คุณสมหมาย พลอาจ หนึ่งในทีมงานพัฒนาชุมชนนาป่าแดง

ชุมชนนาป่าแดงกับเศรษฐกิจพอเพียง   

     

          ผมจะขอเล่าต่อจาก ชุมชนนาป่าแดงกับเศรษฐกิจพอเพียง  ตอนที่1 นะครับ  ซึ่งคุณลุงจรัญ จ๋องบุญ ผู้นำชุมชนนาป่าแดงไปแล้วนั้น ความจริงทีมงานของคุณลุงจรัญ  ได้สร้างไว้เพื่อเชื่อมโยงในการพัฒนาชุมชนด้วยกัน จะประกอบไปด้วย (1 )คุณสมหมาย  พลอาจ ( 2 ) คุณมนตรี จันทร์เนตร 

          จากการเล่าของคุณสมหมาย  พลอาจ หนึ่งในทีมงานพัฒนาชุมชนนาป่าแดง ได้เล่าให้ฟังว่า ความจริงแล้วตนเองได้มีส่วนร่วมกับคุณมนตรี  จันทร์เนตร และคุณสำเนียง หอมชื่น มาตั้งแต่ราวปี 2543-2544 มีการเริ่มต้นทำแผนชุมชนนาป่าแดง รวมทั้งการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลคุยบ้านโอง

คุณสมหมาย  พลอาจ ผู้เคยได้รับรางวัลจาก สคส.

มีประเด็นปัญหาหรือจุดอ่อน ที่พบในระบบการผลิตข้าวของชุมชน คือต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งก็ได้ย้อนถามตัวเองว่า  (1) เกษตรกรรู้ไหมว่าการผลิตข้าวมีต้นทุนสูง   (2) เกษตรกรจะร่วมกันหาทางออกอย่างไร  (3) เกษตรกรจะลดต้นทุนได้อย่างไร  (4) เกษตรมีความรู้เดิมอยู่ในระดับใด

       จากคำถามดังกล่าวข้างต้น  ในช่วงปี 2546 ตนเองได้เข้าร่วมกับเพื่อนฯในชุมชนนาป่าแดง  จัดตั้งกลุ่มด้วยความสมัครใจ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในชุมชนตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ประกอบกับ มีคุณรัตติยา ขวัญคำ( นวส.6ว )ได้เข้ามาร่วมดำเนินการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรข้าวบ้านนาป่าแดงจากการที่ได้เล่ามาตั้งแต่ต้น ได้ดำเนินการเป็นขั้นดังนี้ 

       ขั้นที่ 1 ได้มีการจดบันทึกข้อมูล จากการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมีการประมวลจัดหมวดหมู่ของข้อมูล มีการวิเคราะห์ข้อมูลและหาข้อสรุป

       ขั้นที่ 2 ได้เริ่มต้นที่ตนเองก่อน แล้วค่อยฯขยายแนวคิดไปสู่ผู้นำชุมชนและขยายสู่เกษตรกรในชุมชนต่อไป

      ขั้นที่ 3 การอบรมเพิ่มเติม และศึกษาดูงาน คุณสมหมายได้เข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ  จังหวัดชลบุรีที่มีอาจารย์วิวัฒน์ สัญกำจร ที่ปรึกษาโครงการตามแนวพระราชดำริและได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน ชุมชนต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่จังหวัดน่าน   ทั้งนี้ได้นำเอาความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้มาทดลองทำปฏิบัติเอง  ปรับปรุงระบบการผลิตของตนเอง เพื่อลดต้นทุน โดยมองวัตถุดิบในท้องถิ่นหรือมองทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น  เมื่อปฏิบัติแล้วได้มีการจดบันทึกข้อมูลไว้  เมื่อรู้แล้วก็บอกต่อให้เพื่อนบ้านที่อยู่ในชุมชน  และชุมชนข้างเคียง ได้ทราบ

      ขั้นที่ 4   ศึกษาเปรียบเทียบผลการปฏิบัติจากการพยายามค้นหาสาเหตุที่แท้จริง  ของปัญหา โดยไม่มีการชี้นำเกษตรกรโดยกระตุ้นให้เกษตรกรได้เกิดความตระหนัก  หรือบอกให้รู้ตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ ต้องมีการทำงานเป็นทีม  โดยมีการทำงานที่เชื่อมประสานไปที่เกษตรกรในชุมชนและชุมชนข้างเคียง

       ขั้นที่ 5 กำหนดเป้าหมายของชุมชน ไปที่เศรษฐกิจพอเพียง โดยการพึ่งพาตนเองเป็นเป้าหมายหลัก (KV) ของชุมชนนาป่าแดงได้มีกิจกรรมหลักที่ชุมชนจะต้องดำเนินการ ดังนี้  (1) ลดรายจ่ายในครอบครัว   (2) ลดรายจ่ายในภาคเกษตร   (3) มองเศรษฐกิจทั้งชุมชน และนอกชุมชน แล้วปรับตัวตัวเองเพื่อจะผลิตอะไร ถึงจะได้กำไรเราจะทำอย่างไรก่อนเป็นอันดับแรก     จากการที่คุณสมหมาย  พลอาจ ได้เล่าให้ฟังไปแล้ว ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับการพัฒนาชุมชนนาป่าแดง และนับว่าเป็น Best  Practice  อีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีการขับเคลื่อนในการพัฒนาชุมชนนาป่าแดงสมกับเป็นคุณกิจตัวจริง  ที่ได้รับการประกาศยกย่องชมเชย จาก สคส.เป็นคุณกิจดีเด่นประจำเดือน มิถุนายน  2549 นะครับ

        แหล่งข้อมูล  คุณสมหมาย  พลอาจ หมู่1 บ้านนาป่าแดง ตำบลคุยบ้านโอง  อำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร

 
คุณสมหมาย  พลอาจ คุณกิจตัวจริงในชุมชนนาป่าแดง