เมื่อเช้าได้รับคำถามเรื่องการเพาะเห็ดจากอาจารย์มงคลสวัสดิ์  วงค์เขียว จากโรงเรียนบ้านชาดฮี(ธรรมทินโนปถัมภ์) อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอาจารย์อยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุในการเพาะเห็ด โดยเฉพาะเห็ดยานางิ หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นนั่นไงครับ ดังนั้นผมจึงใคร่ขอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร) ในวันนี้ก็แล้วกันนะครับ

 

 ดอกเห็ดยานางิที่เพาะจากฟางข้าว

เห็ดยานางิหรือเห็ดโคนญี่ปุ่น  Pholiota  cylindracea เดิมเป็นเห็ดที่เกิดในท่อนไม้ผุตามธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันได้มีการศึกษา และพัฒนาการเพาะเลี้ยงในเมล็ดธัญพืช  แล้วเปลี่ยนมาเป็นขี้เลื่อยที่เพิ่มอาหารเสริมในอัตราที่เหมาะสมทำให้กับเห็ดชนิดนี้เจริญได้ดีในเวลาต่อมา  เห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่มีรสชาติดี  โดยมีลักษณะเนื้อดอก  ก้านดอก  มีความกรอบแน่น  เนื้อคล้ายเห็ดโคน  กลิ่นหอมนิยมใช้ประกอบอาหารหลายชนิด  นอกจากนี้ยังสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้  นานกว่า  1  สัปดาห์  โดยยังมี  ความสด  รูปร่าง  ขนาดน้ำหนัก  และสีสรร  ไม่เปลี่ยนแปลง  การเพาะเลี้ยงสามารถกระทำได้  ง่ายเหมือนการเพาะเห็ดถุงทั่วไป  และยังเพาะเลี้ยงได้ตลอดปี  จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่มีอนาคต

สัณฐานวิทยา            หมวกเห็ดมีลักษณะค่อนข้างกลม  เส้นผ่านศูนย์กลาง  4-10  ซม.  ดอกเห็ดที่ออกใหม่  จะมีลักษณะกลม  ขนาดเล็ก  ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา  ดอกสีน้ำตาลเข้ม  มีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวก  เมื่อดอกเห็ดแก่สีของหมวกจะซีดลงเป็นสีน้ำตาลอ่อน  ตรงกลางหมวกที่ เคยนูนจะยุบและแบนราบ  ขนาดดอกจะขยายใหญ่ขึ้นจนเยื่อหุ้มส่วนล่างใต้ดอกเห็ดจะฉีกขาด แล้วเปลี่ยนแปลงเป็นวงแหวนสีน้ำตาลเข้มติดอยู่ที่ก้านดอกเห็ด  เมื่อดอกเห็ดแก่เต็มที่วงแหวนนี้จะเห็นไม่ชัดเจน                สปอร์  ที่ครีบเห็ดมีลักษณะกลมรีเป็นรูปไข่  สีน้ำตาลเข้ม  ส่วนของก้านดอกจะกลมและค่อนข้างยาวประมาณ  5-11  ซม.  มีสีขาว แต่จะมีเส้นสีน้ำตาลแทรกอยู่  ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มก็ได้  การเก็บเกี่ยวจะทำได้ง่าย  เนื่องจากส่วนรากยึดติดกับวัสดุเพาะเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ติดแน่น

สูตรการทำก้อน 

สูตรที่  1

สูตรที่  2
1. ขี้เลื่อยไม้ยางพารา   100     กิโลกรัม 1. ฟางข้าวสับ          100   กิโลกรัม
2. รำละเอียด                     7      กิโลกรัม 2. รำละเอียด                7    กิโลกรัม
3. ภูไมท์ซัลเฟต               3      กิโลกรัม 3. ภูไมท์ซัลเฟต              โลกรัม
4. ดีเกลือ                        0.2     กิโลกรัม 4. ดีเกลือ                     0.2  กิโลกรัม
5. ยิปซัม                            1      กิโลกรัม 5. ยิปซัม                         1  กิโลกรัม
6. ปูนขาว                          1       กิโลกรัม 6. ปูนขาว                       1 กิโลกรัม
7. ความชื้น                            65-70     % 7. ความชื้น                 65-70     %
8. ความเป็นกรด-ด่าง          5.5 -7  8. ความเป็นกรด-ด่าง          5.5 -7 

                สูตรนี้ต้องหมักวัสดุกับส่วนผสมต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันยกเว้นรำละเอียดทิ้งไว้นาน 7 วัน  โดยกลับกองฟางหมักทุก  3  วัน  จนกระทั้งไม่มีกลิ่นแอมโมเนีย   ปรับความชื้น  65-70 %  บรรจุวัสดุตามสูตรทั้ง  2  ลงในถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7 x 12  นิ้ว  หนักถุงละ  1 กิโลกรัม สำหรับขี้เลื่อย  และ  500-800  กรัม  สำหรับฟางข้าวสับ ใส่คอขวด จุกสำลีใช้ฝาครอบพลาสติกปิดจุกสำลีกันเปียกน้ำ นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งแบบลูกทุ่งใช้เวลา 2-4  ชม.ที่อุณหภูมิ 90-100  C  ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นใส่หัวเชื้อเห็ด  โดยเทเมล็ดข้าวฟ่างซึ่งมีเส้นใยเห็ดเจริญคลุมอยู่  ลงถุง อาหารผสม  ถุงละประมาณ  15-20  เมล็ด  ในห้องที่ไม่มีลมโกรก  และสะอาด  นำไปบ่มไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ  25-30 C  เส้นใยเห็ดจะเจริญเต็มถุงวัสดุเพาะประมาณ  30-45  วัน

การทำให้เกิดดอกเห็ดและเก็บเกี่ยว                เมื่อเส้นใยเห็ดเดินเต็มถุง  ย้ายก้อนเชื้อไปยังโรงเรือนเปิดดอก  ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ  25-30 C  และความชื้นประมาณ 80-90 %  การเปิดดอกโดยถอดจุกสำลีออกนำถุงก้อนเชื้อมาวางเรียงไว้บนชั้นเพาะในโรงเรือนที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี  ในช่วงเช้าและบ่ายจะให้น้ำก้อนเชื้อและบริเวณภายในโรงเรือน  วันละประมาณ  2  ครั้ง  เพื่อให้มีความชื้นสม่ำเสมอ  หลังเปิดดอกประมาณ  5-7  วันจะเกิดดอกเห็ด และสามารถนำไปบริโภคได้

สรุปแนวทางการผลิต 

                   จากแนวทางการผลิตเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ในจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อเดือน มกราคม 2548 -49 ที่ผ่านมา พบว่าสามารถให้ผลผลิตได้ดี ทั้งในวัสดุเพาะที่มาจากขี้เลื่อย และฟางข้าว แต่วัสดุเพาะที่เป็นปลายฟางข้าวนวดนั้น มีแนวโน้มที่เชื้อเห็ดเดินเต็มก้อนเชื้อได้เร็วกว่า อีกทั้งการเกิดดอกในแต่ละรุ่นที่เร็วกว่าการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นวัสดุเพาะ  นั่นแสดงให้เห็นว่าฟางข้าวที่มีเหลือใช้ในเขตภาคอีสานจำนวนมากนั้นมีโอกาสในการพัฒนาเป็นวัสดุทดแทนการการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่มีราคาสูงมากในปัจุบัน สำหรับการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเห็ดที่มีความต้องการของตลาดและมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท     

                                 
ขอบคุณมากครับ

อุทัย   อันพิมพ์