ปราชญในทางธรรมกล่าวว่า " คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้การไม่เกิดอีก " สายธารน้ำมีต้นน้ำ ชีวิตย่อมมีจุดเริ่มต้น และอวสาน
ชีวิตมีต้น และมีปลาย ชีวิตมีที่มา และ มีที่ไป
ชีวิตมีผู้ให้ชีวิต มิถิ่นที่มา ถึงเวลาย่อมต้องกลับคืนถิ่นกำเนิด รู้ " วิถี " ที่จิตจะดำเนินไป เรียกว่า รู้ที่มา ที่ไป ของ " ตัวชีวิต " จิตกลับสู่ต้นกำเนิด คือ กลับคืนถิ่นเดิม
เมื่อนั้นภาระกิจในการมีชีวิตอยู่ จึงจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้บรรลุถึง " เป้าหมายสูงสุดของชีวิต "
โชคดีที่สุดของชีวิต คือการได้พบ " ผู้นำทาง " ให้แก่จิตวิญญาณเพราะจะช่วยให้เราย่นระยะทางและเวลาในการเสาะแสวง ไม่ต้องเพลี่ยงพล้ำไปในการลองผิดลองถูกในชีวิต และที่สำคัญไม่ต้องรอคอยอยู่กับความมืดมน อึดอัด ขัดข้อง อีกต่อไป
ฉะนั้นเวลาที่เหลือในชีวิตจึงสามารถทุ่มเทให้กับการเดินทางสู่ " จุดหมายปลายทางของชีวิต "
สุดท้ายแล้วก็กลับคืนสู่สามัญชน
สวัสดีครับ....กลุ่มไตรมิตรครับ.....ปราชญ์ทางธรรม กล่าวไว้ว่า "คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ความไม่เกิดอีก"
ถกต้องครับ เพราะเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรครับ???
ถามตัวเองก่อนเราเกิดมาเพื่อมีครอบครัว หรือมีลูกมีหลาน หรือสร้างบ้านสร้างเมืองให้ใหญ่โต หรือสร้างสมบารมี ชื่อเสียงให้ล้นฟ้า มีชื่อในประวัติศาสตร์ของชาติใดชาติหนึ่ง เราเกิดมาเพื่อทำเรื่องเหล่านี้หรือ?ครับ.
....แล้วทุกท่านทุกคนหลุดพ้นจากเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตายหรือเปล่า? มีทุกข์หรือเปล่า????ในชีวิตที่ดำเนินไปจนกระทั่งหมดอายุขัย หรือหมดกรรม...
ถ้ามีชีวิตแล้วทุกข์ แล้วเราจะดิ้นไปเพื่ออะไร เราต้องเรียนรู้เรื่องการพ้นทุกข์สิครับ
การพ้นทุกข์ คือ นิโรธ เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษาเรื่องอริยสัจจ์สี่ครับ
นิพพาน คือการไม่เกิดอีก ในทั้งภพ ทั้งชาติ ไม่เกิดวงจร ปฏิจสมุปบาท (วัฏฏสังสาร) หรือการเวียนว่ายตายเกิดต่อไปนั่นเองครับ
การก้าวสู่จุดหมายปลายทางที่สูงสุด ย่อมคืนสู่สามัญครับ แต่การก้าวไปในที่อันไกลจากกิเลส จากตัณหา จาก โลภะ โทสะ โมหะ คือ นิพพานครับ.......คือการหลุดพ้น (ไม่เกิดอีกแล้วครับ)