ผมได้พูดคุยผ่านโทรศัพท์กับน้องโชติกา ตันติศิริรักษ์ นักศึกษาปริญญาโทด้านการจัดการและการวางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management and Policy) ของสถาบันเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน (International Institute for Industrial Environmental Economics, Lund University, Sweden) สนใจประเด็น “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” น้องทำวิทยานิพนธ์ทางด้านนี้ด้วย

ผมเข้าใจอย่างหนึ่งเรื่องการทำวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับบ้านของตัวเอง ขณะตัวเองอยู่ไกล การเข้าถึงข้อมูลทางหนึ่งคือการค้นผ่านอินเทอร์เนต ก็คงทำได้ระดับหนึ่งซึ่งไม่อัพเดตข้อมูลเท่าไหร่ การสัมภาษณ์เป็นวิธีการที่ง่าย และการโทรข้ามประเทศเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ก็มีข้อจำกัดมากมาย
ประเด็นที่น้องถามผม เป็นประเด็นงานที่ผมเป็นนักวิจัยอยู่ และ แม้ว่าผมไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง ด้วยการเข้าไปเกี่ยวข้องกับ“การท่องเที่ยวโดยชุมชน” พอจะเห็นปรากฏการณ์อะไรบ้าง และมีคำตอบให้ในแง่มุมที่ผมและเธอสนใจผ่านการพูดคุย
เธอบอกผมว่า เพิ่งเริ่มศึกษาหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเห็นว่าการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวก็นำมาซึ่งผลกระทบ เห็นได้ชัดจากเรื่องของสิ่งแวดล้อม เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำวิทยานิพนธ์ ด้วยพื้นฐานทางด้านรัฐศาสตร์ในระดับปริญญาตรีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เป็นผลให้ตัวเองมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอ่านมาก ถามมาก ฟังมาก (จากท่านผู้รู้)
หัวข้อวิทยานิพนธ์: ความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนบนทางหลวงสายเอเชีย (Asian Highway Network) จากมุมมองของประเทศไทย
ดูจากหัวข้อแล้วผมเริ่มหนักใจ เพราะ ในเมืองไทยการจัดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนตามแนวเส้นทางหลวงสายเอเชียยังไม่ชัด (อาจไม่ขึ้นอยู่กับเส้นทางด้วย) แต่ในแถบอนุภาคลุ่มน้ำโขง มีการเชื่อมเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอยู่แต่ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะต่างคนต่างทำ
ด้วยกระแสการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีความต้องการของนักท่องเที่ยวสูงขึ้นเรื่อยๆ การทำการท่องเที่ยวของพื้นที่ท่องเที่ยวที่อยู่เรียงรายตามเส้นทางหลวงสายเอเชียจึงน่าสนใจ หากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวลักษณะนี้ผ่านทางการใช้รถยนต์
มองถึงวัตถุประสงค์ของงานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้กล่าวถึงหาถึงความเป็นไปได้ของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนบนเส้นทางหลวงสายเอเชีย โดยบ่งบอกถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และปรับปรุงการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในประเทศไทย เพื่อให้เข้าถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ทั้งภาครัฐ และเอกชนจะได้รับการวิเคราะห์ รวมถึงนโยบายและการดำเนินการในปัจจุบันเพื่อหาปัจจัยสนับสนุน หรือขัดแย้งต่อการทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน อีกทั้งคาดว่าจะสามารถแนะนำในเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนบนทางหลวง
ข้อมูลที่น้องโชติกาต้องการทราบ:(ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)
- ความหมายของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในมุมมองของประเทศไทย ตัวแสดงที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของประเทศ
- แนวนโยบาย และการดำเนินการ รวมถึงเอกสารด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของประเทศไทย จากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง
- การแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในประเทศไทย ในหลากหลายรู้แบบและความรู้ ความเห็นด้านอื่นๆ ตามที่ท่านผู้รู้และมีประสบการณ์แนะนำ
เนื้อหาความรู้ที่ต้องการเหล่านี้ ในอินเทอร์เนตอาจมีน้อย และที่มีก็ไม่ได้ปรับปรุงข้อมูล จึงจำเป็นต้อง แสวงหาข้อมูลใหม่ๆในประเทศไทย จากส่วนราชการ/เอกชน ที่เกี่ยวข้องแต่ก็เข้าถึงข้อมูลค่อนข้างยาก ส่วนนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวของเมืองไทยก็น้อยมากครับ
หากท่านไหนที่สนใจประเด็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือแนะนำแหล่งค้นคว้า – แหล่งข้อมูล ให้กับน้องโชติกา สามารถแลกเปลี่ยนกับเธอโดยตรงได้ ที่ อีเมลล์[email protected] ครับ

โครงข่ายทางหลวงเอเชีย (Asian Highway Network)
เป็นความร่วมมือพัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศเมืองอุตสาหกรรมท่าเรือสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งการค้าสำคัญๆของ32 ประเทศสมาชิกโครงการทางหลวงเอเชียริเริ่มโดยองค์การสหประชาชาติคณะกรรมการธิการเศรษฐกิจและสังคมเพื่อภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิค (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific, UNESCAP) ทางหลวงเอเชียมีระยะทาง 141,000 กิโลเมตรเชื่อมโยง32 ประเทศ
ช่วงที่ผ่านไทยมี6 สายคือ
สายA-1 เริ่มต้นจากเขตแดนพม่าที่แม่สอดไปตามทางหลวงหมายเลข105 ถึงตากเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข1 ถึงอ.พยุหะคีรีตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 32 ถึงบางปะอินเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข1 ถึงอ.หินกองเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข33 ผ่านนครนายกปราจีนบุรีจดชายแดนเขมรที่อรัญประเทศระยะทาง698 กิโลเมตร
สายA-2 เริ่มจากเขตแดนพม่าที่แม่สายไปตามทางหลวงหมายเลข110 ถึงเชียงรายตรงไปตามทางหลวงหมายเลข1 ถึงอ.พยุหะคีรีตรงไปตามทางหลวงหมายเลข32 ถึงอ.บางปะอินเลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข1 ถึงกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐมราชบุรีเพชรบุรีประจวบฯและชุมพรตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 ถึงพัทลุงเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข4 ผ่านหาดใหญ่ไปจดชายแดนมาเลเซียที่อ.สะเดาระยะทาง1,945 กิโลเมตร
สายA-3 เริ่มต้นจากแยกสายA-2 ที่จ.เชียงรายไปตามทางหลวงหมายเลข1020 เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข1152 เลี้ยวซ้ายอีกครั้งไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 ไปจดเขตแดนลาวที่อ.เชียงของระยะทาง115 กิโลเมตร
สายA-12 เริ่มต้นจากแยกสายA-1 ที่สามแยกหินกองไปตามทางหลวงหมายเลข1 ถึงจ.สระบุรีเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข2 ผ่านนครราชสีมาขอนแก่นอุดรธานีสิ้นสุดที่หนองคายระยะทาง524 กิโลเมตร
สายA-15 เริ่มต้นจากแยกสายA-12 ที่อุดรธานีไปตามทางหลวงหมายเลข22 ผ่านสกลนครสิ้นสุดที่นครพนมระยะทาง241 กิโลเมตร
สายA-18 เริ่มต้นจากแยกสายA-2 ที่อ.หาดใหญ่ไปตามทางหลวงหมายเลข43 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข42 ผ่านปัตตานีไปจนถึงนราธิวาสจากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข4056 ไปจนจดเขตแดนมาเลเซียที่อ.สุไหงโก-ลกระยะทาง275 กิโลเมตร <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">*ข้อมูลด้านถนน และระยะทางอาจมีการเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง</p><p style="margin: 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0pt" class="MsoNormal"> </p>
ขอบคุณพี่เอกมากค่ะที่ช่วยเป็นธุระ post ข้ิอมูลผ่านทาง Blog ให้ รบกวนพี่ๆ ที่พอมีข้อมูลด้วยนะีคะ
ผมจะส่งรายชื่อและข้อมูลบางส่วนให้ทางเมลล์ครับ
จตุพร