lสอนอย่างไรให้ผู้เรียนเก่ง ดี และมีสุข

จุดมุ่งหมายของการสอนคือให้ผู้เรียนเก่ง มีความรู้ สามารถแก้ปัญหาได้ ดี เป็นคนดีของครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และมีความสุข แต่จะสอนอย่างไรผู้เรียนจึงจะมีคุณลักษณ์ทั้งสามประการ

คุณรู้ไหมครับว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงเอาไว้ตั้ง 2600 ปีมาแล้วว่า คุณลักษณ์ทั้งสามประการนั้นสามารถสอนให้เกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน (ในพระอภิธรรมปิฎก เล่ม 34 ข้อ 16) ปัจจัยหรือต้นเหตุของคุณลักษณ์ดังกล่าวคือ ความรู้สึกที่ดี(โสมนัส)และปัญญา(ญาณ)

พูดให้ชัดๆ ก็คือ ถ้าจะสอนให้ผู้เรียนมีคุณลักษณ์ เก่ง ดี และ มีสุข เราจะต้องสอนให้ผู้เรียนเกิดปัญญาและมีความรู้สึกที่ดี เมื่อเกิดปัญญาและมีความรู้สึกที่ดีแล้ว คุณลักษณ์ เก่ง ดี มีสุข ก็จะเกิดขึ้น

แล้วปัญญาเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปัญญาเกิดข้นได้ 3 ทาง คือจากการฟัง(ปัจจุบันเราแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น จากหนังสือ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ) การคิด และการภาวนา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนภาษา เด็กต้องเริ่มเรียนรู้จากการฟัง ให้เด็กได้ฟังเสียงที่ถูกต้อง เสียงของเจ้าของภาษา ฟังบ่อยๆ เด็กจึงจะออกเสียงได้ถูกต้องและจดจำได้ดี

การคิดที่ก่อให้เกิดปัญญานั้นเกิดจากหน่วยความคิดที่ดี หน่วยความคิดที่ดีที่สุดน้นประกอบด้วย วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคตา (ฌาณ 5)

วิตก คือโจทย์ หรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข

วิจาร คือการคิดพิจารณาแก้ไขปัญหา ด้วยการหาเหตุผล, การเปรียบเทียบ, การร้อยเรียง และการรังสรรสิ่งใหม่

ปีติ คือ ความพึงพอใจ ความสุขใจ

สุข คือ ความสุขใจ ความโล่งใจ ความรู้สึกปลอดภัย

เอกัคตา คือความที่จิตจดจ่อ ติดตามเรื่องนั้นอยู่

หน่วยความคิดแบบนี้ทำงานเหมือนองค์ประชุมที่ประกอบด้วย 5 ฝ่าย คือ

เอกัคตา เป็นประธานในที่ประชุม ควบคุมการประชุมไม่ให้ออกนอกประเด็น

วิตก เป็นผู้ตั้งโจทย์ ชี้ปัญหาที่ต้องการแก้ไข

วิจาร เป็นฝ่ายพิจารณาหาทางออก หาทางแก้ไขปัญหา

ปีติ เป็นฝ่ายสนับสนุนให้กำลังใจ

สุข เป็นฝ่ายรักษาความปลอดภัย

ตัวอย่างการคิดที่ประกอบด้วย วิตก วิจาร เช่น

เด็กชายปัญญา เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ เปิดดูก็พบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่นบาท

เขานึกนึถงนาฬิการาคาแพงที่เพื่อนๆ ใช้อยู่ ตัวเองก็อยากได้ ก็อยากเอาเงินนี้ไปซื้อ

วิตก แต่ครั้นจะเอาเงินนี้ไปซื้อ ก็ไม่รู้จะบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไร ได้นาฬิกามาอย่างไร เพราะท่านเคยสอนว่า ไม่ให้ลักขโมย ถ้าเก็บของได้ควรหาทางคืนเจ้าของ แต่ครั้นจะนำแจ้งคุณครูเพื่อประกาศหาเจ้าของตัวเองก็อดที่จะได้นาฬิกา

วิจาร แล้วเขามาเปรียบเทียบว่า ถ้านำเงินนี้ไปซื้อนาฬิกา คงต้องโกหกคุณพ่อคุณแม่ว่าได้มาอย่างไร ก็คงไม่สบายใจไปตลอด กลัวว่าท่านจะทราบ แต่ถ้านำเงินนี้ไปมอบให้คุณครูเพื่อประกาศหาเจ้าของ คุณครูก็คงจะชม คุณพ่อคุณแม่ทราบก็คงจะภาคภูมิใจ

ที่ไม่ควรลืมคือ การสอนให้เด็กคิดเอง วิจารแก้ไขเอง ถ้าเด็กไม่ไหวจริงๆ ก็ช่วยตั้งคำถามนำ ช่วยบอกใบ้

การภาวนา คือการพร่ำบ่น บอกตนเองว่า เราต้องเก่ง เราต้องดี เราต้องมีความสุข การภาวนาที่ดีที่สุดคือการภาวนาในขณะอบรมสมาธิ

วิวัฒนาการของพืชและสัตว์ก็เกิดจากภาวนานี่เองแหละครับ

ความรู้สึกทีดี เกิดขึ้นได้อย่างไร

เราสามารถสร้างความรู้สึกทีดีให้กับผู้เรียนด้วยความรู้สึกที่ดีของเรา เรายิ้มแย้มแจ่มใส เด็กก็จะพลอยเป็นสุขสบายไปด้วย เราเอาใจใส่ ดูแลเด็กว่ามีปัญหาอะไร คอยช่วยเหลือ แก้ไข ให้คำแนะนำ เด็กก็จะเกิดความรัก ศรัทธาในตัวครู 

ขอสรุปว่า จะสอนให้ผู้เรียน เป็นคนเก่ง เป็นคนดี และมีความสุขได้โดยสร้างความรู้สึกที่ดีความ สอนให้เขาเกิดความรู้ เข้าใจเรื่องราวนั้นๆ แก้ไขปัญหาได้

คุณลักษณ์ที่พึงประสงค์ เก่ง ดี และมีสุข นั้นแบ่งแยกย่อยหลายสิบประการ คุณลักษณ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย ศิลปิน นักเขียน นักโฆษณา ครีเอทีฟ หรือนักบวช

จิตวิทยาพุทธสามารถช่วยให้ผู้ศึกษา ผู้ปฏิบัติพัฒนาตนให้บรรลุขีดสูงสุดเท่าที่มนุษย์จะพึงมี พึงเป็นได้

ไว้วันหลังนะครับ ผมจะนำเสนอพุทธธรรมดังกล่าว ให้คุณได้ศึกษาและทดลองใช้สอนนักเรียน หรือใช้พัฒนาตนเอง คุณไม่ต้องหวังพึ่ง ยาอันตราย หวังพึ่งยาเสพติด หวังพึ่งผู้อื่น พึ่งตัวคุณเองดีกว่า

สวัสดีครับ