บทคัดย่อ
เรื่องที่วิจัย : การศึกษาผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่องการคูณ จำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลักของนักเรียนที่เรียนโดย แบบฝึกเสริมทักษะ ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดตะเคียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรีเขต 1
ผู้วิจัย : นายประทีป จันทร์สกุลณี ตำแหน่ง ครู ค.ศ.2
ปีที่วิจัย :วันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2550
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1). เพื่อสร้างและพัฒนาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณจำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2). เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคูณจำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
สมมติฐานของการวิจัย
1). แบบฝึกทักษะ เรื่อง การคูณจำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ เป็น 80/80 เมื่อคำนวณด้วยสูตรทางสถิติ การหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอน ( / )
2). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณจำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการใช้นวัตกรรมสูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรม
วิธีดำเนินการวิจัย
กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยคือผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2549 จำนวน12 คน คือ ผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2549
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบฝึกเสริมทักษะ การคูณจำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก โดย นำไปทดลองใช้กับ กลุ่มประชากร จำนวน 3 ครั้ง เป็นนักเรียนที่มีพื้นฐานความรู้ใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 กับกลุ่มประชากรโดยการสุ่มอย่างง่าย ( เก่ง กลาง อ่อน ) จำนวน 3 คน ครั้งที่ 2 กลุ่มประชากร 9 คน แล้วนำมาปรับปรุง ก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างโดยใช้เกณฑ์ E1/E2 (80/80) ค่าเฉลี่ย ( ) การกระจายของคะแนน (S.D.) และเปรียบเทียบ (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)ระหว่างก่อนและหลังการใช้นวัตกรรมระหว่างกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ t-test
แบบทดสอบวัด (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน) ได้ดำเนินการหาประสิทธิภาพของแบบทดสอบโดยการประเมินหาความตรงเชิงเนื้อหา และความถูกต้อง โดยพิจารณาความครอบคลุม และความสอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ด้วยการหาค่า IOCจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 4 ท่าน หาค่าของความเชื่อมั่นด้วยแบบคูเดอร์ –ริชาร์ดสัน ( Kuder-Richardson )วิธี KR-20 ความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก จากประชากร จำนวน 20 คน ก่อนนำไปใช้ทดสอบจริงกับกลุ่มตัวออย่างผลการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า (นวัตกรรม) มีประสิทธิภาพ 94.60 / 81.66 ซึ่ง (สูงกว่า) เกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
และผู้เรียนที่ใช้ แบบฝึกเสริมทักษะ การคูณ จำนวนที่มีหลายหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก มี (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน) ก่อนและหลังการใช้นวัตกรรมแตกต่างกันโดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้นวัตกรรมสูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (เชื่อมั่นได้ร้อยละ 95 ) และมีผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในระดับ ดี โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 1.0