ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคณะใด อยากให้ท่านให้การสนับสนุน

 

เพลงอีแซว

“สื่อพื้นบ้านจากลานดินสู่เวทีการแสดง”

         เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านประเภทหนึ่งของภาคกลางโดยเฉพาะในบริเวณ 8 จังหวัด (ฝั่งตะวันตกของภาคกลาง) ในอดีตที่ผ่านมา เราจะหาชมเพลงอีแซวได้ก็ต้องรอหน้าเทศกาล  แต่มาในยุคปัจจุบัน เราสามารถชมการแสดงเพลงพื้นบ้านประเภทนี้ได้ตามงานต่าง ๆ ของชุมชน (เทศบาล, อบต. วัด, โรงเรียน และชาวบ้าน)  

               งานที่ผมนำเด็ก ๆ ไปแสดงมีหลายประเภท งานบวชนาค  งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่  งานทำบุญฉลองอายุครบ 60 ปี 80 ปี  งานกินเลี้ยงสังสันต์  งานฌาปนกิจ  งานฉลองศาลา  ฉลองอาคารเรียน  งานเลี้ยงรับ เลี้ยงส่ง  งานแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับรางวัล และที่ได้งานบ่อยคือ งานแก้บน ฯลฯ   

        

        สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะผู้ควบคุมดูแลวงเพลงอีแซว และเป็นผู้ฝึกหัดนักเรียนจะต้องเตรียมตัว คือ ผมนำคณะนักเรียนไปในงานอะไร จะต้องร้องให้ตรงกับชื่อของงานนั้น ๆ ให้เจ้าภาพและแขกที่มาได้รับรู้กันก่อนและต่อจากนั้นก็จะต้องมาไล่คิวการแสดงตามที่เจ้าภาพจัดหาเราไป เช่น เขาหาการแสดงเพลงอีแซว เราก็จัดการแสดงเพลงอีแซวให้  เจ้าภาพหาการแสดงลำตัด เราก็จัดลำตัดให้ แต่ก็มีบางงาน เจ้าภาพบอกว่า แสดงเพลงพื้นบ้านหลาย ๆ อย่าง ถ้าอย่างนี้แสดงได้ยากมากครับ (ถ้าผู้ชมไม่ใช่นักเพลงก็ไม่เป็นไร) เพราะการเล่นเพลงหลายชนิด จะต้องปูพื้นไปหาเพลงแต่ละอย่างให้เข้ากันได้ จะต้องทำให้ผู้ชมมองเห็นความกลมกลืนกันไปในเพลงต่างชนิดกันนั้น (รักษาเอกภาพ) ทั้งเนื้อหาและเรื่องราวต้องสอดคล้องกันไปจนจบตอนที่นำเสนอ มิใช่กระโดดไปกระโดดมา หรือข้ามไปข้ามมา  จะทำให้ผู้ชมรู้ทันว่า เราหมดภูมิ หรือเป็นสัพเพเหระ (ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน) ไปเลย ทั้งที่ผู้แสดงก็เก่ง ๆ แต่ไปพลาดที่เทคนิคเพียงเล็กน้อย เลยทำให้การแสดงหมดอัตถะรสไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย เพราะบางทีจนแต้มขึ้นมาก็ต้องทำเหมือนกัน 

               

                 พูดถึงการแสดงเพลงอีแซวในงานต่าง ๆ นักเพลงรุ่นครูแล้ว ท่านสั่งห้ามเอาไว้ว่า ใครมาหาเพลงอีแซวไปแสดงในงานอะไร ให้รับไปแสดงได้ทุกประเภทของงาน ยกเว้น งานมงคลสมรส (งานแต่ง) ห้ามไปเล่นเด็ดขาด โบราณเขาถือ เพราะเป็นงานมงคล แล้วที่ต้องห้ามก็คือ เพลงอีแซวเล่นงานหนึ่ง จะต้องมีบทประ (ปะทะคารม) ชนิดถึงพริกถึงขิง และมีคำด่ามีคำหยาบปนไปบ้าง ทำให้เจ้าของงานมองว่า คู่แต่งงาน เป็นการเริ่มต้นชีวิตที่หอมหวาน  ไม่น่าที่จะมีมหรสพประเภท ต่อปากต่อคำหรือทะเลาะกันมาให้ดู (เลยเสียงานไปประเภทหนึ่ง)  

บนเวทีการแสดง นำเสนออะไร  

          มีเจ้าภาพที่มาหางาน เคยถามผมบ่อย ๆ เกือบจะทุกงานว่า ไปเล่นงานของเขา จะเล่นเรื่องอะไรดี  ผมตอบว่า จะต้องบอกเรื่องราวของงานท่านให้ผู้ติดต่อและผู้ชมเข้าใจก่อนต่อจากนั้นก็เป็นการแสดงตามขั้นตอนของเพลงพื้นบ้านต่อไป ซึ่งในภาพรวม ๆ ประกอบด้วย

          1.     บทร้องไหว้ครู (ไหว้พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ไหว้บิดา มารดาและไหวัครู

          2.     ร้องบทที่เป็นเรื่องราวตามจุดประสงค์ของงาน (ผมด้นกลอนสดตามเวลาที่มีให้)

