ทุกกิจกรรมในแต่ละวัน เราต้องมีสมาธิในการรักษาสติให้ต่อเนื่อง ทุกวินาทีดูจิตเอาไว้ แม้นในฝันก็ต้องดูจิต

 เมื่อ อาทิตย์ ๑๕ กค ๕๐  เป็น ครั้งที่ ๑๐  แล้วครับ  ที่ ผมจัดงาน จิบน้ำชากับ ดร วรภัทร์

คราวนี้ จัด ที่ ซอยทองหล่อ ๒๕  ตึกมูลนิธิเซนต์คาเบรียล

ตอนเช้า    ผมเริ่มด้วย   เล่าประวัติกิจกรรมที่ได้จัดทำ  ตั้งแต่ เข้ามาสอน พุทธศาตร์   เช่น

  • จิบน้ำชา   ๑๐ ครั้งแล้ว รวมครั้งนี้ด้วย
  • ธรรมะสัญจร ๕ ครั้ง แล้ว  คือ   ไป   กาญจนบุรี ลพบุรี  ระยอง  ประจวบ อุทัยธานี   กิจกรรม คือ  ค้าง ๑ คืน  สนทนาธรรม  ไหว้พระ ฯลฯ
  • ไปต่างประเทศ ๒ ครั้ง คือ ภูเขาควาย (สปป ลาว)  และ สังเวชนียสถาน (อินเดีย เนปาล)  
  •  ธรรมะในสวน  ที่ สวนรถไฟ  และ ขี่จักรยาน ที่ สวนรถไฟ
  • ร่มธรรม   ทุกเดือน  ที่อำเภอปากช่อง  จากนี้ไป  ..... ติดตามข่าวได้ที่ http://managerroom.com     ครั้งต่อไป 28 ถึง 30 กค 50 

แผนที่ร่มธรรม

 

ผมอธิบายว่า ร่มธรรม  จะเป็น ที่ สนทนาธรรมกัน   แนว ครอบครัว มาทำสวน ทำไร่ ทำนา กัน  ตามแนว ศก พอเพียง  .....  ไม่เป็นมูลนิธิ ไม่ยุ่งการเมือง 

 จากนั้น   ก็  เอา แนว LO + Dhamma   เพราะ ผมเชื่อว่า เป็นเพราะ วิธีเรียนรู้ของหลายๆคน  เป็นแบบ format ไม่เหมาะกับ การศึกษาศาสนาพุทธ   เช่น ปริยัติมากไป   ไม่ค่อยปฏิบัติ   ไม่ "สุนทรียสนทนาธรรม"  ไม่รู้จักวงจรเรียนรู้   ฯลฯ

เริ่มต้นง่ายๆ  อธิบาย วงจร เรียนรู้  ของ Nanoka  

                                             Experience / Chat / Show & share

Experiment /Pilot project / Test of hypothesis                   Think 

                             Concretize / Crystallization/ New Hypothesis   

เริ่มจาก   ปะทะโลกความจริง เปิดหู เปิดตา สนทนา เจอผู้รู้ ----> เอาไป คิด  เอาไปจัดระบบข้อมูล  ----> ปิ๊ง แนวคิด  เปิดแรงบันดาลใจ ---->  ทดลองทำ   ---->  สอบอารมณ์กับผู้รู้  ปรึกษาผู้รู้  ---> เอาไปคิด --->  วนเป็นวงจรไป 

หลายท่านติด เสพนิยม   เอาแต่ ฟังธรรม เอาแต่อ่านตำรา  แต่ "ไม่ลงมือทำ ก็จะไม่เจอธรรม"

หลายท่าน คิดเอง เออเอง ตีความเอง   ปฏิบัติเอง  ไม่มีผู้รู้ ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีโค้ช     ก็จะพบ ปัญหามากมาย   และ อาจจะหลงทางได้ง่ายๆ

ตอนบ่าย  ผม  ก็ให้ ฝึกดูจิต  ในขณะสนทนากัน    ให้ดูว่า จิตเกิดอาการ ( อยากแย่งพูด  อยากเถียง คันปาก หมั่นไส้   ยินดี ชื่นชม เบื่อ สนุกสนาน ฯลฯ)  ก็ให้  ดูกาย ดูเวทนา ดูจิต ดูธรรม   และ เมื่อจิตเกิด ก็ให้ ทำจิตให้สงบ   ซึ่ง ทักษะการทำจิตให้สงบมีมากมาย  เช่น

