การรณรงค์การใช้ภาษาไทย โดยอ้างเหตุผลสำคัญที่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาสร้างความชอบธรรมนั้น บ้างครั้งอาจจะดูไม่เหมาะสมเท่าไรนัก เพราะ ประเทศไทยมีภาษาที่หลากหลาย เป็นทั้งภาษาถิ่น ภาษาประจำเผ่า ซึ่งล้วนแล้วเป็นเอกลักษณ์ทั้งสิ้น ภาษาไทยราชการ(ไทยกรุงเทพ) ไม่ใช่มาตรฐานทางภาษาที่ถูกต้องเพียงภาษาเดียวเท่านั้น เป็นแต่เพียงภาษาที่เลือกนำมาใช้เป็นภาษาราชการที่ใช้ติดต่อกันมานานแล้วเท่านั้นเอง

ภาษาถิ่นจะหายหากไม่เคารพและให้ความสำคัญ 

       การรณรงค์การใช้ภาษาไทย โดยอ้างเหตุผลสำคัญที่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาสร้างความชอบธรรมนั้น บ้างครั้งอาจจะดูไม่เหมาะสมเท่าไรนัก เพราะ ประเทศไทยมีภาษาที่หลากหลาย เป็นทั้งภาษาถิ่น ภาษาประจำเผ่า ซึ่งล้วนแล้วเป็นเอกลักษณ์ทั้งสิ้น ภาษาไทยราชการ(ไทยกรุงเทพ) ไม่ใช่มาตรฐานทางภาษาที่ถูกต้องเพียงภาษาเดียวเท่านั้น เป็นแต่เพียงภาษาที่เลือกนำมาใช้เป็นภาษาราชการที่ใช้ติดต่อกันมานานแล้วเท่านั้นเอง 

       ดังนั้นการรณรงค์ให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนั้นควรจะมีการให้เกียรติและศักดิ์ศรีแก่ภาษาถิ่นด้วยมิเช่นนั้นแล้วภาษาถิ่นจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากแผ่นดินไทย ที่กล้ากล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ได้มีโอกาสไปประสบมาด้วยตัวเองในหลาย ๆ จังหวัดที่เป็นจังหวัดศูนย์กลางประจำภาคต่าง ๆ และจังหวัดที่เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก คนในจังหวัดนั้น ๆ โดยเฉพาะอำเภอเมืองแทบจะไม่พูดภาษาถิ่นกันแล้ว พูดกันแต่ภาษาไทยราชการ(ไทยกรุงเทพ) ที่พยายามจะรณรงค์และปิดหูปิดตาว่า คือภาษาที่ถูกต้องที่สุด ?? ซึ่งมันไม่เป็นความจริง 

       อยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรม ปรับแนวคิดการรวมศูนย์อำนาจทางวัฒนธรรมแล้วให้เกียรติแก่ท้องถิ่นบ้างเพื่อเป็นการดำรงและคงไว้ซึ่งความหลากหลายของวัฒนธรรมทางภาษา ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะ รณรงค์บอกในสิ่งที่คนส่วนน้อยใช้กันให้เป็นภาษาที่ถูกต้อง เพราะเพียงขยับออกไปจากกรุงเทพเพียงไม่ถึงร้อยกิโลเมตร หรือแค่ตามชานเมืองของกรุงเทพมหานคร สำเนียงและถ้อยคำของภาษาไทยที่ไม่ใช่ภาษากรุงเทพก็มีให้ได้ยินกันแล้ว 

       การปรับยุทธวิธีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยเสียใหม่ ไม่ได้หมายความว่า กระทรวงจะหน้าแตก แต่เป็นการแสดงถึงความใจกว้างและเปิดกว้างทางวัฒนธรรมและความคิดเห็นที่แตกต่าง แปลกต่าง เสียงสรรเสริญแซ่ซ้องจะมีมากกว่าคำสาปแช่งอย่างแน่นอน หากไม่คิดปรับรูปแบบการรณรงค์ในช่วงนี้แล้ว จะไปทำในช่วงไหน ??