นักวิทยาศาสตร์ชนิดอริยะ, คือนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายนามธรรมครั้งสองพันปีมาแล้ว สอนให้มนุษย์เป็นมิตรกัน ไม่จำกัดฐานะ, ให้เสรีภาพและสมภาพ ในชีวิตร่างกายเสมอกันทั้งมนุษย์และดิรัจฉาน ด้วยการอบรมนามธรรมมาเช่นนั้นตั้งแต่กำเนิด คือ ตั้งแต่ชั้นบิดามารดาของเขาเป็นเบื้องต้น, และอบรมนามธรรมให้เป็นสุขสงบทั้งคนมั่งมีและคนยากทั้งคนที่จะคงมีชีวิตอยู่ และคนที่จะต้องตายไปในเดี๋ยวนนี้. ผู้ที่ได้อบรมแก่กล้าถึงที่สุด ย่อมได้รับความสุขสงบเยือกเย็นตลอดชีวิต มีความรู้สึกเป็นสุขในระดับอันเสมอกัน ระหว่างผู้ที่รู้ตัวว่าจะต้องตาย หรือยังไม่ต้องตาย, ความสุขที่สุขุมเช่นนี้ จะดับหายต่อเมื่อรูปธรรมดับสนิท; ต่างจากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งทำมนุษย์ให้ตรากตรำใจทุกชนิดบุคคล, และทุกเวลา, เพราะมันล่อให้ยิ่งอยากไม่รู้จบ เช่นเดียวกับคนที่รับประทานอิ่มแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่เขาชอบยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีกมาล่ออยู่. มันเข้าแผดเผาภายในให้เร่าร้อน ทั้งคนมีและคนยากเสมอกันตลอดเวลา จนกว่าเขาจะได้ดื่มรสแห่งอริยวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ แบบแห่งการครองชีวิตของพระอรหันต์เท่านั้น, ทำไมเขาจึงไม่กินยาขนานนี้กันเล่า ! ยาวิเศษสำหรับบำบัดโรคอันเกิดเฉพาะนามธรรม ! ไม่ใช่แก่รูปธรรมอันเป็นหน้าที่ของยาที่ได้มาจากวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ, -เราแบ่งกันดังนี้เถิด, จะช่วยให้เข้าถึงความจริงเร็วขึ้น.
ทุกข์แห่งนามธรรม เป็นตัวโรค, ความอยากไม่รู้จักอิ่มจักพอเป็นเชื้อโรค, พระนิพพาน เป็นยาแก้โรคอย่างเด็ดขาด, ผู้ดำเนินการตามวิธีการแห่งความเป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ประกอบยานั้น, เราจงมาเป็นหมอผู้ประกอบยากันเถิด, เพื่อรักษาตนเองแล้วช่วยเหลือผู้อื่น : เราจงเรียนอริยวิทยาศาสตร์แห่งความจริงข้อนี้ แล้วช่วยกันทำประโยชน์สุขอย่างสูงสุด ให้แก่โลกซึ่งรวมทั้งตัวเรา ด้วยการดำเนินชีพตามหมอ กล่าวถือเหล่าพระอรหันต์ที่ล่วงลับไปแล้ว และให้เป็นตัวอย่างแก่มหาชนภายหลัง.
เราจงเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่อย่างสดชื่นแท้จริงทั้งภายนอกและภายใน, มีแววตาสุกใสแสดงนิมิตแห่งความเยือกเย็นอยู่เสมอ. ข้อนี้ จะเป็นตัวอย่างแก่มนุษย์ผู้มีทุกข์เต็มอก มีแววตาขุ่นข้นเพราะภายในถูกแผดเผาด้วยอำนาจความโลภ ความโกรธ และความไม่ได้ตามใจหวัง. แม้ภายนอกแสดงเพศแห่งสมณะผู้สงบ แต่ภายในเต็มไปด้วยความตริตรึกร่านรนเช่นเดียวกับเพศฆารวาสแล้ว ก็ไม่อาจเป็นตัวอย่างแก่มหาชนในโลก และจะกลายเป็นคนตาบอดช่วยจูงคนตาบอดไป. เราจะเป็นตัวอย่างการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ผู้อื่นอย่างสูงสุด โดยไม่มีการตอบแทนเสมอทุกเวลา, ด้วยอำนาจเมตตานุภาพนี้จะทำให้มหาชนเกิดมีความอารีแก่กันและกัน. เราจะสละสุขเพื่ออบรมโลกในคุณธรรมข้อนี้ โดยจะเป็นตัวอย่างแห่งผู้รู้จักบริโภคใช้สอยแต่พอยังชีวิตให้เป็นไปสะดวก รวบรวมทุนที่เหลือจากการบริโภคฟูมฟาย มาบำเพ็ญประโยชน์สุขอย่างอื่น และแก่ผู้อื่นที่กำลังได้รับทุกข์
พระอรหันต์ครั้งกระโน้น หรือครั้งไหนก็ตาม ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างขี้เกียจโดยผู้อื่นรู้ไม่ทัน หรือเอาเปรียบมหาชนด้วยการหลีกออกหาความสุขแต่ผู้เดียว, ที่แท้ เป็นผู้ที่คอยทำตัวอย่างแห่งบุคคลที่มีใจเป็นสุขให้มหาชนดูอยู่ทุก ๆ เวลาจนตลอดชีวิต. มหาชนเจือจานท่านเพียงแต่ให้อาหารพอประทังชีพ, เครื่องนุ่งห่มท่านพอใจแสวงหาเอาจากท่อนผ้าที่พวกมนุษย์ทิ้ง มาทำขึ้นใช้สอย, เสนาสนะ ท่านพอใจตามธรรมชาติ ซึ่งอำนวยแก่ความสุขทางใจ เช่นถ้ำและโคนไม้เป็นต้น, ยาแก้โรคก็แสวงเท่าที่จะได้มาง่าย ๆ, แต่ท่านกลับทำประโยชน์อย่างสูงให้แก่มหาชน ด้วยการคอยอบรมมนุษย์ให้มีเมตตาอารี ให้มีใจสงบสุข เพราะปลงตกไม่ต้องเดือดร้อนใจ เพราะความรัก ความกลัว และเหตุแห่งทุกข์อย่างอื่น ๆ, ด้วยการทำตัวอย่างให้ดู.