คิดดี    คิดให้ในลงไตรลักษณ์   ดูลมหายใจ  เป็นต้น 

กิจกรรม แบบ world cafe 

ให้ พูดคนเดียว    คนที่เหลือ ให้ deep listening  + ดู จิต ตนเอง  ให้ ศึกษา ทำความเข้าใจ กระบวนการ (Process) ของขันธ์ห้า ที่เกิดขึ้น ในกายในใจของเราเอง   ดู เสียงภายใน (Inner voice) ของตนเอง เช่น วิตก วิจารณ์  ต่อต้าน  เถียง  เห็นด้วย ฯลฯ  รักษาความเป็นกลางของใจตนให้ได้  ( ไม่มี อคติ ไม่มีลำเอียง)

หากจิตเกิด  เช่น อยากจะพูด   ก็จง หายใจลึกๆ รู้เท่าทันความคิดที่จะแย่งพูดของตนเอง    ฟังเขาพูดต่อไป  อย่าอคติ อย่าลำเอียง  อย่าเถียง

เมื่อเขาพูด เรา ดูจิต  และ ทำท่าทาง ให้เขามีความสุขที่จะพูด  มองตา อืม  เออ อือ บ่อยๆ    ทำให้คนพูด พูดเยอะๆ

รอบแรก  ผมให้  คนอายุมากสุดได้พูด   เพราะ ผมสังเกตว่า  มี ระดับ เกิน 60 ปี   มาร่วมหลายท่าน    การทำให้ผู้สูงวัย มี ความสุข  เป็นเรื่องที่ดีครับ

กลุ่มต่างๆ  ก็  สุนทรียสนทนา กันดีครับ  .....  ผมจะคอยเชียร์ ให้กำลังใจ   แนะนำ    ให้ดูจิต  พิจารณาความคิดปรุงแต่ง ฯลฯ    พอผ่านไป สักระยะ    ก็หยุด   และ  show & share กันนิดหน่อย  เรียนรู้อะไร  มีคำถามอะไร  

รอบสอง  ให้ ผู้ที่อายุ น้อยที่สุด   เป็นผู้พูด เล่าเรื่องบ้าง

รอบสาม  เปลี่ยน กติกาครับ  ------->  คราวนี้    คนแรก (ใครก็ได้)  เมื่อพูดไปแล้ว ต้องรอ  ให้มีคนพูดอีก สองคน แล้วค่อยพูดได้   

คนพูด ต้องถือ Indian stick (ใช้อะไรก็ได้ เช่น แท่งดินสอสีแดง  ช่อดอกไม้  ฯลฯ )    ใครไม่ถือ ห้ามพูดครับ

ปรากฏว่า งง ครับ   เป็นการดัดนิสัยอย่ารีบร้อนตอบ   เพราะ  หลายคน เมื่อโดนถามแล้วมักจะตอบทันที   ดูจิตไม่ทัน    ปล่อยความคิดปรุงแต่งออกไปอย่างรวดเร็ว  ........   การที่มีกติกา   ให้คอยมีคนมาแทรกก่อน    ก็เพื่อให้ เบรค "ความคิด" เอาไว้ก่อน      และนี่แหละ คือ การ ฝึก ให้ ผู้โดนถาม ต้อง อยู่ โหมดช้า (Slow mode)  อย่างมีสติ 

ทำพลาดกันหลายกลุ่ม  มั่ว  โกง  ฯลฯ    บางกลุ่มเจ้าเล่ห์  ก็มี     เป็นเพราะ ต้องการจะให้ ผ่านเกมส์   เลย อดได้ฝึกดูจิตไป

   ก็ถือว่า เป็น จุดเริ่มต้น การปฏิบัติธรรม แนว สุนทรียสนทนา  

ผมไม่สนใจ พลังในการสนทนา  แต่ ผมสนใจ เรื่องการสะสมกำลังสติ ที่เข้าไปดู กาย เวทนา จิต ธรรม    เข้าไปแยก จิต กับ ความคิด

ในความเชื่อของผม  การสนทนา โดยไม่เห็น "กาย เวทนา จิต ธรรม"   ไม่ใช่แนวของ มหาสติปัฏฐาน ๔     และ ถ้าเอาแต่ คุยๆๆๆๆๆ  มันจะเจอ "ตัวหลง" ได้ง่ายๆ    คือ จิตว่างแต่ไม่มีสติมากำกับ 

รอบสี่    ทุกคน show & share  ว่า เรียนรู้อะไร   ดูจิตทันไหม   เข้าใจ "จิต สติ  ความคิด" หรือยัง      เอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ไหม ฯลฯ

ก็ สนุกดีครับ  หลายคน ก็รู้จักกันมากขึ้น   ดูตนเองได้ดีขึ้น

หวังว่า จะได้มีโอกาส จัดกันอีกนะครับ   ขอขอบคุณทุกท่าน ที่มาร่วม สุนทรียสนทนาธรรม แนว จิตดูจิต  ครับผม

สนทนาไปด้วย ทานขนมไปด้วย

มีทั้ง ผู้สูงอายุ เยาวชน

พ่อ แม่ ลูก  ยาย ย่า  ก็มา ร่วมวงครับ