี กับดัก และ หลุมพราง มากมายนัก  

ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเบิกบานใจและภาคภูมิใจในความสำเร็จ ลูกศิษย์หลายต่อหลายคนยังคงมีสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วย คำถาม และแฝงไว้ด้วยความ กังวลใจ  แม้เวลาจะผ่านไปไม่นาน...หากแต่ลูกศิษย์ของเราคง เติบโต ขึ้นไม่น้อย สิ่งที่ลูกศิษย์ เล่า ให้เราฟังเมื่อยามได้เจอกันและยามที่ส่งเสียงมาตามสาย ทำให้เรารับรู้ว่าสังคมแห่ง มนุษย์งาน ที่พวกเขาต้องเผชิญและ ความเป็นจริง แห่งโลกกว้างที่พวกเขาได้ออกไป เรียนรู้ และต้อง ยอมรับ นั้น ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ความสุขของชีวิต.... และเช่นกัน...สิ่งเหล่านั้นคงไม่ใช่ ความใฝ่ฝัน ของชีวิตที่พวกเขาแสวงหาเท่าใดนัก

 ความรู้ และ ประสบการณ์ ตลอดจน ทักษะที่พวกเขาได้รับตลอดระยะเวลา 4 ปีของการศึกษาในมหาวิทยาลัย ได้ทำให้พวกเขา รู้ ในสิ่งที่ ต้องรู้ และ ควรรู้ ในโลกแห่งการทำงานแค่ไหน ...และอย่างไร หลักสูตรการศึกษาที่เป็นอยู่ได้ทำให้พวกเขา เข้าใจ และได้ "เรียนรู้" ความเป็นจริงของชีวิตมากน้อยหรือไม่....และเพียงใด

เรายังคงมี คำถาม อีกมากมายต่อกระบวนการการพัฒนา มนุษย์ ภายใต้ระบบการศึกษาของสังคมไทยและสังคมโลก 

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง ทั้งวัตถุ สิ่งของ และผู้คน ที่ไม่เว้นแม้แต่ตัวของเราเองนั้น เราคงไม่อาจถามหาเส้นทางของการพัฒนาที่นำไปสู่ ความยั่งยืน เพราะเราคงไม่อาจถามหา ความใฝ่ฝัน ที่ไม่มีวันเป็น ความจริง  

เว้นเสียแต่ว่าเราจะต้อง รู้ ในสิ่งที่เรายังคง ไม่รู้

 …. เป้าหมาย ”  ของชีวิตที่ แท้จริง คืออะไร
......แล้วเราจะเดินไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตได้อย่างไร......
หมายเลขบันทึก: 113576เขียนเมื่อ 22 กรกฎาคม 2007 19:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2012 23:19 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (6)
  • ดีใจที่เป็นคุณครูในมหาวิทยาลัยที่ไม่ทิ้งประชาชนครับผม
  • เป็นความสุขของคนเป็นครูนะครับ
  • อาจารย์ครับ
  • มีบางส่วนที่ซ้ำกัน
  • จะส่งรูปไปให้ให้ส่งไปที่ไหนดีครับผม
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต

เป็นอย่างไรบ้างคะ ไปบ้านพ่อครูบามาสนุกไหมคะ

คิดว่า มหาวิทยาลัยคงต้องทำงานให้ "มาก" ขึ้นและ "หนัก" ขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จึงจะรู้ "เท่าทัน" ความเป็นจริงในสังคมได้ค่ะ ที่สำคัญคือพวกเราคงต้อง "ทุ่มเท" ในการสร้างลูกศิษย์ที่มี "คุณธรรม" และ "ความรู้" กันอีกมาก ๆ เลยล่ะคะ เพราะประชาชนโดยเฉพาะ "เกษตรกร" มี "โจทย์ชีวิต" ที่ใหญ่หลวงนัก ....

ส่งรูปภาพมาที่เกษตรกำแพงแสนได้ค่ะ

สวัสดีค่ะ

ตามมาอ่านด้วยความชื่นชม ในจิตวิญญาณที่แท้จริงของความเป็นครูค่ะ

มิจฉาอาชีวะตามหลักของพระพุทธศาสนา ซึ่งได้แก่ 1) การเลี้ยงสัตว์และการค้าสัตว์เพื่อฆ่า 2) การค้ามนุษย์ 3) การค้าอาวุธ 4) การค้ายาพิษ และ 5) การค้าสิ่งเสพติดมึนเมา อาชีพทั้ง 5 ประเภทนี้จัดเป็นอาชีพที่ไม่ควรกระทำ เพราะจะส่งผลให้ชีวิตของเราและชีวิตของผู้อื่นเป็นทุกข์  

ข้อความข้างต้นนี้ ถูกใจมากค่ะ เพราะเป็น ปฎิญญาของเราที่ร่วมก่อตั้งกิจการตั้งแต่เริ่มว่า  เราจะไม่ทำสิ่งที่ผิดศีลเป็นอันขาด 

ขอบคุณ บันทึกดีๆนี้ค่ะ

 

อาจารย์ครับ  ยังไม่ได้อ่านเรื่องราวเลยครับ  ได้ยินเสียงเพลงแล้วชอบมาก ๆ

ข้อ 1…. เป้าหมาย ”  ของชีวิตที่ แท้จริง คืออะไร
ข้อ 2......แล้วเราจะเดินไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตได้อย่างไร......
ตอบ....

ข้อ 1 "เป้าหมาย"  ของชีวิตที่แท้จริง....ไม่มีหรอกครับ

ข้อ 2 จากคำตอบข้อ 1 จึงไม่มีคำตอบข้อ 2 ครับ

วุฒิชัย สังข์พงษ์
บทความนี้เป็นบทความที่ คม ชัด ลึก  อย่างยิ่งเลยครับ ทุกคำล้วนมาจากความจริง แล้วเราจะเริ่มกันที่ไหน อย่างไรดีครับ การสร้างรูปแบบศึกษา หรือ การสร้างงาน หรือการสร้างสังคมที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุด เพราะตอนนี้ถ้าเรามองก็จะเห็นอดีตกับปัจจุบันที่ชัดเจน แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมีปัจจัยเกี่ยวข้องที่จะมีผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากมาย ความสุขของคนอดีตในอนาคตคืออะไร เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันตอบ เพื่อหาแนวทางไปสู่จุดหมายในอนาคตของคนทุกรุ่นต่อไป ยากจังเลยนะครับอาจารย์ทิพวัลย์ครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี