บันทึกสั้นๆนี้เกิดขึ้นหลังจากดูข่าว "บ้านสมานใจเพื่อพัฒนาเด็กสมองพิการด้วยเครื่องทอผ้าญี่ปุ่น" ดูรายละเอียดที่ http://hffcm.org/thai/index.htm

ระหว่างผมได้ทานอาหารกลางวันกับคุณพ่อคุณแม่และคุณยาย ได้ยินเสียงข่าว "คุณค่าของคน" ที่แสดงผลงานที่น่าชื่นชมของผู้ก่อตั้งบ้านสมานใจ มีการนำกิจกรรมที่มีความสุขและมีคุณค่ามาฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กวัยรุ่นสมองพิการ ณ เชียงใหม่

ที่น่าสังเกตคือ การนำเครื่องมือทอผ้าที่มีการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและการทำงานที่สร้างผลผลิตที่น่าภาคภูมิใจ ดูเด็กๆมีความสุขระหว่างการทำกิจกรรมดังกล่าวพร้อมๆกันกับเพื่อนๆ

ผมดูแล้วประทับใจที่ว่า ผู้ก่อตั้งอุทิศตนและก่อตั้งบ้านแห่งนี้ ผมเข้าใจว่าไม่น่าจะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องช่วยในระยะเริ่มต้น หรืออาจจะมีแต่ก็ไม่ได้ริเริ่มอย่างเด่นชัด

ผมนึกถึงตอนเรียนกิจกรรมบำบัดปีสอง เราได้เรียนการทอผ้าแบบนี้และถูกสอนว่าน่าจะช่วยพัฒนาผู้ป่วยได้ แต่ก็ไม่เคยได้ให้กิจกรรมการรักษานี้เลยตั้งแต่จบมานานหลายปี

อยากฝากบันทึกนี้ไว้เตือนนักกิจกรรมบำบัดทั่วประเทศว่า เราไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์กิจกรรมการรักษาผู้ป่วยด้วยหลักการทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว บางครั้งการนำหลักการของกิจกรรมบำบัดที่แท้จริง ได้แก่ การนำพากิจกรรมที่ผู้ป่วยเห็น productivity & meaningful task related life skill development น่าจะทำให้ผู้บำบัดและผู้ป่วยเกิดความพยายามและแรงจูงใจในการสร้างกิจกรรมบำบัดพัฒนาศักยภาพของการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้อย่างแท้จริง