“โมเดลปลาทู” เป็นโมเดลอย่างง่าย ของ สคส.
ที่เปรียบการจัดการความรู้ เหมือนกับปลาทูหนึ่งตัวที่มี ๓ ส่วน
คือ
๑. ส่วน “หัวปลา” (Knowledge Vision- KV) หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย
วิสัยทัศน์ หรือทิศทาง
ของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทําจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า
“เราจะทํา KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย
“หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คุณกิจ” หรือ ผู้ดําเนินกิจกรรม KM
ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอํานวย”คอยช่วยเหลือ
๒. ส่วน “ตัวปลา” (Knowledge Sharing-KS)
เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสําคัญ ซึ่ง
“คุณอํานวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ”
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้
โดยเฉพาะความรู้ซ้อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ”
พร้อมอํานวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม
ให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้ และเกิดนวัตกรรม
๓. ส่วน “หางปลา” (Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้”
หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้”
ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา”
ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ
“หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ICT
ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ้อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด
นําไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ พร้อมยกระดับต่อไป
------------------------------------------------------------
วันนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณหมอปราโมทย์ สูติแพทย์ของเรา จริงๆแล้วเราเรียกท่านว่า อาจารย์หมอปรา
อาจารย์หมอปรา มีองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลค่อนข้างเยอะ เป็นหัวหน้าทีม RM หัวหน้าทีม PCT สูติกรรม จึงได้ปรึกษาอาจารย์ว่า จะนำ KV- KS -KA มาใช้ในการทบทวนข้อปฏิบัติหรือข้อปฏิบัติดีๆของหน่วยงานต่างๆทางด้านการพยาบาลแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้ได้ best practice และคลังความรู้เป็นของพวกเราและนำไปใช้ต่อไป
อาจารย์บอกว่า การจะทำ KM คุณอำนวยต้องเก่ง สามารถทำให้คุณกิจเปิดใจได้ จะทำให้ได้ความรู้และความคิดเห็นออกมามากมาย ถ้าทุกคนไม่เปิดใจ ประโยชน์ที่ได้จะน้อย
เห็นด้วยกับอาจารย์ แต่คุณอำนวยอย่างเรา จะสามารถหรือเปล่า....น้อ.......ทำเอาคิดหนัก.............ไปนานเลยทีเดียว
สวัสดีค่ะ คุณนายสายลม
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
ปล. โชคดีจังที่ป้าแดงไม่ยึดติดรูปแบบ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณนายสายลม