บันทึกการเมืองไทย : เรียนรู้ และไตร่ตรอง จากสภาพเงินบาทแข็ง
ผมไม่มีความรู้เรื่องการเงิน ไม่รู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่สนใจเรียนรู้จากความเครียดของสังคมจากสภาพเงินบาทแข็ง
นสพ. บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 19 ก.ค. 50 ลงบทความของ ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ทำให้ผมได้ความรู้มาก แล้วคุณทนง (ก้านทอง?) แห่ง เดอะ เนชั่นก็เอาไปลง บล็อก และตั้งข้อถกเถียง ทำให้ผมได้เรียนรู้ แม้จะงูๆ ปลาๆ
ยิ่งนับวันผมก็ยิ่งรู้สึกว่า ข่าวในสื่อมวลชนทั้งหลาย เป็นข่าวที่เราต้องเสพอย่างระมัดระวัง
เป็นข่าว หรือแม้กระทั่งความรู้ ที่มีความลำเอียง ที่มีผลประโยชน์แฝง
แรงกระตุ้นให้ ธปท. จัดการไม่ให้เงินบาทแข็งมาจากผู้ส่งออก พวกที่เดือดร้อนออกมาโวย เราได้ยินแต่เสียงโวย ก็คิดว่าเป็นความจริงทั้งหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด
ความจริงแท้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างมีดีมีเสียเสมอ (ทุกเหรียญมี 2 ด้าน) และที่มันยุ่งก็เพราะว่า ดีต่อบางกลุ่ม และเสียต่อบางกลุ่ม ส่วนใหญ่กลุ่มที่เสียจะออกมาโวย (และไปหาทางทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจทำตามที่ตนต้องการ) กลุ่มที่ได้ก็เงียบ คนรู้น้อยก็จะเข้าใจผิดไปตามเสียงโวย การตัดสินใจก็จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แก้ปัญหาแบบ “ปะผุ” ไปเรื่อยๆ
บาทแข็งมีข้อดี
เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะ “ตั้งเนื้อตั้งตัว” เป็นโอกาสปรับภาพใหญ่ ปรับเชิงระบบของประเทศ นี่คือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
1. โอกาสปรับระบบเศรษฐกิจไม่ให้พึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป เราถูกสอนมาตลอด ว่าการส่งออกเป็นเรื่องดี ที่ผ่านมาถ้าอัตราการเพิ่มของการส่งออกลดลง เราจะแปลผลว่า เป็นสัญญาณไม่ดี บัดนี้มีคนมาบอกว่า เวลานี้เศรษฐกิจไทยพึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป ควรหันมาขยายการทำมาค้าขายภายในประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจโดยอาศัยตลาดภายในประเทศให้มากขึ้น
2. โอกาสใช้เงินพัฒนาความเข้มแข็งระดับพื้นฐานของประเทศ ยกระดับ หรือยกสภาพของประเทศเป็น “สังคมฐานความรู้” อย่างแท้จริง
ความลำเอียงในฐานะนักวิชาการ กระตุ้นให้ผมคิดว่า ที่สำคัญยิ่งกว่า “โครงสร้างพื้นฐาน” ทางวัตถุ (ถนน ระบบขนส่ง ระบบสื่อสาร ระบบน้ำ) คือโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา เราควรใช้เงินที่อยู่ๆ เขาก็เอามายัดเยียดให้เรา มาสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ซึ่งถ้าจะสาธยายก็จะยาวมาก จึงไม่สาธยาย
แต่สามัญสำนึกบอกผมว่า เราต้องทำอย่างระมัดระวัง เมื่อเจ้าของเงินตัวจริงเขามาทวงคืน เราก็ต้องมีคืนเขา มิฉนั้น เราก็จะ “ถังแตก” อีก
วิจารณ์ พานิช
20 ก.ค. 50
ผมชอบบันทึกนี้ในสองประเด็นครับ
ประเด็นแรกคือประเด็นของสื่อมวลชนไทยที่ไม่น่าเชื่อถือและใช้ "สื่อ" ในมือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ถ้าคนไทยเข้าใจพฤติกรรมของสื่อเช่นเดียวกับอาจารย์เข้าใจกันโดยทั่วไป สื่อจะไม่มีโอกาสทำอย่างที่เขากระทำกับประเทศไทยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้เลยครับ
ประเด็นที่สองคือย่อหน้าสุดท้าย เงินที่ไหนเข้ามาในประเทศไทยตอนนี้ "ไม่ใช่เงินของเรา" เป็น "เงินร้อน" ที่ "มาเร็วไปเร็ว" เราไม่มีโอกาสใช้ ถ้าคิดใช้เงินนี้เมื่อไหร่ ได้ "ถังแตก" อีกแน่ๆ ครับ
เท่าที่ความรู้การเงินที่ผมมี เงินที่เข้ามาตอนนี้มีผลร้ายมากกว่าผลดีครับ เป็นเหยื่อที่ติดอยู่ปลายเบ็ด