สำหรับมนุษย์ที่มุ่งความเจริญฝ่ายโลกิยะนั้น พระอรหันต์เป็นตัวอย่างแห่งความอดทน ความหนักแน่น และความเพียร ให้ดู, เพราะวิธีการของความเป็นพระอรหันต์ ต้องเริ่มกระทำด้วยอธิษฐานใจ ตามทำนองที่พระองค์ตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย, พวกเธอทั้งหลายจงตั้งความเพียรด้วยการอธิษฐานใจว่า เลือดเนื้อจงแห้งไป เหลืออยู่แต่กระดูกกับเอ็นก็ตาม หากยังไม่บรรลุอันพึงได้ด้วยกำลังเรี่ยวแรงของมนุษย์เพียงใด จักไม่หยุดความเพียรนั้นเสีย” สำหรับเด็ก ๆ, วิธีการแห่งความเป็นพระอรหันต์ย่อมอบรมให้อดทนมั่นคงสม่ำเสมอสัตย์ซื่อกตัญญูกตเวที ให้รู้จักทำใจให้เป็นสุขไปตั้งแต่ต้นทีเดียว ตัดเชื้อโรคทางใจเสียแต่ต้นมือ ก่อนแต่จะกินตัวเป็นผู้ใหญ่ปกครองตน แล้วก็แก้ไขไม่ได้จนตาย, ไม่ได้สอนให้มักน้อยจนเกียจคร้าน เพราะผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้ว ก็ยังบำเพ็ญเพียรเพื่อประโยชน์ผู้อื่นอยู่เสมอไป และยังเป็นตัวอย่างหรืออบรมให้รู้จักอดทนต่อธรรมชาติ เช่นหนาวร้อน เป็นต้น มุ่งเอาประโยชน์สำเร็จเป็นเกณฑ์, สำหรับคนแก่ชรา ก็เป็นตัวอย่างแห่งคนผู้ดับจิตไปด้วยความสุขสงบ ไม่กระวนกระวาย, เพราะตามธรรมดาพระอรหันต์เป็นตัวอย่างแห่งบุคคลชนิดที่เรียกกันว่า อาจยืนยิ้มได้ในระหว่างกองเพลิง ซึ่งกำลังลามเข้ามาเผาตัวอยู่แล้ว.
การทำให้ดูจริง ๆ ดีกว่าการสอนด้วยปาก หรือเขียนหนังสือให้อ่าน. ๑ เฟื้อง ของการทำจริง ๆ ให้ดูเท่ากับ ๑ หาบ ของการสอนด้วยปาก. เราจงเดินตามรอยพระอรหันต์ด้วยการถือหลักเช่นนั้นกันเถิด, ประโยชน์สุขจะเกิดแก่พวกเรา, ประเทศของเรา, และแก่โลก.
ตามรอยพระอรหันต์ (๘)
พระอรหันต์ครั้งกระโน้น หรือครั้งไหนก็ตาม ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างขี้เกียจโดยผู้อื่นรู้ไม่ทัน หรือเอาเปรียบมหาชนด้วยการหลีกออกหาความสุขแต่ผู้เดียว, ที่แท้ เป็นผู้ที่คอยทำตัวอย่างแห่งบุคคลที่มีใจเป็นสุขให้มหาชนดูอยู่ทุก ๆ เวลาจนตลอดชีวิต.
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Cat_cartoon · 19 ก.ค. 2550
KPN AC jack · 19 ก.ค. 2550
สิบสอง · 19 ก.ค. 2550
นาย นายไพรัช ไม่มี ขำวารี · 19 ก.ค. 2550
กลุ่มเด็กหลังห้อง · 19 ก.ค. 2550