รัฐขาดดุลเงินสด งวด 9 เดือน 1.9 แสนล.
ฐานะการคลังของรัฐบาล 9 เดือนแรกปีงบประมาณ 2550 รายได้นำส่งคลังสูงกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2549 ร้อยละ 5.9 ขณะที่เบิกจ่ายสูงขึ้นร้อยละ 12 ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดเกือบ 190,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดว่าจะขาดดุล 146,200 ล้านบาท
ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดว่า เดือนมิถุนายน 2550 แม้การเบิกจ่ายงบประมาณจะเร่งตัวขึ้นมาก แต่รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังเพิ่มขึ้นจากภาษีเงินได้นิติบุคคลส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท โดยรัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 249,972 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 16.4 โดยรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษียาสูบ
ขณะที่รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 164,381 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 40.1 แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 126,403 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 32,200 ล้านบาท และรายจ่ายจากงบประมาณปีก่อน 5,778 ล้านบาท ทั้งนี้ จากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้น ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในเดือนมิ.ย. 2550 เกินดุล 85,591 ล้านบาท ขณะที่ดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 31,180 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจ่ายเงินอุดหนุนที่เหลื่อมจ่ายจากเดือนที่แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 9,459 ล้านบาท และการถอนเงินฝากจากบัญชีเงินฝากภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บแทน อปท. อีก 4,357 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท
ดร.สมชัย กล่าวว่า สำหรับรายได้นำส่งคลังช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1,050,754 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2549 ร้อยละ 5.9 โดยรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2549 ในอัตราสูง ได้แก่ ภาษีเบียร์ ภาษียาสูบ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีสุรา ภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีเครื่องดื่ม นอกจากนี้ รายได้จากรัฐวิสาหกิจและส่วนราชการอื่นก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ขณะที่รายจ่ายรัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,154,744 ล้านบาท สูงกว่าการเบิกจ่ายในช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2549 ร้อยละ 12.7 แบ่งเป็น รายจ่ายปีงบประมาณปัจจุบัน 1,065,212 ล้านบาท อัตราการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ 68.0 ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายปีงบประมาณก่อน 89,532 ล้านบาท "จากรายได้นำส่งคลัง และการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุลทั้งสิ้น 103,990 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณ ที่ขาดดุลจำนวน 85,712 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจ่ายเงินเหลื่อมจ่ายจากปีงบประมาณ 2549 จำนวน38,952 ล้านบาท ทำให้ดุลการคลังขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 189,702 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดว่าจะขาดดุล 146,200 ล้านบาท โดยรัฐบาลชดเชยการขาดดุลด้วยการใช้เงินคงคลัง 46,042 ล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 97,115 ล้านบาท และการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 46,545 ล้านบาท" โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว
กรุงเทพธุรกิจ โพสต์ทูเดย์ สยามรัฐ 17 ก.ค. 50