          3.     ร้องบทฝากเนื้อ ฝากตัว ทั้งฝ่ายชายและหญิง (ส่วนมากให้เด็กใหม่ ๆ ร้องก่อน)

          4.     บทเพลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เหตุการณ์และปัญหาสังคมในปัจจุบัน

          5.     เพลงประ (ร้องโต้ตอบกัน แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ชาย-หญิง) โต้คารม หรือ ปะทะกัน

          6.     เพลงลาอวยพรและฝากหัวใจเอาไว้กับผู้ชมหน้าเวทีด้วยสำนวนที่ลึกซึ้งก่อนจาก 

                สำหรับการแสดงเฉพาะงาน   ผมเขียนบทร้องเอาไว้เป็นจำนวนมาก  มากกว่า 150 สาระที่จะนำมาใช้ในการแสดงได้ เช่น บทเพลง สังขาร นรก-สวรรค์ เรื่องศีลห้า ตำนานนาค  แทนพระคุณ  สอนนาค  อวยพรปีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาสังคม   ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ อวยพรผู้สูงอายุ  ห่างไกลสิ่งเสพติด วัฒนธรรมไทย อาหารไทย เสียดายเพลงเก่า  ตำนานสงกรานต์ ตำนานกฐิน-ผ้าป่า ตำนานลอยกระทง  เที่ยวเมืองไทย  ชมเมืองสุพรรณฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรฯ  เทิดพระเกียรติในหลวง  แม่ของแผ่นดิน  ประหยัดพลังงาน ยาสมุนไพร คนดีศรีสุพรรณฯ ขอพรหลวงพ่อโต ปุ๋ยชีวภาพ  แรงงาน กล้วย ฯลฯ 

         

          รูปแบบของการนำเสนอ บางท่านอาจจะคิดว่า เพลงพื้นบ้าน ก็คงมายืนร้อง มายืนรำกันเป็นแถว ๆ ดูน่าเบื่อแต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอกครับ เพลงอีแซวในวันนี้ได้มีการพัฒนาไปจากเดิม ที่มีต้นกำเนิดจากพื้นดิน ลานโพธิ์หน้าวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์  ได้ขึ้นมาเล่นบนเวทีโรงลิเก และมีผู้ออกแบบทำเวทีที่สวยงามให้แสดง (ภูมิใจกับศิลปะท้องถิ่นที่ชื่อเพลงอีแซวมาก ครับ) ในฐานะ "สื่อพื้นบ้านจากลานดินสู่เวทีการแสดง" เพลงอีแซววงนี้ได้มีการจัดการแสดงที่ผสมผสานโดยการนำเอาการแสดงหลากหลายมารวมกัน อันประกอบด้วย

          1.     ชุดการแสดงที่สดใส มีสีสันน่าดู แต่งกายแบบโบราณ นุ่งโจงกระเบนแท้ทั้งวง

          2.     ร้องตามบทที่เตรียมเอาไว้ และด้นกลอนสดโดยครูกับลูกศิษย์ที่มีความสามารถ

          3.     พูด เจรจา เล่นมุขตลกขบขันตามที่เนื้อหาที่จูงไป สลับกับการร้องเป็นช่วง ๆ

          4.     รำประกอบการแสดง โดยนักเรียน ม.1-6 และเต้นประกอบคำร้อง อย่างสนุกสนาน

          5.     จัดผู้แสดงบทบาทประกอบการร้อง (การแสดงเพลงอีแซวทรงเครื่อง)

          6.     แทรกมุขตลก ขำขัน สนุกสนาน โดยการเต้น โชว์พิเศษ ตีลังกา ออกท่าทาง

          7.     ทุกขั้นตอนจะมีจุดสำคัญชวนให้คิด ให้ความสุข สนุกสนาน  และมีคติสอนใจ    

           ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของคณะเพลงพื้นบ้านคณะใด จะแสดงได้ดีแค่ไหน คงจะต้องเป็นไปตามข้อจำกัดอีกหลายอย่าง ทั้งตัวผู้แสดง คือ นักเรียนในสังกัด รวมทั้งครูผู้สอนที่มีระดับความสามารถต่างกันตามประสบการณ์ที่มาของความมานะ อุตสาหะ พยายาม แต่จะอย่างไรก็ตาม ผมอยากให้แบ่งปันหัวใจเพียงส่วนน้อย ให้การสนับสนุนดูเพลงพื้นบ้านทุกชนิด ทุกคณะ ทุกท้องถิ่น ถ้าท่านมีโอกาสอยู่ ณ สถานที่ใกล้ ๆ นั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แสดง โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เขาเฝ้าฝึกหัดจนมีโอกาสออกมานำเสนอผลงานบนเวทีได้อย่างภาคภูมิใจ 

(ชำเลือง  มณีวงษ์/ครูผู้ฝึกสอนเพลงพื้นบ้านจังหวัดสุพรรณบุรี)  

โทรศัพท์ติดต่อ โทร. 035-591012 (โรงเรียน) โทร. 084-976-3799 (ครูชำเลือง มณีวงษ์) และโทร 035-591271 (บ้านพัก) โทรสาร 035-592040 (โรงเรียน)

Email :[email protected]