ข้าราชการครูที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา แต่มีความประสงค์จะสอบเป็นผู้บริหาร คงจะลำบากขึ้นหน่อย ต้องหาทางให้ได้มาซึ่งใบประกอบวิชาชีพดังกล่าว วิธีที่ง่ายสุดก็คือศึกษาต่อในหลักสูตร ป.บัณฑิตบริการการศึกษา หรือไม่ก็ตัดสินใจศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาบริหารการศึกษาไปเลย แต่วิธีหลังนี่คงต้องใช้เวลาและทุนทรัพย์เพิ่มขึ้นไปอีก (ถ้าพอมีตังค์หรืออายุราชการเหลือเยอะก็พอทน ถ้ากู้มาเรียนก็คงหนักน่าดู)

               ความจริงใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาเขาอนุโลมให้ขอก่อนหน้านี้ตั้งนาน หลายท่านทราบดี ตอนนี้ก็เลยกำหนดมาแล้ว ทำให้หลายท่านเสียสิทธิ์ รวมทั้งตัวผมเองด้วย (ก่อนวันที่ 11 มิถุนายน 2549 เท่านั้น) ทำไงได้ก็เพราะตอนนั้นใจมันยังไม่คิดจะทำอะไร อยู่ไปวันๆ สมน้ำหน้าตัวเอง .... จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ยังเห็นหลายคนบ่นอยู่ บ้างก็ว่าไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง บ้างก็ว่าไม่เป็นธรรม สารพัด ...  จบ ป.โท จบ ป.เอก มาแต่ไม่ได้จบทางด้านบริหารการศึกษา บางทีอาจมีความสามารถมากกว่าคนจบบริการการศึกษาก็ได้ ทำไมไม่ให้สิทธิเขาสอบ และเหตุผลอีกร้อยแปด ....

               ป.บัณฑิตบริหารการศึกษาคือทางเลือกที่หลายคนพิจารณาว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ประหยัด ทั้งเงินและเวลา เพื่อวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือขอแค่สิทธิในการสอบเท่านั้น หมายความว่า ถ้าศึกษาจบแล้วก็มีสิทธิขอใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจากคุรุสภา นำไปประกอบใช้สิทธิในการสอบฯ ก็เท่านั้น .... ผมคิดว่าหลายคนเขาคงมองว่าการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาคงไม่ได้อาศัยเพียงการศึกษาจากสถาบัน หรือจากหลักสูตรด้านการบริหารการศึกษา หากแต่มีปัจจัยหลายๆ อย่าง สุดจะพรรณนา  ขอแค่มีสิทธิสอบฯ เถอะ ถ้าสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วค่อยว่ากัน จะเอาไปผ่านกระบวนการอะไรก็คงไม่มีใครบ่น อะไรประมาณนี้  ผมยังเคยได้ยินบางคนบ่นว่าเดี๋ยวนี้การจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษากลายเป็นธุรกิจไปแล้ว เป็นธุรกิจการศึกษา จะไปหาคุณภาพอะไรกัน เข้าทำนอง "จ่ายครบ จบแน่" ดังที่หลายคนเอามาล้อ เห็นหลายสถาบันแข่งกันเปิดสาขากันยกใหญ่ อพยกันไปเรื่อย อันเป็นที่มาของคำว่า แข่งกัน "ทำไร่เลื่อนลอย" เปิดจนไม่มีคนเรียนแล้วก็ย้ายไปเปิดที่ใหม่(หมายความว่าเขาเรียนกันจบกันหมดแล้วไม่เหลือคนที่จะมาเป็นลูกค้าได้อีก) แล้วจะไปหาคุณภาพอะไร

                แล้วท่านคิดอย่างไรบ้างครับ หากบังเอิญผ่านมาเขียน comment ไว้แลกเปลี่ยนกันหน่อยนะครับ